เปิดห้องพิจารณางบประมาณ ‘สารตั้งต้น’ สกัดการคอร์รัปชัน

“กรุงเทพธุรกิจ” และ ศูนย์ความรู้เพื่อความร่วมมือในการต่อต้านคอร์รัปชันและส่งเสริมธรรมาภิบาลในระดับภูมิภาค (KRAC) คณะเศรษฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ร่วมมือนำเสนอข้อมูลเพื่อสร้างแนวทางการป้องกันปัญหาคอร์รัปชันในประเทศไทยที่เป็นกับดักของประเทศ

 

ร่างงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2570 วงเงิน 3.788 ล้านล้านบาท ก่อนหน้านี้คณะรัฐมนตรี (ครม.) เห็นชอบในหลักการและรายละเอียดของงบประมาณแล้ว และนำไปรับฟังความเห็นเพื่อนำกลับมาจัดทำเป็นร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี โดยจะเสนอ ครม. พิจารณาเห็นชอบอีกครั้งปลายเดือน มิ.ย.2569 ก่อนเข้าสู่กระบวนการพิจารณาของสภาผู้แทนราษฎร

 

รองศาสตราจารย์ ดร.ต่อภัสสร์ ยมนาค และ ศุภวิชญ์ แก้วคูนอก ร่วมนำเสนองบประมาณแผ่นดินถือว่ามีความสำคัญอย่างยิ่งต่อประเทศ เพราะคือเครื่องบ่งชี้ทิศทางการลงทุนและการขับเคลื่อนประเทศของรัฐบาล ที่สำคัญไปกว่านั้นงบประมาณแผ่นดินยังมีที่มาจากภาษีของคนไทยทุกคน 

คำถามสำคัญคือ ใช้งบประมาณ “เพื่ออะไร” “คุ้มค่าหรือไม่” และ “ใครมีโอกาสตรวจสอบ” ก่อนเงินเหล่านี้ถูกอนุมัติ

เพราะในทางเศรษฐศาสตร์การเมือง งบประมาณคือพื้นที่ที่ผลประโยชน์สาธารณะ และผลประโยชน์เฉพาะกลุ่มมาพบกันโดยตรง หากกระบวนการนี้ปิดทึบในกล่องดำ ความเสี่ยงต่อความสูญเปล่า การเอื้อประโยชน์ และคอร์รัปชันย่อมสูงขึ้นตามไปด้วย

 

เมื่อไม่นานมานี้ ผลการสำรวจ Open Budget Survey 2025 ของ International Budget Partnership ได้ประกาศออกมาอย่างเป็นทางการ ซึ่งประเทศไทยของเรานั้นได้คะแนนเพียง 56 คะแนนจากประเด็นด้านความโปร่งใส ซึ่งต่ำกว่าเกณฑ์ที่ถือว่าเพียงพอ ขณะที่การมีส่วนร่วมของประชาชนได้เพียง 28 คะแนน และการตรวจสอบได้ 63 คะแนน

 

ตัวเลขเหล่านี้กำลังชี้ให้เราเห็นว่าวันนี้ประเทศไทยกระบวนการงบประมาณยังโปร่งใส และยังไม่เปิดโอกาสให้ประชาชนมีส่วนร่วมอย่างเพียงพอ โดยเฉพาะข้อมูลความเสี่ยงทางการคลัง รายงานระหว่างปี รายงานกลางปี และข้อมูลเปรียบเทียบระหว่างแผนการใช้งบประมาณที่รัฐประกาศไว้กับผลการใช้จ่ายจริงที่เกิดขึ้น

 

และเมื่อพิจารณาข้อมูลตัวเลขเหล่านี้อย่างละเอียดมากยิ่งขึ้นโดยเฉพะในประเด็นการมีส่วนร่วมของประชาชน ซึ่งพบว่าขั้นจัดทำงบโดยฝ่ายบริหารได้ 47 คะแนน ขั้นการใช้จ่ายได้ 25 คะแนน ขั้นตรวจสอบโดยองค์การตรวจเงินแผ่นดินได้ 44 คะแนน แต่ขั้นอนุมัติงบประมาณโดยรัฐสภากลับได้ 0 คะแนน

ทำไมการเปิดประชุมกรรมาธิการงบประมาณจึงสำคัญต่อความโปร่งใสของประเทศไทย?

นี่ไม่ใช่เรื่องปกติทั่วไป เพราะรัฐสภาคือด่านสำคัญที่งบประมาณของทั้งประเทศจะถูกพิจารณา ปรับลด ปรับเพิ่ม หรืออนุมัติให้เดินหน้าต่อ การได้ 0 คะแนนจึงสะท้อนว่าประชาชนไม่มีช่องทางในการเข้าไปมีส่วนร่วมในช่วงเวลาที่การตัดสินใจสำคัญที่สุดกำลังเกิดขึ้น

 

ปัญหานี้ยิ่งเห็นชัดเมื่อพิจารณาข้อถกเถียงเรื่องการถ่ายทอดสดการประชุมกรรมาธิการงบประมาณ เหตุผลที่มักถูกหยิบยกขึ้นมาคัดค้านมีตั้งแต่ความกังวลว่าข้าราชการที่มาชี้แจงอาจถูกฟ้อง การประชุมอาจกลายเป็นเวทีช่วงชิงพื้นที่ทางการเมือง หรือบางถ้อยคำอาจถูกตัดต่อไปใช้โดยขาดบริบท

 

เหตุผลเหล่านี้ควรรับฟัง แต่ไม่ควรถูกใช้เป็นข้ออ้างเพื่อปิดประตูทั้งห้อง เพราะหลักการพื้นฐานของงบประมาณสาธารณะคือ ประชาชนควรเห็นกระบวนการที่ผู้แทนและหน่วยงานรัฐใช้ตัดสินใจเกี่ยวกับเงินของพวกเขา ความเสี่ยงจากการเปิดเผยสามารถบริหารจัดการได้ด้วยกติกาที่รัดกุม ไม่ใช่ด้วยการปิดกระบวนการทั้งหมดตั้งแต่ต้น

 

ที่สำคัญประสบการณ์หลายกรณีชี้ว่าการเปิดข้อมูลก่อนการพิจารณางบประมาณช่วยให้การตรวจสอบมีประสิทธิภาพขึ้น เมื่อข้อมูลโครงการที่มีคำถามถูกเปิดเผยต่อสาธารณะ ประชาชน สื่อมวลชน นักวิชาการ และภาคประชาสังคมสามารถช่วยกันตรวจสอบ ตั้งคำถาม และส่งสัญญาณกลับไปยังกรรมาธิการได้รวดเร็วขึ้น

 

กรณีงบประมาณบางรายการของรัฐสภา เช่น งบปรับปรุงพื้นที่ งบโครงการที่ถูกมองว่าไม่จำเป็น หรือโครงการก่อสร้างขนาดใหญ่ เป็นตัวอย่างที่ทำให้เห็นว่าแรงตรวจสอบจากสังคมสามารถช่วยให้การพิจารณางบประมาณรอบคอบขึ้น และอาจนำไปสู่การตัดลดรายจ่ายที่ไม่จำเป็นด้วย

เปิดประตูห้องที่ใช้ตัดสินใจว่าจะนำเงินภาษีของประชาชนไปใช้อย่างไร

ประเด็นนี้ยังเชื่อมโยงกับเป้าหมายใหญ่ของประเทศเราในวันนี้ ทั้งการเข้าร่วม Open Government Partnership และความพยายามยกระดับสู่มาตรฐาน OECD เพราะหัวใจของรัฐบาลเปิดไม่ใช่เพียงการนำเอกสารราชการขึ้นเว็บไซต์ แต่คือการออกแบบระบบให้ประชาชนเข้าถึงข้อมูล เข้าใจข้อมูล และมีช่องทางการมีส่วนร่วม

 

ระบบงบประมาณเปิดจึงเป็นมากกว่าเรื่องกระบวนการทางการคลังหรือสำนักงบประมาณแต่เป็นโครงสร้างพื้นฐานของประชาธิปไตยและการต่อต้านคอร์รัปชัน หากประชาชนเห็นเฉพาะงบประมาณหลังอนุมัติแล้ว ย่อมเท่ากับตรวจสอบได้เพียงปลายทาง ทั้งที่ความเสี่ยงจำนวนมากเกิดขึ้นระหว่างการจัดทำ ต่อรอง และปรับเปลี่ยนงบประมาณก่อนหน้านั้น

 

ฉะนั้นข้อเสนอง่าย ๆ ที่ทำได้ทันที เพื่อสร้างความโปร่งใส และการมีส่วนร่วมในกระบวนการงบประมาณของรัฐสภาคือการกำหนดให้การประชุมกรรมาธิการงบประมาณเปิดเผยและถ่ายทอดสดเป็นหลัก ยกเว้นเฉพาะวาระที่มีเหตุผลจำเป็นอย่างแท้จริง

 

ควรเผยแพร่เอกสารงบประมาณและเอกสารชี้แจงล่วงหน้าในรูปแบบที่ค้นหาและนำไปวิเคราะห์ต่อได้ ควรเปิดช่องทางให้ประชาชน ภาคประชาสังคม และผู้เชี่ยวชาญส่งความเห็นต่อกรรมาธิการก่อนการลงมติ และควรเผยแพร่เหตุผลของการตัด เพิ่ม หรือคงงบประมาณแต่ละรายการเพื่อให้ตรวจสอบย้อนหลังได้

 

นอกจากนี้ กระบวนการรับฟังความเห็นควรขยายไปถึงรายงานการตรวจสอบขององค์การตรวจเงินแผ่นดินด้วย หากต้องการให้คะแนน 0 ในขั้นรัฐสภาขยับขึ้น สิ่งแรกที่ต้องเปิดไม่ใช่เพียงไฟล์งบประมาณ แต่คือประตูห้องที่ใช้ตัดสินใจว่าจะนำเงินภาษีของประชาชนไปใช้อย่างไร

บทความ “Corruption Tracker” เป็นความร่วมมือระหว่าง “กรุงเทพธุรกิจ” และ ศูนย์ความรู้เพื่อความร่วมมือในการต่อต้านคอร์รัปชันและส่งเสริมธรรมาภิบาลในระดับภูมิภาค (KRAC) คณะเศรษฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย นำเสนอข้อมูลเพื่อสร้างแนวทางการป้องกันปัญหาคอร์รัปชันในประเทศไทยที่เป็นกับดักของประเทศ

ปีที่แต่ง (พ.ศ.)
2569
ผู้แต่ง
ศูนย์ความรู้เพื่อความร่วมมือในการต่อต้านคอร์รัปชันและส่งเสริมธรรมาภิบาลในระดับภูมิภาค (KRAC) 
หน่วยงานสนับสนุน

หัวข้อ
Related Content

4 บทเรียนต้านโกงจากเวทีนานาชาติและสิ่งที่คนไทยควรรู้

4 บทเรียนจากเวทีต้านโกงนานาชาติ ชวนสำรวจเหตุใดหลายประเทศยังแก้ปัญหาไม่ได้ แม้จะมีเครื่องมือและแนวทางที่ชัดเจน พร้อมชวนคิดว่าไทยจะนำบทเรียนไปปรับใช้ได้อย่างไร

KRAC Extract | AI กับคอร์รัปชัน: โอกาส ข้อจำกัด และบทเรียนจากการใช้ปัญญาประดิษฐ์เพื่อการต่อต้านคอร์รัปชัน

AI กำลังเปลี่ยนการต่อต้านคอร์รัปชันอย่างไร? KRAC Extract ชวนสำรวจบทบาทของ AI ในการวิเคราะห์ข้อมูล คาดการณ์ความเสี่ยง และสนับสนุนการสืบสวน พร้อมบทเรียนจากหลายประเทศ

เปิดห้องพิจารณางบประมาณ ‘สารตั้งต้น’ สกัดการคอร์รัปชัน

ทำไมประเทศไทยต้องเปิดประชุมกรรมาธิการงบประมาณให้ประชาชนรับรู้? กรุงเทพธุรกิจ x KRAC ชวนสำรวจเหตุใดการเปิดเผยข้อมูลการประชุมกรรมาธิการฯ จึงสำคัญต่อความโปร่งใสและการตรวจสอบภาครัฐ

You might also like...

4 บทเรียนต้านโกงจากเวทีนานาชาติและสิ่งที่คนไทยควรรู้

4 บทเรียนจากเวทีต้านโกงนานาชาติ ชวนสำรวจเหตุใดหลายประเทศยังแก้ปัญหาไม่ได้ แม้จะมีเครื่องมือและแนวทางที่ชัดเจน พร้อมชวนคิดว่าไทยจะนำบทเรียนไปปรับใช้ได้อย่างไร

KRAC Insights I เรียนรู้กระบวนการทำงานและกรณีศึกษาการปราบปรามการทุจริตของสำนักงาน ป.ป.ช.

ทำไมการปราบปรามทุจริตจึงต้องอาศัยทั้งกฎหมาย หน่วยงานตรวจสอบ และผู้แจ้งเบาะแส? KRAC ชวนเรียนรู้บทบาท ป.ป.ช. ผ่านขั้นตอนการดำเนินคดีและกรณีศึกษาจริง

KRAC Extract | AI กับคอร์รัปชัน: โอกาส ข้อจำกัด และบทเรียนจากการใช้ปัญญาประดิษฐ์เพื่อการต่อต้านคอร์รัปชัน

AI กำลังเปลี่ยนการต่อต้านคอร์รัปชันอย่างไร? KRAC Extract ชวนสำรวจบทบาทของ AI ในการวิเคราะห์ข้อมูล คาดการณ์ความเสี่ยง และสนับสนุนการสืบสวน พร้อมบทเรียนจากหลายประเทศ