KRAC จุฬาฯ–วช. ขับเคลื่อนความร่วมมือต้านคอร์รัปชันระดับภูมิภาค สู่ธรรมาภิบาลที่โปร่งใส ยั่งยืน และเท่าทันโลกดิจิทัล

KRAC จุฬาฯ–วช. ขับเคลื่อนความร่วมมือต้านคอร์รัปชันระดับภูมิภาค สู่ธรรมาภิบาลที่โปร่งใส ยั่งยืน และเท่าทันโลกดิจิทัล

 
ศูนย์ความรู้เพื่อความร่วมมือในการต่อต้านคอร์รัปชันและส่งเสริมธรรมาภิบาลในระดับภูมิภาค หรือ KRAC คณะเศรษฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ภายใต้การสนับสนุนของสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) ตอกย้ำบทบาทสำคัญในการเป็น “ศูนย์กลางองค์ความรู้และความร่วมมือ” เพื่อยกระดับการต่อต้านคอร์รัปชันและการส่งเสริมธรรมาภิบาลในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
 
ในการประชุมเชิงวิชาการด้านการต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชันในระดับภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ครั้งที่ 4 หรือ The 4th International Conference on Anti-Corruption Innovations in Southeast Asia ซึ่งจัดขึ้นเมื่อวันที่ 18 มิถุนายน 2569 ณ โรงแรม Chatrium Grand Bangkok
 
การประชุมครั้งนี้เป็นความร่วมมือระหว่างศูนย์ ฯ ร่วมกับสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) สำนักงานว่าด้วยยาเสพติดและอาชญากรรมแห่งสหประชาชาติ (UNODC) สถาบันเพื่อการยุติธรรมแห่งประเทศไทย (TIJ) องค์กรต่อต้านคอร์รัปชัน (ประเทศไทย) และแนวร่วมต่อต้านคอร์รัปชันของภาคเอกชนไทย (CAC) โดยมีผู้แทนจากภาครัฐ ภาคเอกชน ภาคประชาสังคม องค์กรระหว่างประเทศ และสถาบันการศึกษาจากทั้งในและต่างประเทศ เข้าร่วมทั้งรูปแบบออนไซต์และออนไลน์รวมกว่า 780 คน
 
ภายใต้บทบาทของศูนย์ ฯ การประชุมครั้งนี้สะท้อนให้เห็นว่า การต่อต้านคอร์รัปชันในโลกปัจจุบันต้องอาศัยความร่วมมือข้ามพรมแดน ข้ามภาคส่วน และข้ามศาสตร์ความรู้ เพราะรูปแบบของการทุจริตมีความซับซ้อนมากขึ้น เชื่อมโยงกับเทคโนโลยีดิจิทัล กระแสเงินผิดกฎหมาย ธุรกิจข้ามชาติ และโครงสร้างนิติบุคคลที่อาจถูกใช้เป็นช่องทางปกปิดผลประโยชน์ที่แท้จริง
 

ประเด็นสำคัญจากเวทีนี้ครอบคลุม 3 หัวข้อหลัก ได้แก่

1.ธรรมาภิบาลในยุคดิจิทัล

 
การใช้เทคโนโลยีต้องมาพร้อมกับการออกแบบระบบงานที่โปร่งใส ตรวจสอบได้ และลดช่องว่างในการใช้ดุลยพินิจของเจ้าหน้าที่
 

2.ความโปร่งใสของผู้รับประโยชน์ที่แท้จริง

 
การเปิดเผยข้อมูล Beneficial Ownership เป็นเครื่องมือสำคัญในการตรวจสอบการฟอกเงิน การทุจริต และการซ่อนผลประโยชน์ไว้เบื้องหลังโครงสร้างบริษัท
 

3.การรับมือความเสี่ยงด้านความซื่อสัตย์ในภาคธุรกิจจากเทคโนโลยีไซเบอร์

 
ภาคธุรกิจจำเป็นต้องยกระดับจากการทำตามกฎระเบียบขั้นต่ำ ไปสู่การบริหารความเสี่ยงเชิงรุก โดยเฉพาะในยุคที่ AI และระบบดิจิทัลอาจถูกนำไปใช้สร้างเอกสารปลอม แทรกแซงกระบวนการจัดซื้อจัดจ้าง หรือหลบเลี่ยงระบบควบคุมภายใน
 
รองศาสตราจารย์ ดร.ต่อภัสสร์ ยมนาค ผู้อำนวยการศูนย์ KRAC คณะเศรษฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้กล่าวสรุปภาพรวมของการประชุมว่า เส้นทางสู่ความโปร่งใสเป็นเรื่องของ “เจตจำนงร่วมกัน” และการลงมือปฏิบัติอย่างต่อเนื่อง โดยในปัจจุบันภูมิภาคมีทั้งองค์ความรู้ เครื่องมือ และเครือข่ายความร่วมมือที่พร้อมต่อการขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลง
 
ศูนย์ ฯ ภายใต้การสนับสนุนของ วช. จึงมุ่งทำหน้าที่เป็นกลไกกลางในการเชื่อมโยงองค์ความรู้ งานวิจัย นโยบาย และภาคีเครือข่าย เพื่อผลักดันให้การต่อต้านคอร์รัปชันก้าวพ้นการทำงานแบบแยกส่วน ไปสู่ความร่วมมือเชิงระบบที่ใช้ข้อมูล นวัตกรรม และการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วนเป็นพลังขับเคลื่อน
 

เพราะการสร้างภูมิภาคที่โปร่งใส มีธรรมาภิบาล และปลอดจากคอร์รัปชันอย่างยั่งยืน จำเป็นต้องเริ่มจากความร่วมมือที่เข้มแข็ง และการเปลี่ยนองค์ความรู้ให้เป็นการลงมือทำจริง

You might also like...