ในช่วงปลายปีของทุกปี โดยเฉพาะช่วงวันคริสต์มาสที่เต็มไปด้วยแสงไฟ เพลงเฉลิมฉลอง และบรรยากาศแห่งความสุข เพลงหนึ่งที่เรามักได้ยินวนกลับมาเสมอไม่ว่าจะอยู่ที่ร้านกาแฟห้างสรรพสินค้า หรือบนหน้าฟีดโซเชียลมีเดีย คือเพลง All I Want For Christmas Is You เพลงรักที่กลายเป็นสัญลักษณ์ของฤดูกาลแห่งการให้ ความหวังและการรอคอยสิ่งดีๆ ที่จะมาถึง ซึ่งคำว่า“YOU” ในเพลงนั้น อาจหมายถึงใครสักคนที่เราปรารถนา อยากอยู่ด้วยในช่วงเวลาสำคัญของปี แต่สำหรับผม ในฐานะคนทำงานอยู่ในองค์กรที่มีเป้าหมายเพื่อส่งเสริมระบบนิเวศด้านการต่อต้านคอร์รัปชันและธรรมาภิบาลในสังคม คำว่า YOU ในช่วงเวลานี้ อาจมีความหมายที่แตกต่างออกไปเล็กน้อย ซึ่งไม่ได้หมายถึงแค่ใครคนใดคนหนึ่ง แต่หมายถึงสังคมที่เราอยากจะเห็นในช่วงเวลาแห่งความสุขนี้
ก่อนจะก้าวเข้าสู่ปี 2569 ซึ่งมาพร้อมความไม่แน่นอน การเปลี่ยนแปลง และโจทย์ท้าทายใหม่ๆ ทั้งทางเศรษฐกิจ เทคโนโลยี และการเมือง ความปรารถนาจากใจจริงต่อสังคมไทยของผม สามารถถ่ายทอดออกมาได้ผ่านคำว่า YOU ที่มาจาก 1.เยาวชน (Y : Youth) 2.โอกาส (O : Opportunity) และ 3.ความเป็นอันหนึ่งอันเดียว (U : Unity) แม้สามคำนี้อาจฟังดูไม่โรแมนติกเท่าเพลงในช่วงคริสต์มาสหลายๆ เพลง แต่สำหรับสังคมที่ต้องการก้าวไปข้างหน้าอย่างโปร่งใส เป็นธรรม และยั่งยืน สามคำนี้อาจเป็นของขวัญที่มีความหมายต่อชีวิตของใครหลายๆ คนอย่างลึกซึ้งและจริงใจ
Youth : เยาวชนไม่ใช่เพียงอนาคตของชาติ แต่คือผู้แบกรับต้นทุนของธรรมาภิบาลในปัจจุบัน
หลายคนพร่ำบอกกับเราว่า เยาวชนคืออนาคตของชาติ ซึ่งเป็นวาทกรรมที่ใช้กันทั่วไปจนอาจทำให้ใครหลายคนหลงลืมความสำคัญของประโยคนี้ไป โดยเฉพาะกลุ่มมีผู้มีอำนาจในการกำหนดนโยบายและจัดสรรทรัพยากรที่ส่งผลต่ออนาคตของชาติที่พวกเขาพร่ำบอกพร่ำสอนอย่างมาก เพราะหากเราต้องการอนาคตที่ดี จำเป็นต้องมีปัจจุบันที่ส่งเสริมให้อนาคตนั้นเกิดขึ้นได้จริง เพราะฉะนั้นเยาวชนไม่ได้เพียงถูกคาดหวังในฐานะอนาคต แต่พวกเขายังเป็นผู้มีส่วนได้ส่วนเสียในปัจจุบันอย่างลึกซึ้ง ยกตัวอย่างง่ายๆ อย่างการจัดสรรงบประมาณด้านการศึกษาที่มีตัวเลขค่อนข้างสูง รวมไปถึงการจัดให้มีการวัดผลการศึกษาระดับชาติอย่าง O-net ในทุกปี ซึ่งในปัจจุบันอาจไม่สามารถพูดได้เต็มปากว่าการให้งบประมาณสูงๆ ในทุกปีช่วยให้การศึกษาของเยาวชนไทยดีขึ้น สามารถเป็นอนาคตของชาติได้อย่างเต็มที่ และหากเรามองไปถึงการวัดผลในระดับสากลอย่าง PISA ยิ่งทำให้เห็นว่าวิธีการของผู้ใหญ่ที่มีอำนาจหลายคนตัดสินใจให้เยาวชนต้องเดินไปนั้นอาจไม่เหมาะสมกับยุคสมัยและคำว่าอนาคตของชาติสักเท่าไร หรือแม้แต่คำที่ถูกใส่ไว้ในหลักสูตรการศึกษาของไทยอย่าง โตไปไม่โกง ก็ถูกออกแบบมาโดยผู้มีอำนาจที่หลายๆ ครั้งก็ทำซะเอง แล้วจะให้อนาคตของชาติรู้สึกอย่างไรที่ต้องเดินตามทางของผู้ใหญ่ที่ไม่ยอมปรับเปลี่ยนและย้อนแย้งในตัวเอง
ทางออกของเรื่องอาจไม่ยากหากผู้มีอำนาจต้องการการเปลี่ยนแปลงจริง เพียงเริ่มจากการสนับสนุนการศึกษาอย่างถูกวิธีให้สอดคล้องกับบริบทของสังคมและยุคสมัยที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว ปลูกฝังจิตสำนึกของเยาวชนผ่านการกระทำจริงของตัวเองแทนการเขียนลงกระดาษให้เยาวชนท่องจำ เปิดโอกาสให้เยาวชนได้ตั้งคำถามต่อสิ่งต่างๆ อย่างอิสระ และให้เยาวชนเข้าถึงสิทธิ์ต่างๆอย่างเท่าเทียม ไม่ว่าจะเป็นลูกเต้าเหล่าใคร อยู่ในที่ไหน เพื่อให้เยาวชนที่เป็นอนาคตของชาติซึ่งเป็นกลุ่มที่มีส่วนได้ส่วนเสียมากที่สุดไม่ว่าสังคมจะตัดสินใจอย่างไร สามารถเดินต่อไปได้ด้วยความภาคภูมิใจจากใจจริง
Opportunity : โอกาสที่เท่าเทียม เท่าทัน และหลากหลาย
ในสังคมที่ขาดธรรมาภิบาล โอกาสมากมายอาจไม่ได้หายไปแต่ถูกซ่อน ถูกจำกัด และถูกจัดสรรให้กับคนบางกลุ่ม ลองคิดง่ายๆ จากเรื่องการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ หากข้อมูลโครงการ งบประมาณและผู้ชนะการประมูลไม่ถูกเปิดเผยอย่างโปร่งใส เข้าถึงได้ง่าย โอกาสในการแข่งขันย่อมไม่เท่าเทียม ผู้ประกอบการรายเล็กหรือคนรุ่นใหม่แทบไม่มีทางรู้ด้วยซ้ำว่าโครงการนั้นมีอยู่ ทำให้โอกาสไม่ใช่สิ่งที่ทุกคนได้รับอย่างเท่ากัน ซึ่งถ้าพูดถึงความเป็นจริงในสังคมแล้ว โอกาสของทุกคนอาจไม่มีทางเท่าเทียมกัน แม้จะพยายามอย่างเต็มที่ก็อาจไม่เกิดขึ้นได้จริง แต่เพราะเป็นแบบนั้น เราจึงต้องหาทางทำให้มันเท่าเทียมกันมากที่สุดให้ได้
แนวทางที่อาจช่วยให้เกิดโอกาสที่เท่าเทียมอาจมาจาก O อีกตัวอย่าง Open Data หรือการเปิดเผยข้อมูลและข้อมูลเปิด ในบริบทของประเทศไทย เป้าหมายเชิงนโยบายหลายเรื่อง ไม่ว่าจะเป็นการลดความเหลื่อมล้ำ การสร้างสนามแข่งขันที่เป็นธรรม หรือการลดระบบเส้นสาย ล้วนเชื่อมโยงกับคำว่า Opportunity ทั้งสิ้น และหัวใจของ Opportunity คือข้อมูลที่เข้าถึงได้อย่างเท่าเทียม ซึ่งนอกจากจะเปิดเผยให้เข้าถึงได้อย่างเท่าเทียมและก็ควรเปิดให้เข้าถึงได้อย่างเท่าทันด้วยเช่นกัน เพื่อให้ทุกคนไม่เสียโอกาสนั้นไปเพียงเพราะได้รับข้อมูลช้ากว่าที่ควร ทั้งนี้ โอกาสต่างๆ ที่ผ่านมาจากการเปิดเผยข้อมูลหรือการจัดทำข้อมูลเปิดให้ทุกคนเข้าถึงได้นั้นอาจยังไม่เพียงพอ จึงควรต้องสร้างโอกาสที่หลากหลายมากพอที่จะทำให้ทุกคนรู้สึกไม่แตกต่างกัน มากพอที่จะทำให้สังคมสามารถเดินหน้าไปด้วยกันได้อย่างมีประสิทธิภาพ
Unity: ความเป็นหนึ่งเดียวที่ไม่กลบเสียงตรวจสอบ
คำว่า Unity หรือความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน เป็นคำที่ต้องใช้ด้วยความระมัดระวังและเข้าใจอย่างมากในบริบทของธรรมาภิบาลเพราะในบางกรณี Unity อาจถูกตีความว่าเป็นความสามัคคีที่แลกมากับการไม่ตั้งคำถาม หรือการลดทอนเสียงวิพากษ์ ซึ่งหากมองย้อนกลับไป ประเทศไทยเองก็เคยติดอยู่กับความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันที่ไม่เปิดโอกาสให้ใครก็ตามที่เห็นต่างได้แสดงความคิดเห็นอย่างอิสระโดยปลอดภัย และทำให้ Unity ในความหมายของผมไม่ใช่ความเงียบกันอย่างพร้อมเพรียง แต่คือความร่วมมือบนฐานของความโปร่งใส ความรับผิดรับชอบ และความหลากหลายทางความคิด
สัญญาณที่ดีของไทยเกี่ยวกับประเด็นนี้คือการที่เรามีโอกาสเข้าร่วมเป็นสมาชิก OGP หรือ OECD ซึ่งมีการพิจารณาประเด็นความร่วมมือระหว่างภาคส่วน และผู้มีส่วนได้ส่วนเสียอย่างจริงจัง ถึงแม้จะยังอยู่ในขั้นตอนการเข้าร่วมเป็นสมาชิก แต่ก็ถือเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีสำหรับการสร้าง Unity ของไทยอย่างเหมาะสม รวมถึงกิจกรรมต่างๆ ที่เกิดขึ้นในช่วงเวลาที่ผ่านมา ทั้งจากภาครัฐ ภาคเอกชน สื่อ หรือแม้แต่ภาคประชาสังคมที่พยายามจัดกิจกรรมสร้างความร่วมมือระหว่างภาคส่วนเพื่อพัฒนาประเด็นต่างๆ ในสังคมอย่างต่อเนื่อง เช่น กิจกรรม Hackathon ข้อมูลบัญชีทรัพย์สิน ที่จัดโดยคณะกรรมาธิการพัฒนาการเมืองฯ สภาผู้แทนราษฎร TIJ ACT Security Pitch การตลาดวันละตอน WeVis และ HAND Social Enterprise ที่พยายามสร้างความร่วมมือกับทุกภาคส่วนในการจัดทำกิจกรรมที่เปิดโอกาสให้คนที่มีความสามารถเข้ามาพัฒนานวัตกรรมด้านการต่อต้านคอร์รัปชัน ซึ่งได้รับผลตอบรับเป็นอย่างดีและประสบความสำเร็จ พร้อมช่วยเปิดโอกาสให้ต่อยอดผลงานร่วมกับภาคส่วนต่างๆ อย่างกว้างขวาง และนี่เป็นหนึ่งในความพยายามที่เกิดขึ้น ที่จะเชื่อมโยงให้ Unity เกิดขึ้นจริงในสังคมไทยผ่านการสร้างความเชื่อมั่นและยอมรับว่าทุกภาคส่วนมีบทบาทสำคัญ และไม่มีใครควรอยู่เหนือการตรวจสอบ
All I Want for the Christmas is YOU
Youth Opportunity และ Unity ไม่ได้เรียงกันเพียงเพื่อให้ออกเสียงง่าย แต่แสดงให้เห็นถึงระบบนิเวศที่ต้องพึ่งพากันและกัน เยาวชนย่อมต้องพึ่งพาโอกาสที่สร้างมาจากความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันเพื่อให้อนาคตของชาติเต็มไปด้วยความเชื่อมั่น ความเข้าใจ และทางเดินที่สดใส ขณะเดียวกัน ความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันจะเกิดขึ้นไม่ได้เลยหากไร้ซึ่งโอกาสในการเข้าถึงสิ่งต่างๆ อย่างเท่าเทียมโดยเยาวชนที่เป็นอนาคตของชาติที่พร้อมจะคว้าโอกาสในสังคมที่ให้คุณค่าและน่าเอาเป็นแบบอย่าง
ก่อนที่ปี 2569 จะมาถึงความปรารถนาของผมต่อสังคมไทย ไม่ใช่คำขอที่ยิ่งใหญ่เกินเอื้อม เพียงแต่ขอให้เยาวชนไม่ต้องเติบโตในระบบที่พวกเขาต้องเดินตามทางของคนที่ไม่เปลี่ยนแปลงไปตามยุคสมัยและทำอะไรย้อนแย้งในตัวเอง ขอให้โอกาสต่าง ๆ ไม่ถูกซ่อนอยู่หลังประตูของอำนาจและเงินตราที่ล่อลวง และขอให้ความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันไม่ต้องแลกมาซึ่งการนิ่งเงียบ นิ่งเฉย หรือไม่แม้แต่จะสามารถสอดส่องใครได้ เพราะท้ายที่สุดแล้ว All I Want for the Christmas is YOU เพื่ออนาคตของชาติที่สดใสบนทางเดินของตัวเอง เพื่อสังคมที่โอกาสไม่กระจุกตัวอยู่กับแค่คนบางกลุ่ม เพื่อให้การตรวจสอบไม่ถูกมองว่าเป็นศัตรู และเพื่อทำให้ธรรมาภิบาลเป็นความจริงของสังคม ไม่ใช่เพียงแค่ความหวังลมๆ แล้งๆ
วสุพล ยอดเกตุ
หัวข้อ
แนวหน้าต่อต้านคอร์รัปชัน : โอกาสและความสำคัญของการกลับคืนเป็นภาคี TI Thailand
เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา กรุงเทพมหานครได้รับเกียรติให้เป็นเจ้าภาพจัดการประชุมระดับภูมิภาคของ Transparency International (TI) การเลือกประเทศไทยเป็นสถานที่จัดงานครั้งนี้มีนัยสำคัญ แม้ปัจจุบันไทยจะไม่มีภาคีประจำประเทศอย่างเป็นทางการ …
แนวหน้าต่อต้านคอร์รัปชัน : เมื่อ ‘งบก่อสร้าง’ ไม่ได้สร้างแค่ถนน แต่สร้างรายได้พิเศษให้บางคนด้วย
จากที่ผมได้รับเกียรติให้เข้าร่วมเป็นกรรมาธิการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 ในนามนักวิชาการอิสระที่ไม่สังกัดพรรคการเมืองใด ผมถือว่าหน้าที่นี้คือโอกาสสำคัญที่จะได้ตรวจสอบการใช้งบประมาณแผ่นดินให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อประชาชน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงเวลาที่เศรษฐกิจยังฟื้นตัวไม่เต็มที่ และทรัพยากรของประเทศมีอยู่อย่างจำกัด
แนวหน้าต่อต้านคอร์รัปชัน : อัปเดตประชุมวิชาการโลกเรื่องคอร์รัปชัน
เมื่อช่วงต้นเดือนกันยายนที่ผ่านมา ผศ. ดร.ต่อภัสสร์ ยมนาค Co-Founder บริษัท HAND Social Enterprise ได้รับเชิญไปบรรยายในงานประชุมทางวิชาการ Cambridge Economic Crime ที่จัดขึ้นเป็นปีที่ 40 แล้ว ซึ่งงานนี้ถือได้ว่าเป็นงานประชุมวิชาการระดับนานาชาติที่เกี่ยวข้องกับเรื่องคอร์รัปชันที่ใหญ่ที่สุดงานหนึ่ง โดยผศ. ดร.ต่อภัสสร์ ยมนาค ได้เข้าร่วมบรรยายเกี่ยวกับผลงานวิจัยเรื่องประสิทธิภาพที่แท้จริงของความโปร่งใสในการต่อต้านคอร์รัปชัน ผ่านการศึกษาผลกระทบจากโครงการความโปร่งใสในการก่อสร้างภาครัฐ (Infrastructure Transparency: CoST)


