การประยุกต์ใช้หลักศีล 5 เพื่อพัฒนาพฤติกรรมของผู้นําหมู่บ้านในเขตอําเภอกุดจับ จังหวัดอุดรธานี

การศึกษาพฤติกรรมของผู้นำหมู่บ้านอำเภอกุดจับ จังหวัดอุดรธานี พบว่ามีการละเมิดศีลธรรม ดังนั้น เพื่อพัฒนาพฤติกรรมของผู้นำหมู่บ้าน จึงควรนำหลักศีลห้ามาปรับใช้ ควบคู่กับหลัก 3วม คือ ร่วมคิด ร่วมทำ และร่วมรับผิดชอบ 

 

งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษา 1) หลักศีลห้า 2) สภาพปัญหาพฤติกรรมของผู้นําหมู่บ้านและ 3)การประยุกต์ใช้หลักศีลห้า เพื่อพัฒนาพฤติกรรมของผู้นําหมู่บ้านในเขตอำเภอกุดจับ จังหวัดอุดรธานี  

 

ผลการวิจัย พบว่า สภาพปัญหาพฤติกรรมของผู้นําหมู่บ้านมีการละเมิดศีลข้อที่ 1 เพราะการทะเลาะวิวาทส่วนการฆ่าสัตว์มุ่งเพื่อเป็นอาหาร การละเมิดศีลข้อที่ 2 เพราะปัจจัยอื่น เช่น ปัญหาครอบครัวและค่านิยมที่ผิด การละเมิดศีลข้อที่ 3 เพราะความฟุ้งเฟ้อในด้านวัตถุนิยม การละเมิดศีลข้อที่ 4 ส่วนมากจะเป็นการกล่าวคำเท็จเล็ก น้อย เพื่อความสบายใจของครอบครัว ส่วนการละเมิดศีลข้อที่ 5 พบว่ามีการติดสุราและยาเสพติดด้วย

 

สำหรับการประยุกต์ใช้หลักศีลห้าเพื่อพัฒนาพฤติกรรมของผู้นําหมู่บ้านต้องดำเนินการโดยการร่วมมือกันภายในชุมชนทั้งผู้นำชุมชนพระสงฆ์ประชาชนและโรงเรียน มี 3 ขั้นตอนคือ 1) การมีส่วนร่วมในขั้นเตรียมการ (ร่วมคิด) 2) การมีส่วนร่วมในขั้นดําเนินการ (ร่วมทํา) และ 3) การมีส่วนร่วมในการติดตามประเมินผลและเผยแพร่ผลการดําเนินงาน (ร่วมรับผิดชอบ) 

เอกสารอ้างอิง

รูปแบบ APA

พระมหาธนพล ขนฺติธมฺโม และคณะ. (2564). การประยุกต์ใช้หลักศีล 5 เพื่อพัฒนาพฤติกรรมของผู้นําหมู่บ้านในเขตอําเภอกุดจับ จังหวัดอุดรธานี. Journal of Modern Learning Development, 6(4), 227-240.

ปีที่แต่ง (พ.ศ.)
2564
ผู้แต่ง
  • พระมหาธนพล ขนฺติธมฺโม 
  • พระมหาประทีป อภิวฑฺฒโน  
  • สมเดช นามเกตุ 
วารสารที่ตีพิมพ์

หัวข้อ
Related Content

โมเดลความสัมพันธ์เชิงสาเหตุพฤติกรรมความไม่ทนและความละอายต่อการกระทำการทุจริตของนักศึกษาวิทยาลัยเซนต์หลุยส์

บทความนี้วิเคราะห์โมเดลความสัมพันธ์เชิงสาเหตุของพฤติกรรมไม่ทนและความละอายต่อการทุจริตของนักศึกษา โดยชี้ว่าความตั้งใจมีอิทธิพลโดยตรง พร้อมเสนอบทบาทสถาบันการศึกษาในการเสริมสร้างเจตคติอย่างยั่งยืน

โครงการวิจัยและประสานงานเพื่อสังคมไทยไร้คอร์รัปชัน

เพื่อออกแบบงานวิจัยสำหรับแก้ไขปัญหาคอร์รัปชันบนฐานการมีส่วนร่วมของประชาชนและภาคส่วนต่าง ๆ รวมถึงพัฒนาระบบและเครื่องมือใหม่ในการป้องกันและลดคอร์รัปชันในระดับพื้นที่

โครงการวิจัยเพื่อสังคมไทยไร้คอร์รัปชัน ระยะที่ 2

จัดทำข้อเสนอเพื่อเสริมพลังการมีส่วนร่วมของประชาชนในการต่อต้านคอร์รัปชัน ผ่านงานวิจัยเชิงปฏิบัติการแบบมีส่วนร่วม (PAR) และกระบวนการ Design Thinking เพื่อเข้าใจปัญหาจากมุมมองประชาชนและพัฒนานวัตกรรมแก้ไขที่ใช้ได้จริง

You might also like...

เปิดบัญชีทรัพย์สิน ‘นักการเมือง’ ต้องเปิดทันที ประชาชนตรวจสอบได้

กรุงเทพธุรกิจ x KRAC ชี้ “ผลการตรวจสอบบัญชีทรัพย์สิน” เป็นเพียงข้อสรุป แต่ “บัญชีทรัพย์สิน” คือข้อมูลต้นทางที่จำเป็นต่อการตรวจสอบโดยประชาชนและสื่อมวลชน

KRAC Insights I การประเมินความเสี่ยงการคอร์รัปชันในกฎหมาย

กฎหมายต่อต้านคอร์รัปชันที่เรามี ดีพอแล้วหรือไม่? หรือยังมีช่องว่างที่เราอาจมองไม่เห็น…KRAC ชวนทำความรู้จัก CRAT เครื่องมือประเมินความเสี่ยงคอร์รัปชันของกฎหมาย ภายใต้หลักสูตรกฎหมายและมาตรการว่าด้วยการต่อต้านคอร์รัปชันชิงปฏิบัติการ

KRAC Extract | ถ้าคนตัดสินไม่เป็นกลาง ความยุติธรรมก็ไม่เป็นธรรม: บทเรียนจากกระบวนการคัดเลือกผู้พิพากษา

KRAC Extract ชวนสำรวจ จุดเริ่มต้นของความยุติธรรมผ่านกระบวนการคัดเลือกผู้พิพากษา แล้วจะออกแบบระบบ อย่างไรให้ศาลเป็นอิสระ แต่ยังตรวจสอบได้?