KRAC Extract | มหาวิทยาลัย งานวิจัย และผลประโยชน์: สำรวจอำนาจและช่องโหว่คอร์รัปชันในแวดวงวิชาการ

มหาวิทยาลัย งานวิจัย และผลประโยชน์: สำรวจอำนาจและช่องโหว่

 

คอร์รัปชันในแวดวงวิชาการ มหาวิทยาลัยและงานวิจัยเป็นพื้นที่แห่งวิชาการ เหตุผล และความน่าเชื่อถือ ทว่าเบื้องหลังการทำงานของแวดวงวิชาการยังมีการตัดสินใจหลายเรื่องที่เกี่ยวข้องกับผลประโยชน์โดยตรง ทั้งการรับนักศึกษา การให้คะแนน การรับรองคุณวุฒิ การจัดสรรทุน การแต่งตั้งบุคลากร รวมถึงการสนับสนุนและเผยแพร่งานวิจัย ทุกขั้นตอนเหล่านี้อาจมีช่องให้เกิดการใช้อำนาจเพื่อเอื้อประโยชน์ได้ หากขาดหลักเกณฑ์และการตรวจสอบที่รัดกุม

KRAC Extract ชวนเจาะลึกประเด็นดังกล่าวผ่านรายงาน “Corruption and anti-corruption within the research sector and higher education system in Mozambique” โดย Caitlin Maslen (2023) ที่จะพาไปสำรวจความเสี่ยงคอร์รัปชันในระบบอุดมศึกษาและการวิจัยของโมซัมบิก พร้อมชวนมองต่อว่าช่องโหว่เหล่านี้ควรรับมืออย่างไร เพื่อให้มหาวิทยาลัยและงานวิจัยมีความโปร่งใสและตรวจสอบได้มากขึ้น

มหาวิทยาลัยก็มีจุดเสี่ยงจากการใช้อำนาจ

ระบบอุดมศึกษาของโมซัมบิกขยายตัวอย่างรวดเร็วในช่วงหลายทศวรรษที่ผ่านมา จากมหาวิทยาลัยเพียงแห่งเดียวในปี 1962 เพิ่มเป็นสถาบันอุดมศึกษาของรัฐ 22 แห่งและเอกชน 34 แห่ง อย่างไรก็ตาม การเข้าถึงการศึกษาระดับมหาวิทยาลัยยังอยู่ในระดับต่ำ ในปี 2018 มีอัตราการเข้าเรียนระดับอุดมศึกษาเพียง 7.3% ขณะที่ค่าเฉลี่ยทั่วโลกอยู่ที่ 35% เมื่อโอกาสเข้าเรียนในมหาวิทยาลัยยังมีจำกัด การรับนักศึกษาจึงเป็นหนึ่งในจุดที่ต้องระวังเรื่องการใช้อำนาจโดยมิชอบ โดยเฉพาะการเรียกรับผลประโยชน์เพื่อแลกกับสิทธิในการเข้าเรียน

รายงานพบข้อมูลเกี่ยวกับการทุจริตระดับย่อย (petty corruption) ในมหาวิทยาลัยทั้งรัฐและเอกชน ตั้งแต่การขายที่นั่งเรียน การขายคะแนน ไปจนถึงการใช้อำนาจเรียกรับผลประโยชน์ทางเพศ (sextortion) มีรายงานกรณีอาจารย์กดคะแนนนักศึกษาและเรียกร้องความสัมพันธ์ทางเพศเพื่อแลกกับการสอบผ่าน ขณะเดียวกัน รายงานยังกล่าวถึงกรณีการรับนักศึกษาที่ไม่เป็นไปตามเกณฑ์ เช่น ผู้ที่สอบเข้าไม่ผ่านได้รับการช่วยเหลือจากอาจารย์หรือเจ้าหน้าที่รับสมัคร รวมถึงข้อกล่าวอ้างว่าญาติของเจ้าหน้าที่รัฐบางรายได้รับเข้าเรียนทั้งที่คุณสมบัติไม่ครบ

 

ความเสี่ยงอีกด้านคือการลอกผลงานทางวิชาการ ข้อมูลจากรายงานระบุว่า 75% ของวิทยานิพนธ์ระดับปริญญาโทและเอกสารวิชาการ (monographs) จากมหาวิทยาลัยทั้งรัฐและเอกชนที่นำมาศึกษา พบการลอกผลงาน (plagiarism) ในระดับสูง แม้บางมหาวิทยาลัยกำหนดเกณฑ์และบทลงโทษไว้แล้ว แต่การบังคับใช้ยังไม่สม่ำเสมอ อีกทั้งการพิจารณายังพึ่งพาอาจารย์ผู้ควบคุมงาน ซึ่งอาจประเมินอย่างผ่อนปรนหรือเอื้อประโยชน์แก่นักศึกษาได้

ผลประโยชน์ทับซ้อนและอิทธิพลทางการเมือง: ความเสี่ยงที่ต้องจัดการ”

ในภาคการวิจัย ข้อจำกัดด้านเงินทุนก็เป็นอีกหนึ่งจุดเสี่ยงสำคัญ นักวิจัยในโมซัมบิกได้รับการสนับสนุนทางการเงินจากรัฐค่อนข้างจำกัด จึงอาจต้องหารายได้หรือแหล่งทุนจากภายนอก เช่น การรับงานที่ปรึกษาหรือเงินทุนจากภาคเอกชน


การรับทุนจากภายนอกอาจนำมาซึ่งความเสี่ยงด้านผลประโยชน์ทับซ้อน (conflict of interest) และความขัดแย้งด้านภาระผูกพัน (conflict of commitment) หากผู้ให้ทุนมีส่วนได้ส่วนเสียกับเรื่องที่กำลังศึกษา เพราะอาจเข้ามามีอิทธิพลต่อการออกแบบงานวิจัย การกำหนดกลุ่มตัวอย่าง การนำเสนอผล หรือกดดันไม่ให้เผยแพร่ผลวิจัยที่กระทบต่อผลประโยชน์ของตน ด้วยเหตุนี้ การเปิดเผยแหล่งทุนและความสัมพันธ์ระหว่างนักวิจัยกับผู้ให้ทุนจึงเป็นเรื่องสำคัญ เพราะช่วยให้ตรวจสอบได้ว่าผู้ให้ทุนมีส่วนได้ส่วนเสียกับงานวิจัยหรือไม่ และมีอิทธิพลต่อการทำวิจัยหรือผลที่เผยแพร่มากน้อยเพียงใด

 

อิทธิพลทางการเมืองเป็นอีกประเด็นที่รายงานให้ความสำคัญ เนื่องจากการกำกับมหาวิทยาลัยในโมซัมบิกยังรวมอำนาจไว้ที่ส่วนกลางค่อนข้างมาก หลายเรื่องอยู่ภายใต้การตัดสินใจของกระทรวงศึกษาธิการและหน่วยงานระดับชาติ ขณะเดียวกัน รายงานยังตั้งข้อสังเกตว่า มหาวิทยาลัยเอกชนขนาดใหญ่หลายแห่งมีบุคคลที่มีอิทธิพลทางการเมืองเป็นเจ้าของ ซึ่งอาจทำให้การตรวจสอบทำได้ไม่เต็มที่ และเพิ่มโอกาสให้เครือข่ายทางการเมืองหรือระบบอุปถัมภ์เข้ามาเกี่ยวข้องกับการแต่งตั้งบุคลากร การรับนักศึกษา และการตัดสินใจเรื่องต่าง ๆ ภายในมหาวิทยาลัย


ด้านการจัดสรรทุนวิจัยเองก็มีหลายจุดที่ต้องระวัง เช่น การประกาศรับข้อเสนอที่อาจเผยแพร่เฉพาะบางกลุ่ม หรือการกำหนดเงื่อนไขให้เอื้อต่อสถาบันใดสถาบันหนึ่ง ส่วนหลังจากได้รับทุนแล้ว ยังมีความเสี่ยงเรื่องการใช้เงินผิดวัตถุประสงค์ การปลอมแปลงข้อมูลเพื่อขอรับเงินเพิ่ม รวมถึงการทุจริตในการจัดซื้อจัดจ้าง ค่าเดินทาง เงินเดือน และเบี้ยเลี้ยง

ป้องกันคอร์รัปชันในวงวิชาการ ต้องสร้างระบบความซื่อสัตย์ที่ตรวจสอบได้

สำหรับแนวทางป้องกันคอร์รัปชันในวงวิชาการ รายงานเสนอให้เริ่มจากการจัดการภายในมหาวิทยาลัย โดยกำหนดผู้รับผิดชอบด้านความซื่อสัตย์ในการวิจัย (research integrity) ให้ชัดเจน ควบคู่กับการอบรมเรื่องความโปร่งใสและความรับผิดชอบ รวมถึงวางมาตรการป้องกันการลอกผลงาน (plagiarism) อย่างจริงจัง นอกจากนี้ มหาวิทยาลัยควรมีประมวลจริยธรรม (code of ethics) และนโยบายจัดการผลประโยชน์ทับซ้อน (conflict of interest policy) พร้อมตรวจสอบที่มาและความเสี่ยงของแหล่งเงินทุนก่อนรับการสนับสนุน
 
สำหรับการให้ทุนวิจัย รายงานเสนอให้หน่วยงานผู้ให้ทุนตรวจสอบความเสี่ยงของสถาบันก่อนอนุมัติทุน โดยพิจารณาประวัติการดำเนินงาน สถานะทางการเงิน และระบบบริหารจัดการ พร้อมกำหนดมาตรการป้องกันและตรวจจับคอร์รัปชันไว้ในสัญญาทุนให้ชัดเจน เช่น การตรวจสอบจากภายนอก การจัดให้มีช่องทางร้องเรียน การคุ้มครองผู้แจ้งเบาะแส และการกำหนดบทลงโทษเมื่อพบการกระทำผิด
 
กรณีของโมซัมบิกสะท้อนให้เห็นว่า ความเสี่ยงคอร์รัปชันเกิดขึ้นได้ในหลายส่วนของระบบอุดมศึกษาและการวิจัย ทั้งการรับนักศึกษา การให้คะแนน ตลอดจนการจัดสรรและบริหารทุนวิจัย ช่องโหว่ในแต่ละส่วนจึงควรได้รับการตรวจสอบและวางมาตรการป้องกันให้เหมาะสม เพื่อป้องกันไม่ให้ผู้มีอำนาจตัดสินใจใช้ตำแหน่งหน้าที่เอื้อประโยชน์ให้ตนเองหรือผู้อื่น
 
ท้ายที่สุด สิ่งที่ค้ำจุนมหาวิทยาลัยและวงการวิจัยคือความน่าเชื่อถือ กระบวนการต่าง ๆ ทั้งการรับนักศึกษา การให้คะแนน และการจัดสรรทุน จึงต้องโปร่งใส เป็นธรรม และตรวจสอบได้
 
 

เพราะเมื่อกระบวนการเหล่านี้ขาดความโปร่งใส ความน่าเชื่อถือของงานวิชาการและงานวิจัยย่อมถูกตั้งคำถาม และส่งผลต่อความไว้วางใจที่สังคมมีต่อระบบการศึกษาและการวิจัยโดยรวม

คอลัมน์  “KRAC Extract” สกัดองค์ความรู้ที่จับต้องได้ผ่านการศึกษาสถานการณ์คอร์รัปชันโลกที่จะพาคุณไปสำรวจสถานการณ์คอร์รัปชันในระดับสากล เจาะลึกรายงานจากแหล่งข้อมูลนานาชาติ และวิเคราะห์ประเด็น Hot ที่โลกกำลังจับตา เพราะคอร์รัปชันไม่ใช่เรื่องไกลตัว และการเรียนรู้บทเรียนจากต่างประเทศคือหนึ่งในกุญแจสู่การเปลี่ยนแปลงที่ยั่งยืน

ที่มา

Maslen, C. 2023. Mozambique: Corruption and anti-corruption within the research sector and higher education system. Bergen: U4 Anti-Corruption Resource Centre, Chr. Michelsen Institute (U4 Helpdesk Answer 2023:16)

ปีที่แต่ง (พ.ศ.)
2569
ผู้แต่ง

เรียบเรียงโดย ธนากาญจน์ กันทอง
ฝ่ายสื่อสารองค์ความรู้

หน่วยงานสนับสนุน
05_โลโก้ KRAC
โลโก้คณะเศรษฐศาสตร์ (ภาษาไทย)

หัวข้อ
Related Content

KRAC Extract | มหาวิทยาลัย งานวิจัย และผลประโยชน์: สำรวจอำนาจและช่องโหว่คอร์รัปชันในแวดวงวิชาการ

คอร์รัปชันในมหาวิทยาลัยและงานวิจัยอาจซ่อนอยู่ในขั้นตอนใดบ้าง? KRAC Extract ชวนเจาะลึกจุดเสี่ยงตั้งแต่การรับนักศึกษา การให้คะแนน ไปจนถึงทุนวิจัย พร้อมแนวทางสร้างระบบที่โปร่งใสและตรวจสอบได้

จากมุมมองโลกสู่ไทย ทำอย่างไรให้ ‘วงวิชาการไทย’ โปร่งใสตรวจสอบได้

วงวิชาการไทยจะโปร่งใสได้อย่างไร? ชวนสำรวจการเปิดข้อมูลทุนวิจัย การจัดการผลประโยชน์ทับซ้อน และการสร้างระบบที่ตรวจสอบได้ตั้งแต่การให้ทุนถึงผลงานวิจัย

KRAC Insights I ธรรมาภิบาลดิจิทัล: เทคโนโลยีช่วยป้องกันคอร์รัปชันได้ แต่ไม่อาจแทนที่ความซื่อสัตย์ของคน

AI และข้อมูลเปิดช่วยลดคอร์รัปชันได้จริงแค่ไหน? ชวนสำรวจธรรมาภิบาลดิจิทัล ตั้งแต่การเชื่อมโยงข้อมูล ไปจนถึงบทบาทของคนและระบบที่โปร่งใส

You might also like...

เปิดห้องพิจารณางบประมาณ ‘สารตั้งต้น’ สกัดการคอร์รัปชัน

ทำไมประเทศไทยต้องเปิดประชุมกรรมาธิการงบประมาณให้ประชาชนรับรู้? กรุงเทพธุรกิจ x KRAC ชวนสำรวจเหตุใดการเปิดเผยข้อมูลการประชุมกรรมาธิการฯ จึงสำคัญต่อความโปร่งใสและการตรวจสอบภาครัฐ

KRAC Extract | เงินเทาใต้เงาตึกสูง: เบื้องหลังอสังหาริมทรัพย์หรูที่โลกอาจไม่รู้ว่าใครคือเจ้าของ

KRAC Extract ชวนเจาะลึกความเสี่ยงการฟอกเงินผ่านอสังหาริมทรัพย์ และเหตุใดการเปิดเผยผู้ได้รับประโยชน์ที่แท้จริงจึงสำคัญต่อการต่อต้านคอร์รัปชัน

Open data แก้วิกฤติเชื่อมั่นรัฐไทย ประชาชนต้องมีส่วนร่วม “นโยบายสาธารณะ”

โครงการแลนด์บริดจ์กับคำถามเรื่องคอร์รัปชันสะท้อนวิกฤติความเชื่อมั่นของภาครัฐ กรุงเทพธุรกิจ x KRAC ชวนวิเคราะห์ว่า Open Data จะช่วยสร้างความโปร่งใสและฟื้นความไว้วางใจได้หรือไม่?