กรุงเทพธุรกิจ | คอร์รัปชัน โจทย์ใหญ่ทางการเมืองไทยที่ต้องเร่งแก้

ที่มา: กรุงเทพธุรกิจ

ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา คำว่า “คอร์รัปชัน” ในสังคมไทยดูเหมือนจะกลายเป็นเรื่องปกติในชีวิตประจำวัน ตั้งแต่โครงการรัฐขนาดใหญ่ที่มีคำถามเรื่องความโปร่งใส

 

ไปจนถึงบริการสาธารณะระดับท้องถิ่นที่ประชาชนต้องแบกรับต้นทุนแฝงโดยไม่รู้ตัว ปัญหานี้ไม่ได้เป็นเพียงเรื่องศีลธรรมของนักการเมืองหรือข้าราชการบางกลุ่ม หากแต่ได้พัฒนาไปสู่ “คอร์รัปชันเชิงโครงสร้าง” ที่ฝังตัวอยู่ในระบบการเมือง การบริหารราชการ และความสัมพันธ์เชิงอำนาจของประเทศไทยอย่างลึกซึ้ง

 

คอร์รัปชันเชิงโครงสร้างแตกต่างจากการทุจริตรายกรณี เพราะมันไม่ได้อาศัยเพียงการกระทำผิดของบุคคล แต่เกิดจากกติกา ระบบ และวัฒนธรรมทางการเมืองที่เปิดช่อง หรือแม้กระทั่งเอื้อให้การแสวงหาผลประโยชน์ส่วนตนกลายเป็นเรื่อง “เข้าใจได้” หรือ “จำเป็นต้องทำ” 

 

ผลที่ตามมาคือ ต้นทุนที่ไม่จำเป็นถูกผลักให้ตกอยู่กับประชาชนทั่วไป ไม่ว่าจะเป็น ราคาค่าครองชีพที่สูงขึ้นจากโครงการรัฐที่ไร้ประสิทธิภาพ คุณภาพบริการสาธารณะที่ต่ำกว่าศักยภาพ หรือโอกาสทางเศรษฐกิจที่ถูกผูกขาดโดยกลุ่มทุนและเครือข่ายอำนาจเดิม

 

ในเชิงเศรษฐกิจ คอร์รัปชันไม่เพียงบั่นทอนงบประมาณรัฐ แต่ยังทำลายความสามารถในการแข่งขันของประเทศในระยะยาว นักลงทุนขาดความเชื่อมั่น ธุรกิจขนาดเล็กและผู้ประกอบการรายใหม่ไม่สามารถแข่งขันได้อย่างเป็นธรรม

 

ขณะที่ทรัพยากรของรัฐถูกจัดสรรไปในทิศทางที่ไม่ตอบโจทย์สาธารณะ การเติบโตทางเศรษฐกิจของไทยจึงติดหล่ม แม้จะมีศักยภาพด้านทรัพยากรมนุษย์และทำเลที่ตั้งทางภูมิศาสตร์ก็ตาม

 

สิ่งที่น่ากังวลยิ่งกว่าคือ สัญญาณของความไม่พอใจต่อคอร์รัปชันในหมู่คนรุ่นใหม่กำลังสะสมอย่างเงียบ ๆ คนรุ่นที่เติบโตมากับเทคโนโลยีและการเข้าถึงข้อมูล เห็นความแตกต่างระหว่างสิ่งที่ควรเป็นกับสิ่งที่เป็นจริงอย่างชัดเจน

 

พวกเขามองเห็นตัวอย่างจากประเทศอื่น ทั้งในเอเชียใต้และภูมิภาคอื่นของโลก ที่ความไม่โปร่งใส การผูกขาดอำนาจ และการไม่ยอมปฏิรูปได้นำไปสู่การลุกฮือของประชาชน และการพังทลายของระบอบการเมืองเก่าอย่างรวดเร็ว

 

บทเรียนจากศรีลังกา บังกลาเทศ และเนปาล ชี้ให้เห็นอย่างตรงไปตรงมาว่า เมื่อคอร์รัปชันกลายเป็นโครงสร้างหลักของระบบอำนาจ และรัฐไม่สามารถหรือไม่เต็มใจจะแก้ไข

 

ปัญหานี้จะไม่จบลงที่การวิพากษ์วิจารณ์หรือการเลือกตั้งตามปกติ แต่จะปะทุออกมาในรูปแบบวิกฤติทางการเมืองและสังคมในที่สุด ไทยอาจยังไม่ถึงจุดนั้น แต่สัญญาณเตือนกำลังปรากฏชัดขึ้นเรื่อย ๆ

 

หากประเทศไทยต้องการหลีกเลี่ยงชะตากรรมเช่นเดียวกับสามประเทศดังกล่าว การแก้ไขปัญหาคอร์รัปชันต้องก้าวข้ามคำประกาศเชิงนโยบายไปสู่การปฏิรูปเชิงโครงสร้างอย่างจริงจัง การเปิดเผยข้อมูลภาครัฐอย่างมีคุณภาพ ไม่ใช่เพียงการเปิดข้อมูลตามพิธี

 

การสร้างฐานข้อมูลกลางของรัฐที่หน่วยงานสามารถเชื่อมโยง ตรวจสอบ และถ่วงดุลกันได้จริง รวมถึงการออกแบบกลไกให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการติดตามการใช้งบประมาณและนโยบายสาธารณะ ล้วนเป็นหัวใจสำคัญของการเปลี่ยนแปลง

 

ในบริบทนี้ พรรคการเมืองไทยทุกพรรคไม่อาจหลีกเลี่ยงความรับผิดชอบได้อีกต่อไป การแก้คอร์รัปชันควรถูกยกระดับให้เป็นวาระหลักของการแข่งขันทางการเมือง ไม่ใช่เพียงถ้อยคำสวยหรูในช่วงหาเสียง แต่ต้องแปรเปลี่ยนเป็นนโยบายที่เป็นรูปธรรม กล้าชนกับโครงสร้างอำนาจเดิม และพร้อมถูกตรวจสอบโดยสาธารณะ

 

เพราะท้ายที่สุดแล้ว การไม่แก้ปัญหาคอร์รัปชันอย่างจริงจัง อาจไม่เพียงทำให้ไทยสูญเสียโอกาสทางเศรษฐกิจ แต่ยังเสี่ยงต่อการสูญเสียความเชื่อมั่นของประชาชน ซึ่งเป็นต้นทุนที่แพงที่สุดของระบอบการเมือง

ปีที่แต่ง (พ.ศ.)
2569
ผู้แต่ง

ศุภวิชญ์ แก้วคูนอก

หน่วยงานสนับสนุน

หัวข้อ
Related Content

แนวหน้าต่อต้านคอร์รัปชัน : โอกาสและความสำคัญของการกลับคืนเป็นภาคี TI Thailand

เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา กรุงเทพมหานครได้รับเกียรติให้เป็นเจ้าภาพจัดการประชุมระดับภูมิภาคของ Transparency International (TI) การเลือกประเทศไทยเป็นสถานที่จัดงานครั้งนี้มีนัยสำคัญ แม้ปัจจุบันไทยจะไม่มีภาคีประจำประเทศอย่างเป็นทางการ …

แนวหน้าต่อต้านคอร์รัปชัน : เมื่อ ‘งบก่อสร้าง’ ไม่ได้สร้างแค่ถนน แต่สร้างรายได้พิเศษให้บางคนด้วย

จากที่ผมได้รับเกียรติให้เข้าร่วมเป็นกรรมาธิการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 ในนามนักวิชาการอิสระที่ไม่สังกัดพรรคการเมืองใด ผมถือว่าหน้าที่นี้คือโอกาสสำคัญที่จะได้ตรวจสอบการใช้งบประมาณแผ่นดินให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อประชาชน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงเวลาที่เศรษฐกิจยังฟื้นตัวไม่เต็มที่ และทรัพยากรของประเทศมีอยู่อย่างจำกัด

แนวหน้าต่อต้านคอร์รัปชัน : อัปเดตประชุมวิชาการโลกเรื่องคอร์รัปชัน

เมื่อช่วงต้นเดือนกันยายนที่ผ่านมา ผศ. ดร.ต่อภัสสร์ ยมนาค Co-Founder บริษัท HAND Social Enterprise ได้รับเชิญไปบรรยายในงานประชุมทางวิชาการ Cambridge Economic Crime ที่จัดขึ้นเป็นปีที่ 40 แล้ว ซึ่งงานนี้ถือได้ว่าเป็นงานประชุมวิชาการระดับนานาชาติที่เกี่ยวข้องกับเรื่องคอร์รัปชันที่ใหญ่ที่สุดงานหนึ่ง โดยผศ. ดร.ต่อภัสสร์ ยมนาค ได้เข้าร่วมบรรยายเกี่ยวกับผลงานวิจัยเรื่องประสิทธิภาพที่แท้จริงของความโปร่งใสในการต่อต้านคอร์รัปชัน ผ่านการศึกษาผลกระทบจากโครงการความโปร่งใสในการก่อสร้างภาครัฐ (Infrastructure Transparency: CoST)

You might also like...

KRAC Insights I เจาะลึกผลคะแนนดัชนีภาพลักษณ์คอร์รัปชัน (CPI) ของไทย ปี 2025

คะแนนทุจริตไทยตกหนัก เหลือ 33 คะแนน (อันดับ 116 ของโลก) ต่ำสุดในรอบ 20 ปี ร่วงมาอยู่อันดับ 8 ของอาเซียน แพ้ลาว ทั้งนี้ค่าเฉลี่ยทั่วโลกอยู่ที่ 42 คะแนน นั่นหมายความว่าไทยอยู่ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยนั่นเอง

KRAC Extract | ประชาธิปไตยไม่ใช่แค่ได้เลือก: บทเรียนจากความสัมพันธ์ระหว่างการเลือกตั้งและคอร์รัปชัน

KRAC Extract ชวนเจาะลึกความสัมพันธ์ระหว่าง “ความสุจริตของการเลือกตั้ง” กับ “คอร์รัปชัน” ที่ซับซ้อนกว่าที่คิด พร้อมบทเรียนสำคัญว่าทำไมการเลือกตั้งต้องมาพร้อมสถาบันเข้มแข็งและกลไกตรวจสอบที่มีประสิทธิภาพ

KRAC Insights I การต่อต้านคอร์รัปชันปี 2026: บทเรียนจากความสำเร็จ ความล้มเหลว และความท้าทายในอนาคต

ร่วมทบทวนพื้นฐานของทฤษฎีการศึกษาคอร์รัปชัน และถอดบทเรียนจากประสบการณ์การต่อต้านคอร์รัปชันของสหรัฐอเมริกา โดยศาสตราจารย์ Matthew C. Stephenson จาก Harvard Law School