เลือกตั้ง 69 ชวนคนไทยประกาศจุดยืน “ไม่ต้านโกง=ไม่เลือก”

เลือกตั้ง 69 ชวนคนไทยประกาศจุดยืน “ไม่ต้านโกง=ไม่เลือก” 


เครือข่ายภาคประชาสังคม “พลิกชีวิตมหาศาล” www.mahasarn.org ซึ่งมาจากการรวมตัว ของ 8 สถาบัน ได้แก่ ACT Hand TIJ UTCC KPI CODI CG Funds KTF รับลูก กกร. ร่วมแถลงผลโพลเลือกตั้ง 69 ซึ่งดำเนินการโดยมหาวิทยาลัยหอการค้าไทย ผลชี้ชัดว่า คนไทยคาดหวังนักการเมืองและพรรคการเมืองต้านโกง โดยจะไม่เลือกพรรคที่ไม่มีนโยบายปราบปรามการทุจริต และไม่เลือกนักการเมืองที่ใช้เงินซื้อเสียง

ภาคีเครือข่ายพลิกชีวิตมหาศาล จึงได้ริเริ่มสร้างสรรค์สติกเกอร์ชุด “1สิทธิ์พลิกชีวิตมหาศาล” เพื่อเป็นเครื่องมือสื่อ 10 สารหลัก ภายใต้แก่นคิด “ไม่ต้านโกง=ไม่เลือก” เพื่อตอกย้ำเสียงประชาชนให้นักการเมือง พรรคการเมืองขานรับหรือได้ยินชัดเจนมากขึ้น ประกอบด้วย

​1.) 1 สิทธิ์พลิกชีวิตมหาศาล
2.) ประเทศก้าวหน้าอย่าเลือกคนโกง
3.) ไม่มีนโยบายต้านโกง = ไม่เลือก
4.) นโยบายต้านโกงแถลงกี่โมงบอกด้วย
5.) หยุดพรรคเทาเข้าไปถอนทุน
6.) คนเทาเราไม่เลือก
7.) ไม่ทนคนเทา ไม่เอาคนโกง
8.) ขายเสียงเท่ากับขายชาติให้ทุนเทา
9.) ไม่เลือกคนที่รวยทางรัฐ
10.) ไม่กาคนจ่าย ไม่ได้คนโกง

คุณสุภอรรถ โบสุวรรณ ผู้ร่วมก่อตั้ง HAND Social Enterpriseตัวเเทนภาคีเครือข่ายฯ กล่าวว่า “เราต้องการให้ประชาชนตระหนักในสิทธิ์ของพวกเราคนไทยว่า ด้วย 1 สิทธิ์ที่มีไปเลือกตั้งก็สามารถพลิกระดับคุณภาพชีวิตได้มากอย่างมหาศาล หากทุกคนร่วมกันส่งเสียงเรียกร้องพรรคการเมือง นักการเมือง ให้จัดทำนโยบายต่อต้านคอร์รัปชันเสมือนนโยบายแก้ปัญหาปากท้อง รวมทั้งการตระหนักถึงเรื่องการถอนทุน ทุนเทาที่กำลังเป็นกระแสในขณะนี้ และอื่นๆ ตามข้อความที่ปรากฏในสติกเกอร์”

ข้อความต่าง ๆ ของสติกเกอร์ชุด 1 สิทธิ์ฯ นี้ จึงนับได้ว่าเป็นเครื่องมือสะท้อนเสียงประชาชนที่ง่ายต่อการเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายหลากหลายวัย เพื่อจะได้กระจายสารหลักเดียวกันสู่สังคม นั่นคือ ไม่ต้านโกงเราไม่เลือก”

 

👉🏻ร่วมกันแสดงจุดยืน และดาวน์โหลดสติกเกอร์ ชุด #1สิทธิ์พลิกชีวิตมหาศาล ฟรีได้ที่ลิงก์ด้านล่างหรือแสกน QR CODE ที่ภาพได้เลย

ปีที่แต่ง (พ.ศ.)
2569
ที่มา

โครงการ 1 สิทธิพลิกชีวิตมหาศาล

หน่วยงานสนับสนุน

หัวข้อ
Related Content

แนวหน้าต่อต้านคอร์รัปชัน : โอกาสและความสำคัญของการกลับคืนเป็นภาคี TI Thailand

เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา กรุงเทพมหานครได้รับเกียรติให้เป็นเจ้าภาพจัดการประชุมระดับภูมิภาคของ Transparency International (TI) การเลือกประเทศไทยเป็นสถานที่จัดงานครั้งนี้มีนัยสำคัญ แม้ปัจจุบันไทยจะไม่มีภาคีประจำประเทศอย่างเป็นทางการ …

แนวหน้าต่อต้านคอร์รัปชัน : เมื่อ ‘งบก่อสร้าง’ ไม่ได้สร้างแค่ถนน แต่สร้างรายได้พิเศษให้บางคนด้วย

จากที่ผมได้รับเกียรติให้เข้าร่วมเป็นกรรมาธิการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 ในนามนักวิชาการอิสระที่ไม่สังกัดพรรคการเมืองใด ผมถือว่าหน้าที่นี้คือโอกาสสำคัญที่จะได้ตรวจสอบการใช้งบประมาณแผ่นดินให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อประชาชน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงเวลาที่เศรษฐกิจยังฟื้นตัวไม่เต็มที่ และทรัพยากรของประเทศมีอยู่อย่างจำกัด

แนวหน้าต่อต้านคอร์รัปชัน : อัปเดตประชุมวิชาการโลกเรื่องคอร์รัปชัน

เมื่อช่วงต้นเดือนกันยายนที่ผ่านมา ผศ. ดร.ต่อภัสสร์ ยมนาค Co-Founder บริษัท HAND Social Enterprise ได้รับเชิญไปบรรยายในงานประชุมทางวิชาการ Cambridge Economic Crime ที่จัดขึ้นเป็นปีที่ 40 แล้ว ซึ่งงานนี้ถือได้ว่าเป็นงานประชุมวิชาการระดับนานาชาติที่เกี่ยวข้องกับเรื่องคอร์รัปชันที่ใหญ่ที่สุดงานหนึ่ง โดยผศ. ดร.ต่อภัสสร์ ยมนาค ได้เข้าร่วมบรรยายเกี่ยวกับผลงานวิจัยเรื่องประสิทธิภาพที่แท้จริงของความโปร่งใสในการต่อต้านคอร์รัปชัน ผ่านการศึกษาผลกระทบจากโครงการความโปร่งใสในการก่อสร้างภาครัฐ (Infrastructure Transparency: CoST)

You might also like...

KRAC Extract | อ่านสถานการณ์คอร์รัปชันโลกผ่านดัชนี CPI 2025: ความเสี่ยง โอกาส และทิศทางการต่อต้านคอร์รัปชัน

KRAC Extract ชวนเจาะลึกข้อมูลจากรายงาน Corruption Perceptions Index 2025 เพื่อทำความเข้าใจแนวโน้มสำคัญของการทุจริตในระดับโลก และชี้ให้เห็นความท้าทายใหม่ ๆ ที่กำลังทดสอบความเข้มแข็งของสถาบันรัฐในหลายประเทศ

3 ข้อเสนอแนะของ KRAC ต่อ กกต. ในการสร้างความเชื่อมั่นต่อผลการเลือกตั้งปี 2569

KRAC ให้ข้อเสนอแนะต่อ กกต. ไทยว่า ควรเริ่มจากการประกาศหลักการง่าย ๆ ว่า “ทุกขั้นตอนสำคัญต้องตรวจสอบได้โดยสาธารณะ” แล้วแปลงหลักการนี้ให้เป็นการปฏิบัติจริงในสามพื้นที่ที่กระทบศรัทธาที่สุด

KRAC Insights I เจาะลึกผลคะแนนดัชนีภาพลักษณ์คอร์รัปชัน (CPI) ของไทย ปี 2025

คะแนนทุจริตไทยตกหนัก เหลือ 33 คะแนน (อันดับ 116 ของโลก) ต่ำสุดในรอบ 20 ปี ร่วงมาอยู่อันดับ 8 ของอาเซียน แพ้ลาว ทั้งนี้ค่าเฉลี่ยทั่วโลกอยู่ที่ 42 คะแนน นั่นหมายความว่าไทยอยู่ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยนั่นเอง