ธรรมาภิบาลในการบริหารงานบุคคลของนายกเทศมนตรีในเขตพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ

การศึกษาธรรมาภิบาลในการบริหารงานบุคคลของนายกเทศมนตรี ในเขตพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เพื่อหาปัจจัยต่อที่มีอิทธิพลต่อธรรมาภิบาลและเสนอกลยุทธ์การสร้างธรรมาภิบาลในการบริหารงานบุคคลเขตพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือให้ดีขึ้น
 

การวิจัยครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาระดับธรรมาภิบาลในการบริหารงานบุคคลของนายกเทศมนตรีในเขตพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เพื่อศึกษาปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อธรรมาภิบาล ในการบริหารงานบุคคลของนายกเทศมนตรีในเขตพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และเพื่อศึกษาข้อเสนอแนะกลยุทธ์การสร้างธรรมาภิบาลในการบริหารงานบุคคลของนายกเทศมนตรีในเขตพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือให้ดีขึ้น  

 

การวิจัยในครั้งนี้เป็นการวิจัยแบบผสม (Mixed Method) โดยดำเนินการวิจัยเชิงปริมาณและแบบคุณภาพ ในการวิจัยเชิงปริมาณนั้น กลุ่มตัวอย่างของการวิจัยประกอบด้วยประชากร จำนวน 346 คน ได้แก่ นายกเทศมนตรี จำนวน 20 จังหวัด จำนวน 847 คน พนักงานเทศบาล ผู้ดำรงตำแหน่งปลัดและผู้รับผิดชอบงานบริหารงานบุคคล จำนวน 20 จังหวัดโดยใช้แบบสอบถามเป็นเครื่องมือ ส่วนการวิจัยเชิงคุณภาพเป็นการศึกษาโดยการทบทวนวรรณกรรมเอกสารต่าง ๆ การสังเกตแบบไม่มีส่วนร่วม (non-participatory observation) และการสัมภาษณ์เจาะลึก (In-depth Interviews) ผู้เชี่ยวชาญที่มีความรู้และประสบการณ์ที่เกี่ยวข้องกับการบริหารงานในเขตเทศบาลในเขตพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ จำนวน 17 คน  

 

ผลการวิจัย พบว่า 1) ระดับธรรมาภิบาลของนายกเทศมนตรีในเขตภาคตะวันออกเฉียงเหนืออยู่ในระดับปานกลาง 2) กลยุทธ์ในการสร้างหลักธรรมาภิบาลในการบริหารงานบุคคลมีความคิดเห็นอยู่ในระดับมาก 3) ปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อธรรมาภิบาลประกอบด้วยหลักความรับผิดชอบ หลักยุติธรรม หลักนิติธรรม และหลักความคุ้มค่า เรียงตามลำดับจากสูงไปต่ำ 4) ปัญหาการบริหารงานบุคคลมีสาเหตุจากการแสวงหาผลประโยชน์หรือคอร์รัปชัน โดยเฉพาะการทุจริตในการบรรจุแต่งตั้งพนักงานและการช่วยเหลือพวกพ้อง 5) แนวทางการแก้ไขปัญหาประกอบด้วยการเสริมสร้างความรู้และจิตสำนึกในการต่อต้านการทุจริต การสร้างคุณธรรมในองค์กรปกครอง ส่วนท้องถิ่น การมีส่วนร่วมของภาคประชาชนในการตรวจสอบ การสร้างแรงจูงใจให้พนักงานรัฐทำงานเพื่อประโยชน์ส่วนรวม และการสร้างความตระหนักรู้เกี่ยวกับการทุจริตในประชาชน เพื่อร่วมกันป้องกันและสร้างค่านิยมที่เหมาะสมในสังคม

เอกสารอ้างอิง

รูปแบบ APA

เกษศิริญญา บูรณะกิติ. (2560). ธรรมาภิบาลในการบริหารงานบุคคลของนายกเทศมนตรีในเขตพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ. วารสารวิชาการสถาบันวิทยาการจัดการแห่งแปซิฟิก, 3(2), 133-148.

ปีที่แต่ง (พ.ศ.)
2560
ผู้แต่ง

เกษศิริญญา บูรณะกิติ

วารสารที่ตีพิมพ์

หัวข้อ
Related Content

โมเดลความสัมพันธ์เชิงสาเหตุพฤติกรรมความไม่ทนและความละอายต่อการกระทำการทุจริตของนักศึกษาวิทยาลัยเซนต์หลุยส์

บทความนี้วิเคราะห์โมเดลความสัมพันธ์เชิงสาเหตุของพฤติกรรมไม่ทนและความละอายต่อการทุจริตของนักศึกษา โดยชี้ว่าความตั้งใจมีอิทธิพลโดยตรง พร้อมเสนอบทบาทสถาบันการศึกษาในการเสริมสร้างเจตคติอย่างยั่งยืน

โครงการศึกษาพรมแดนและช่องว่างความรู้เรื่องคอร์รัปชันและธรรมาภิบาล เพื่อสนับสนุนการจัดทำแผนบูรณาการด้านวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ปี พ.ศ. 2566-2570

ศึกษาพัฒนาการของงานวิจัยที่เกี่ยวข้องกับการคอร์รัปชันและธรรมาภิบาลในประเทศไทย เพื่อจัดทำข้อเสนอแนะต่อแนวทางการสนับสนุนการพัฒนางานวิจัยในประเด็นคอร์รัปชัน และธรรมาภิบาลในอนาคต

โครงการวิจัยการสังเคราะห์รูปแบบ กลไกและแนวทางการปลูกฝังเจตคติและวัฒนธรรมสุจริตเพื่อการป้องกันและปราบปรามการทุจริต

ศึกษาพัฒนาการของรูปแบบ กลไก และแนวทางการปลูกฝังเจตคติ และวัฒนธรรมสุจริตที่มีผลต่อการป้องกันการทุจริตของไทย และศึกษากรณีของต่างประเทศ เพื่อจัดทำเป็นข้อเสนอแนะต่อไป

You might also like...

เปิดข้อมูลใบอนุญาตสถานประกอบการ ‘เพิ่มโปร่งใส’ เพิ่มความปลอดภัยผู้บริโภค

การเปิดและเชื่อมโยงข้อมูลใบอนุญาตสถานประกอบการ ช่วยเพิ่มความโปร่งใส ความปลอดภัย และเปิดทางให้ประชาชนร่วมตรวจสอบการกำกับดูแลของภาครัฐได้อย่างไร

KRAC Insights I เชื่อมโยงข้อมูล: จุดสำคัญสกัดการฟอกเงินและการทุจริตในการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐของบุคคลผู้มีสถานะทางการเมือง

การเชื่อมโยงข้อมูล PEPs ผู้ได้รับผลประโยชน์ที่แท้จริง นิติบุคคล และการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ ช่วยยกระดับการตรวจจับความเสี่ยง ป้องกันการฟอกเงิน และลดการทุจริตได้อย่างไร

4 บทเรียนต้านโกงจากเวทีนานาชาติและสิ่งที่คนไทยควรรู้

4 บทเรียนจากเวทีต้านโกงนานาชาติ ชวนสำรวจเหตุใดหลายประเทศยังแก้ปัญหาไม่ได้ แม้จะมีเครื่องมือและแนวทางที่ชัดเจน พร้อมชวนคิดว่าไทยจะนำบทเรียนไปปรับใช้ได้อย่างไร