3 ข้อเสนอแนะของ KRAC ต่อ กกต. ในการสร้างความเชื่อมั่นต่อผลการเลือกตั้งปี 2569

“เปิดเผย โปร่งใส ตรวจสอบได้” ไม่ใช่คำขวัญสวย ๆ แต่คือเงื่อนไขขั้นต่ำของการเลือกตั้งที่ประชาชนเชื่อว่า “เสียงของฉันมีความหมายจริง”

 

หลังการเลือกตั้งครั้งล่าสุดในประเทศไทย ภาพที่สะท้อนออกมาชัดเจนคือความไม่เชื่อมั่นที่พุ่งขึ้นอย่างรวดเร็ว ผู้คนจำนวนมากไม่ได้สงสัยแค่ผลลัพธ์ แต่สงสัย “วิธีที่ได้ผลลัพธ์นั้นมา”

ตั้งแต่การจัดการหน่วยเลือกตั้ง การนับคะแนน การรายงานผล ไปจนถึงช่องทางร้องเรียนที่หลายคนรู้สึกว่าเข้าถึงยาก ช้า หรือไม่เห็นเหตุผลประกอบอย่างเพียงพอ เมื่อความสงสัยไม่ได้รับคำอธิบายที่ตรวจสอบได้ ความไม่ไว้วางใจก็ขยายตัวเป็นวิกฤตศรัทธาต่อทั้งกระบวนการ และแน่นอนว่าศูนย์กลางของแรงสั่นสะเทือนย่อมตกอยู่ที่คณะกรรมการการเลือกตั้ง

เรามักพูดว่า “จัดเลือกตั้งให้เรียบร้อย” เหมือนความเรียบร้อยเป็นคำตอบสุดท้าย แต่บทเรียนจากงานวิชาการจำนวนมากชี้ตรงกันว่า การมีการเลือกตั้งเพียงอย่างเดียวไม่เพียงพอที่จะทำให้การเมืองสะอาดหรือทำให้คอร์รัปชันลดลงได้ หากสนามแข่งขันยังไม่เที่ยงธรรม กติกาไม่ศักดิ์สิทธิ์ หรือการบังคับใช้กฎยังถูกมองว่าไม่เท่าเทียม

การเลือกตั้งอาจกลายเป็นเพียงพิธีกรรมที่ผลิตความชอบธรรมให้กับอำนาจเดิม มากกว่าจะเป็นเครื่องมือของประชาชนในการตรวจสอบผู้มีอำนาจ แนวคิด “ความรับผิดทางการเลือกตั้ง” จะทำงานได้จริงก็ต่อเมื่อประชาชนเชื่อว่าข้อมูลครบพอ ระบบยุติธรรมพอ และผลคะแนนสะท้อนเจตจำนงอย่างซื่อตรง

ภาระสำคัญจึงย้อนกลับมาที่ “องค์กรจัดการเลือกตั้ง” ว่าจะทำให้กติกาและการบังคับใช้กติกาเป็นที่เชื่อถือได้อย่างไร งาน “Between Trust and Democracy” ของ Mohsin Alam Bhat เสนอกรอบคิดที่มีประโยชน์มากต่อการมองบทบาทของคณะกรรมการเลือกตั้งในยุคที่สังคมไม่ไว้วางใจ เขาอธิบายว่าองค์กรจัดการเลือกตั้งมักได้รับ “ความไว้วางใจ” ในฐานะองค์กรผู้เชี่ยวชาญ เป็นกลาง และทำงานเป็นมืออาชีพ จนศาลและสังคมมักยอมให้มี “พื้นที่ดุลพินิจ” สูง

แต่ปัญหาคือเมื่ออำนาจและบทบาทขององค์กรขยายขึ้น ความไว้วางใจแบบเดิมอาจกลายเป็นจุดอ่อน เพราะทำให้การตัดสินใจจำนวนมากถูกทำในลักษณะ “เชื่อเราเถอะ” แทนที่จะเป็น “นี่คือเหตุผลและหลักฐานที่คุณตรวจสอบได้” หรือความรับผิดรับชอบเชิงปฏิบัติการที่ต้องเกิดขึ้นระหว่างการทำงานจริง ผ่านความโปร่งใส การให้เหตุผล และการเปิดให้ตรวจสอบได้

ประเด็นนี้ยิ่งชัดเมื่อเกิดข้อโต้แย้งเรื่องเทคโนโลยีการเลือกตั้งหรือการตรวจสอบผล เพราะความไว้วางใจจะยืนอยู่ได้ด้วย “ความสามารถที่ประชาชนจะตรวจสอบขั้นตอนสำคัญได้ด้วยตา” มากกว่าการรับรองจากผู้เชี่ยวชาญเพียงอย่างเดียว

หากนำมาเทียบกับประเทศไทย คำถามสำคัญไม่ใช่เพียงว่า กกต. “ทำถูกกฎหมายหรือไม่” แต่คือ กกต. “ทำให้ประชาชนเห็นได้อย่างไรว่าทำถูกและเป็นธรรม” นี่คือหัวใจของการสร้างความเชื่อมั่นในเวลานี้ และเป็นเหตุผลที่ กกต.ต้องสื่อสารเชิงกระบวนการมากกว่าสื่อสารเชิงผลลัพธ์

ประชาชนต้องเห็นภาพตั้งแต่ต้นจนจบว่าคะแนนเสียงเดินทางอย่างไรจากคูหาไปสู่ผลรวมระดับประเทศ ต้องเข้าใจว่าเหตุใดบางหน่วยรายงานช้า รายงานแก้ไขได้อย่างไร ใครอนุมัติ การแก้ไขมีร่องรอยตรวจสอบหรือไม่ และเมื่อเกิดข้อสงสัย ผู้ร้องเรียนจะต้องทำอะไร กี่ขั้นตอน ใช้เวลานานเท่าไร และที่สำคัญที่สุด “จะได้รับคำตอบที่มีเหตุผลและหลักฐานประกอบ” ไม่ใช่เพียงคำแจ้งผลสั้น ๆ ที่ทำให้คนรู้สึกว่าถูกปฏิเสธโดยไร้คำอธิบาย

3 ข้อเสนอแนะของ KRAC ต่อ กกต. ในการสร้างความเชื่อมั่นต่อผลการเลือกตั้งปี 2569

ฉะนั้น KRAC จึงขอมีข้อเสนอแนะต่อ กกต. ไทยว่า ควรเริ่มจากการประกาศหลักการง่าย ๆ ว่า “ทุกขั้นตอนสำคัญต้องตรวจสอบได้โดยสาธารณะ” แล้วแปลงหลักการนี้ให้เป็นการปฏิบัติจริงในสามพื้นที่ที่กระทบศรัทธาที่สุด


1️⃣ พื้นที่แรกคือการนับและรายงานคะแนน

 

กกต.ควรทำให้ข้อมูลระดับหน่วยเลือกตั้งเป็นข้อมูลที่เข้าถึงได้ง่ายและเป็นมาตรฐานเดียวกัน พร้อมคำอธิบายเมื่อเกิดความผิดปกติ เช่น เหตุผลการแก้ไขตัวเลข การบันทึกการแก้ไข และหลักฐานประกอบที่เปิดเผยได้


2️⃣ พื้นที่ที่สองคือการจัดการข้อร้องเรียน

 

ซึ่งควรเปลี่ยนจาก “กล่องดำ” ให้กลายเป็นระบบที่ประชาชนเห็นสถานะได้ตลอดทาง มีเส้นตายการพิจารณาแต่ละขั้น มีการเปิดเกณฑ์การรับเรื่อง การคัดกรอง และเหตุผลของคำวินิจฉัยอย่างเป็นลายลักษณ์อักษร เพราะความรู้สึกไม่รู้ว่าเรื่องไปถึงไหน คือเชื้อเพลิงของข่าวลือ


3️⃣ พื้นที่ที่สามคือการสื่อสารต่อสาธารณะ กกต.

 

ต้องพูดภาษาเดียวกับคนทั่วไป ลดภาษากฎหมายที่ตีความยาก และให้ความสำคัญกับการอธิบายเหตุผลเชิงหลักการว่า ทำไมต้องทำแบบนี้ ทำเพื่อป้องกันอะไร และ ประชาชนตรวจสอบได้อย่างไร ซึ่งสอดคล้องกับแนวคิดในงานวิชาการว่าความไว้วางใจที่ยั่งยืนต้องมี “การให้เหตุผลและการเปิดเผยค้ำอยู่เสมอ


ท้ายที่สุด ความเชื่อมั่นไม่ใช่สิ่งที่ขอได้จากประชาชน แต่เป็นสิ่งที่ต้อง “สร้าง” ด้วยการทำงานที่เปิดเผย โปร่งใส และตรวจสอบได้จริง ยิ่งสังคมตั้งคำถามมากเท่าไร กกต.ยิ่งต้องตอบด้วยกระบวนการที่ชัดเจนมากเท่านั้น เพราะในระบอบประชาธิปไตย ความชอบธรรมไม่ได้มาจากการประกาศผลคะแนนเพียงครั้งเดียว

 

แต่มาจากความสามารถของประชาชนที่จะเชื่อได้อย่างมีเหตุผลว่า ผลคะแนนนั้นเกิดจากกระบวนการที่ยุติธรรม และเมื่อมีข้อกังขา ระบบก็มีคำตอบที่ตรวจสอบได้ ไม่ใช่เพียงคำสั่งให้ “เชื่อมั่น” โดยไม่มีหลักฐานรองรับ

ปีที่แต่ง (พ.ศ.)
2569
ผู้แต่ง

ศุภวิชญ์ แก้วคูนอก

หน่วยงานสนับสนุน
05_โลโก้ KRAC
โลโก้คณะเศรษฐศาสตร์ (ภาษาไทย)

หัวข้อ
Related Content

KRAC Insights I การต่อต้านคอร์รัปชันยุคใหม่: จากข้อมูลเปิดสู่การบริหารความเสี่ยงด้วย AI

การต่อต้านคอร์รัปชันกำลังเปลี่ยนจากการจัดการเมื่อเกิดความผิด ไปสู่การประเมินและป้องกันความเสี่ยงล่วงหน้า บทความนี้ชวนดูบทเรียนสากลด้านกฎหมาย การบังคับใช้ ข้อมูลเปิด และ AI ที่ช่วยให้ระบบตรวจสอบเท่าทันความเสี่ยงรูปแบบใหม่

KRAC Extract | เปิดบัญชีทรัพย์สินแค่ไหน จึงโปร่งใสโดยไม่ล้ำเส้นความเป็นส่วนตัว

การเปิดเผยบัญชีทรัพย์สินช่วยตรวจสอบความร่ำรวยผิดปกติและผลประโยชน์ทับซ้อน แต่เมื่อข้อมูลครอบคลุมถึงคู่สมรส บุตร และคนใกล้ชิด เส้นแบ่งระหว่างความโปร่งใสกับความเป็นส่วนตัวควรอยู่ตรงไหน

KRAC Insights I หลักนิติธรรมสำคัญอย่างไรกับการต่อต้านคอร์รัปชัน

หลักนิติธรรมช่วยป้องกันคอร์รัปชันได้อย่างไร? บทความนี้ชวนทำความเข้าใจความเชื่อมโยงระหว่าง Rule of Law การใช้อำนาจรัฐ และดัชนี WJP Rule of Law Index เพื่อยกระดับธรรมาภิบาลและความโปร่งใสของประเทศไทย

You might also like...

จากมุมมองโลกสู่ไทย ทำอย่างไรให้ ‘วงวิชาการไทย’ โปร่งใสตรวจสอบได้

วงวิชาการไทยจะโปร่งใสได้อย่างไร? ชวนสำรวจการเปิดข้อมูลทุนวิจัย การจัดการผลประโยชน์ทับซ้อน และการสร้างระบบที่ตรวจสอบได้ตั้งแต่การให้ทุนถึงผลงานวิจัย

KRAC Insights I ใครคือเจ้าของตัวจริง? เปิดข้อมูลผู้รับประโยชน์ที่แท้จริง ปิดทางฟอกเงินและคอร์รัปชัน

ใครคือเจ้าของตัวจริงของบริษัทที่รับงานจากรัฐ ถือครองทรัพยากร หรือมีอำนาจควบคุมกิจการ? บทความนี้ชวนทำความเข้าใจข้อมูลผู้รับประโยชน์ที่แท้จริงและบทบาทของการเปิดเผย ตรวจสอบ และเชื่อมโยงข้อมูล เพื่อปิดช่องว่างที่ถูกใช้ซ่อนทรัพย์สิน ฟอกเงิน และปกปิดความเชื่อมโยงทางผลประโยชน์

แก้ปัญหาทุนเทาทั้งระบบ “เปิดข้อมูลสำคัญ” ลดฮั้วประมูล

เงินทุนสีเทาแทรกซึมเศรษฐกิจไทยผ่านช่องว่างกฎหมายได้อย่างไร? ชวนสำรวจบทบาทของ Open Data ในการเปิดให้ประชาชนร่วมตรวจสอบ ลดความเสี่ยงคอร์รัปชัน และมองเห็นสัญญาณฮั้วประมูลได้เร็วขึ้น