KRAC Hot News I สินบนฝากครรภ์และคลอดบุตร: หนึ่งในปัญหาใหญ่ที่ต้องแก้

วันแม่ปีนี้ KRAC ชวนแม่และลูกทุกคน มาสำรวจประสบการณ์และมุมมองของแม่ที่ต้องเผชิญกับผลกระทบของคอร์รัปชันทั้งทางตรงและทางอ้อม โดยเฉพาะการถูกเรียกรับสินบนในชีวิตประจำวันอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ เพียงเพราะต้องการให้ลูกเกิดมาอย่างปลอดภัยและมีคุณภาพชีวิตที่ดีตามสิทธิที่ควรได้รับ

 

ในปี 2020 สหประชาชาติ สำรวจความคิดเห็นของผู้หญิงในหลายประเทศทั้งจากแอฟริกา ละตินอเมริกา และเอเชียใต้ พบว่า หน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับสุขภาพ การศึกษา การให้บริการสาธารณูปโภค รวมถึงตำรวจเป็นหน่วยงานที่มีการคอร์รัปชันสูงที่สุด ซึ่งสอดคล้องกับการสำรวจความเห็นในกลุ่มผู้หญิงจาก 21 ประเทศสมาชิกสหภาพยุโรปโดย Bauhr และ Charron (2020) ที่พบว่า ผู้หญิงมักเกี่ยวข้องกับการคอร์รัปชันที่เกิดจากความจำเป็น (need) เพื่อให้ได้รับบริการสาธารณะที่รัฐมีหน้าที่จัดให้ เช่น การศึกษา และสุขภาพ มากกว่าเพื่อเข้าถึงสิทธิพิเศษและความมั่งคั่งที่ไม่เป็นธรรม หรือการคอร์รัปชันที่เกิดจากความความโลภ (greed)

 
นอกจากนี้ ด้วยบทบาทของเเม่เเละผู้ดูเเลครอบครัว พบว่า ส่วนใหญ่ผู้หญิงมักเข้าใช้บริการที่มีความเสี่ยงต่อการคอร์รัปชันมากกว่าคนทั่วไป โดยเฉพาะเรื่องของการรักษาพยาบาล และการศึกษา รวมถึงการเข้าถึงการฝากครรภ์และการคลอดบุตรที่มีคุณภาพ ซึ่งจากผลสำรวจกลายเป็นบริการทางสุขภาพที่มีการเรียกรับสินบนสูงที่สุด และแม่หลายคนต้องยอมจ่ายโดยหลีกเลี่ยงไม่ได้

ผลสำรวจ ชี้ “บริการด้านฝากครรภ์ ” มีการเรียกสินบนสูงสุด

หนึ่งในปัญหาใหญ่ที่แม่ต้องเผชิญ คือ ผลกระทบจากการคอร์รัปชันในระบบสุขภาพของเเม่เเละทารกเเรกเกิด ในรูปแบบของการเรียกรับสินบน เเละการบังคับให้จ่ายค่ารักษาพยาบาลที่ไม่จำเป็น จนทำให้แม่ตั้งครรภ์จำนวนมากไม่สามารถเข้าถึงการคลอดลูกที่ปลอดภัยได้
 
รายงานเรื่อง “Corruption risks in maternal and perinatal health” โดย Gabriela Camacho (2023) ระบุว่าการจ่ายสินบนในบริการสุขภาพ โดยเฉพาะด้านสูติกรรม เป็นปัญหาที่แพร่หลายในประเทศรายได้ต่ำและปานกลาง โดยผู้ให้บริการสุขภาพมักสร้างเงื่อนไขเพื่อเก็บค่าบริการพิเศษ ส่งผลให้ผู้ใช้บริการจ่ายเงินด้วยความหวังว่าจะได้รับการดูแลที่ดีกว่า รวมถึงการแซงคิวหรือการเข้าถึงยาได้ง่ายขึ้น แต่ในบางกรณีการเรียกเงินสินบนก็มาพร้อมกับการข่มขู่ เช่น ปฏิเสธการรักษาหรือการให้ยาชา ทำให้ผู้เข้ารับบริการอยู่ในสถานะเปราะบางและเสี่ยงต่อการถูกเอาเปรียบมากขึ้น
 
งานของ Schaaf & Topp (2019) ยังชี้ว่าผลกระทบจากการไม่ยอมจ่ายสินบน คือ การถูกปฏิเสธการรักษาในสถานพยาบาล เเละนำไปสู่การเสียชีวิตของแม่ระหว่างการทำคลอดและทารกแรกเกิด เเละยังส่งผลเสียต่อการให้บริการสุขภาพ เนื่องจากเจ้าหน้าที่อาจจงใจให้บริการที่มีคุณภาพต่ำลงแก่ผู้ป่วยเพื่อกระตุ้นให้ผู้ป่วยจ่ายสินบน รวมถึงเจ้าหน้าที่อาจผลักดันให้มีการทำหัตถการที่ไม่จำเป็นเพื่อเรียกเก็บเงินเพิ่มขึ้น

ไม่จ่าย = ความเสี่ยงต่อทารกในครรภ์

ดังจะเห็นได้จากประสบการณ์ของแม่ในรัฐอัสสัม ประเทศอินเดีย ที่ทุกขั้นตอนของการฝากครรภ์ต้องจ่ายสินบนให้กับเจ้าหน้าที่ แม้ว่าจะเป็นบริการฟรีจากรัฐ แต่ไม่มีใครกล้าปฏิเสธ เพราะหากไม่ยอมจ่ายก็จะถูกส่งต่อไปรักษายังศูนย์สุขภาพชุมชนที่ห่างไกลที่ไม่มีอุปกรณ์ทางการแพทย์ที่จำเป็น หรือบางรายก็ไม่สามารถเข้าถึงยาที่ต้องใช้ในการบำรุงครรภ์ แม่บางรายเลือกที่จะฝากครรภ์ในช่วงสามเดือนสุดท้ายก่อนคลอด และบางรายต้องคลอดลูกที่บ้านเพราะไม่มีเงิน ด้วยเหตุนี้ ทำให้รัฐอัสสัมมีอัตราการเสียชีวิตของแม่ตั้งครรภ์สูงที่สุดในประเทศ
 
ในขณะที่ผลการสำรวจแม่จำนวน 2,713 คนในประเทศบอสเนีย พบว่า ร้อยละ 50 ได้มอบเงินหรือของขวัญให้กับเจ้าหน้าที่หรือแพทย์ โดยในปี 2021 มีการจ่ายสินบนในห้องคลอดประมาณ 1 ล้านยูโร สะท้อนให้เห็นว่าการคลอดบุตรของแม่หนึ่งคนมักมีการจ่ายสินบนอย่างน้อยหนึ่งครั้งเพื่อให้ได้รับการดูแลที่ดีขึ้น ซึ่งแม่หลายท่านเปิดเผยว่าบางโรงพยาบาลเจ้าหน้าที่จะแจ้งชัดเจนว่าต้องจ่ายสินบน แต่บางครอบครัวก็ให้เงินไปเพราะกลัวว่าหากไม่จ่าย อาจไม่ได้รับการดูแลอย่างเหมาะสม นอกจากนี้ ยังเกิด “พื้นที่สีเทา” สำหรับการให้บริการคลอดลูกที่บ้าน ซึ่งยังไม่มีกฎระเบียบออกมารองรับชัดเจน ขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของหมอ ทำให้แม่ต้องเผชิญกับการถูกเรียกสินบนเพื่อเข้าถึงบริการนี้

เเม่ในไทย กับค่านิยมใส่ซองฝากพิเศษ

กลับมาดูที่ประเทศไทย แม้ว่าแม่จะสามารถใช้สิทธิการคลอดลูกได้ตามสิทธิหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สิทธิบัตรทอง) หรือสิทธิประกันสังคม ซึ่งครอบคลุมบริการที่จำเป็นต่อการผดุงครรภ์ แต่แม่ในไทยก็ยังต้องเผชิญกับค่านิยมของการจ่ายสินบนในรูปแบบ “เงินฝากพิเศษ” ที่ใส่ซองให้คุณหมอเป็นการตอบแทน ซึ่งวรรณโชค ไชยสะอาด (2560) อธิบายว่าการใส่ซองค่าทำคลอดในโรงพยาบาลรัฐเป็นเรื่องปกติ โดยแม่จะเลือกไปหาคลินิกที่หมอรับงานนอกเวลาไว้ เพื่อขอให้รับเป็นเจ้าของไข้ผ่านการจ่ายเงินฝากพิเศษ และทำหนังสือส่งมอบตัวมาที่โรงพยาบาล ซึ่งรวดเร็วกว่าการเข้าคิวปกติที่โรงพยาบาล รวมถึงเพื่อแลกกับการใช้ทรัพยากรในโรงพยาบาลรัฐเพื่อขอผ่าคลอดโดยไม่มีข้อบ่งชี้ทางการแพทย์
 
โดยตัวเลขสำหรับเงินฝากพิเศษจะอยู่ที่ขั้นต่ำประมาณ 4,000 ถึง 6,000 บาท และอาจจะสูงถึง 10,000 บาท อย่างไรก็ดี ในกลุ่มแม่ที่ไม่ยอมจ่ายเงินฝากพิเศษ ให้เหตุผลสั้นๆ ว่ามันคือการให้สินบนอย่างหนึ่ง เป็นการทุจริตเอาทรัพยากรส่วนรวมมาใช้เพื่อประโยชน์ของตัวเอง ซึ่งก็มีหมอหลายท่านที่ไม่เห็นด้วยกับการใส่ซองเพื่อฝากพิเศษ ได้ให้ข้อมูลถึงผลกระทบจากการฝากพิเศษที่ทำให้เสียระบบในการดูแลคนไข้ในภาพรวมอย่างเท่าเทียมกัน และสร้างภาระแก่เจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติงานในห้องคลอด รวมถึงเป็นการส่งต่อค่านิยมที่ไม่ถูกต้องให้กับคนไข้และหมอด้วย

ลดแรงจูงใจทั้งแม่เเละหมอ ด้วยการปฏิรูประบบบริการสุขภาพ

เพื่อแก้ปัญหาดังกล่าว ศ.นพ.ภิเศก ลุมพิกานนท์ (2560) ประธานราชวิทยาลัยสูตินรีแพทย์ฯ ได้ให้สัมภาษณ์ไว้ในคอลัมน์ “ผ่าท้องคลอดไม่ใช่คำตอบสุดท้าย” โดยเสนอว่าต้องลดแรงจูงใจด้านรายได้และการจัดการของโรงพยาบาล เช่น การกำหนดมาตรการควบคุมทางอ้อมด้วยการปรับค่าตอบแทนหมอทำคลอดแบบปกติกับการผ่าท้องคลอดให้เป็นอัตราเดียวกัน หมอจะได้ไม่มีแรงจูงใจในการเลือกผ่าคลอด รวมถึงการปรับปรุงการให้บริการต่างๆ ให้ดีขึ้น เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดช่องว่างในการเสนอจ่าย หรือเรียกสินบนเพื่อแลกกับการดูแลพิเศษ หรือขอให้ผ่าคลอดได้
 
สอดคล้องกับแนวทางการแก้ปัญหาในระดับสากลที่มองว่าความเสี่ยงด้านคอร์รัปชันในระบบฝากครรภ์และคลอดบุตร ไม่ได้เกิดจากแค่ความโลภ หรือผลประโยชน์ส่วนตัวของบุคลากรเท่านั้น แต่เกี่ยวพันกับปัญหาเชิงโครงสร้าง เช่น การจ่ายเงินนอกระบบบางส่วนอาจถูกนำไปใช้เพื่อซื้อวัสดุทางการแพทย์เนื่องจากขาดเเคลนงบสนับสนุน
 
ดังนั้น จึงต้องมีการปฏิรูประบบสุขภาพ ทั้งการปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐานของโรงพยาบาล และการบังคับใช้กฎหมายต่อต้านการให้สินบน รวมถึงมีระบบรับแจ้งเบาะแส (whistleblowing) ที่นำไปสู่การแก้ปัญหาสินบน ดังเช่นโครงการ EndMMNow ร่วมกับแม่อาสารายงานการเรียกรับสินบนของเจ้าหน้าที่ศูนย์ฯ ผ่าน SMS ตลอด 3 ปี และนำมาสร้างแผนที่การเรียกรับสินบนในระบบสุขภาพของรัฐอัสสัม ส่งผลให้มีการตรวจสอบงบประมาณและปฏิรูปบริการด้านสุขภาพในที่สุด

 

วันแม่ปีนี้ จึงขอเชิญชวนให้ฉุกคิดถึงผลกระทบที่เกิดขึ้นจากการจ่ายสินบนในการฝากครรภ์และการคลอดบุตร ด้วยการช่วยกันเป็นตัวแทนของแม่ที่ไม่จ่ายสินบน เพราะถ้าหากเราปล่อยให้การจ่ายสินบนเป็นเรื่องปกติ อนาคตข้างหน้า มันอาจจะไม่ใช่ทางเลือกแล้ว แต่จะเป็นการถูกบังคับให้จ่ายสินบน เพื่อแลกกับการให้แม่เข้าถึงบริการฝากครรภ์และการคลอดบุตรอย่างปลอดภัย

ปีที่แต่ง (พ.ศ.)
2568
ผู้แต่ง

สุภัจจา อังค์สุวรรณ

หน่วยงานสนับสนุน
05_โลโก้ KRAC
โลโก้คณะเศรษฐศาสตร์ (ภาษาไทย)

หัวข้อ
Related Content

เปลี่ยน Trainees เป็น Rookies ตัวท็อปของวงการ : ชวนอ่าน Anti-Corruption 101 เพื่อปูพื้นฐานการต่อต้านคอร์รัปชัน

ชวนอ่าน Anti-Corruption 101 ที่จะช่วยปูพื้นฐานความรู้ในเรื่องการคอร์รัปชัน ผ่านแนวคิดทางวิชาการ และเรียนรู้แนวทางการต่อต้านคอร์รัปชันที่มีเนื้อหาเข้าใจง่ายสำหรับทุกคน

มาแล้ว !! โอกาสพัฒนาความรู้สู่การต่อต้านคอร์รัปชันอย่างมีประสิทธิภาพ

KRAC ชวนทุกคนมาเรียน “หลักสูตรการส่งเสริมธรรมาภิบาลและการต่อต้านคอร์รัปชันร่วมสมัย” ที่จะพาผู้เรียนมาทำความเข้าใจกับการต่อต้านคอร์รัปชันที่มีเนื้อหาประยุกต์ไปกับหลายศาสตร์หลากมุมมองและมีตัวอย่างกรณีศึกษาให้เรียนรู้ สอดแทรกไปกับองค์ความรู้ใหม่ ๆ ที่สอดคล้องกับองค์กรที่ทำงานด้านการต่อต้านคอร์รัปชันในปัจจุบัน

คัดสรรงานวิจัยไทยต่อต้านคอร์รัปชัน ที่คุณอาจไม่รู้ (จัก) มาก่อน : ชวนอ่านสรุปงานวิจัยไทย 24 ชิ้น เพื่อทำความเข้าใจการต่อต้านคอร์รัปชัน

ชวนอ่านสรุปงานวิจัยไทยที่ KRAC คัดสรรมาให้คุณ เพื่อจะทำให้คุณเข้าใจปัญหา และวิธีการแก้ไขปัญหาคอร์รัปชันภายใต้บริบทของประเทศไทย

You might also like...

KRAC Infographic | ฝุ่น PM2.5 วิกฤตสิ่งแวดล้อมข้ามพรมแดน

KRAC พาทุกท่านทำความเข้าใจวิกฤตสิ่งแวดล้อมข้ามพรมแดนที่ส่งผลให้เราต้องเผชิญปัญหา PM 2.5 ทุก ๆ ปี.จะแก้ฝุ่น PM2.5 ทำไมต้องขับเคลื่อนธรรมาภิบาลสิ่งแวดล้อมข้ามพรมแดน?