KRAC คัดสรร เล่างานวิจัยไทย | 4 แนวทางสืบสวนคดีคอร์รัปชันของสหรัฐฯ แคนาดา ฮ่องกง สิงคโปร์ เขาทำอย่างไรกันบ้าง ?

หากพูดถึงการสืบสวนสอบสวนคดีคอร์รัปชัน หลายคนอาจนึกถึงการสอบปากคำ การขอข้อมูลเอกสาร การเรียกเจ้าหน้าที่มาสอบสวนทีละคน หรือการพึ่งพาการร้องเรียนจากภาคประชาชนเป็นหลัก

แต่ในความเป็นจริงแล้ว วิธีการเหล่านี้เพียงอย่างเดียวอาจไม่เพียงพอที่จะเข้าถึงความจริงได้ โดยเฉพาะในคดีที่ซับซ้อน มีอิทธิพลเกี่ยวข้อง หรือมีความพยายามปกปิดร่องรอยอย่างเป็นระบบ นั่นจึงเป็นเหตุผลที่งานวิจัยเรื่อง “การนำงานด้านการข่าวและเทคนิคเชิงสืบสวนพิเศษมาปรับใช้กับสำนักงาน ป.ป.ช.” (2552) โดย อนัน เพชรใหม่ และคณะ ได้ทำการศึกษาเทคนิคการสืบสวนสอบสวนการทุจริตทั้งจากในไทยและต่างประเทศ โดยเราได้หยิบยก “งานข่าวกรอง” และ “เทคนิคสืบสวนพิเศษ” จากสหรัฐอเมริกา แคนาดา ฮ่องกง และสิงคโปร์มาเป็นตัวอย่าง แต่ละประเทศมีแนวทางอย่างไรบ้าง มาดูกัน

สหรัฐอเมริกา: พัฒนาระบบข่าวกรองภายในประเทศ ทำงานเชิงรุกได้อย่างต่อเนื่อง

แต่เดิมสหรัฐฯ เผชิญกับปัญหาอาชญากรรมที่มีความซับซ้อนสูงมาโดยตลอด ทั้งการค้ายาเสพติด อาชญากรรมข้ามชาติ และคอร์รัปชันเชิงนโยบาย รัฐบาลจึงพัฒนา “ระบบข่าวกรองภายในประเทศ” ที่สามารถทำงานเชิงรุกได้อย่างต่อเนื่อง โดยมีหน่วยงานหลักคือ FBI ซึ่งนอกจากจะมีบทบาทด้านความมั่นคงแล้ว ยังเป็นหัวหอกในการใช้เทคนิคพิเศษกับคดีคอร์รัปชันอย่างจริงจัง นอกจากนี้ สหรัฐฯ ยังมีกฎหมาย “The Organized Crime Control Act of 1970” ที่เปิดให้เจ้าหน้าที่สามารถปลอมตัว แทรกซึม สะกดรอย ดักฟัง และวางแผนล่อซื้อได้อย่างถูกกฎหมาย โดยมีการผสานข้อมูลจากแหล่งข่าว เทคนิคสืบสวนทางดิจิทัล และการวิเคราะห์เชิงลึกจากระบบไอที ช่วยให้การสืบสวนสามารถเชื่อมโยงจากผู้กระทำผิดระดับล่างไปถึงผู้บงการระดับสูงได้อย่างมีประสิทธิภาพ

แคนาดา: พัฒนาหน่วยข่าวกรองที่ทำหน้าที่วิเคราะห์ข้อมูลความมั่นคง

จุดเด่นของแคนาดาคือการแยกหน้าที่ระหว่างการเก็บข่าวกรองและการสอบสวนออกจากกันอย่างชัดเจน โดย CSIS หรือ The Canadian Security Intelligence Service รับบทบาทเป็นหน่วยข่าวกรองที่ทำหน้าที่วิเคราะห์ข้อมูลความมั่นคง ขณะที่ RCMP หรือ Royal Canadian Mounted Police รับบทบาทเป็นหน่วยสอบสวนระดับประเทศที่มีประวัติยาวนานในการคลี่คลายคดีที่ซับซ้อน RCMP ได้รับอำนาจจากกฎหมายให้สามารถใช้เทคนิคพิเศษ เช่น การปลอมตัว ล่อซื้อ และการฝังตัวในองค์กรเพื่อหาหลักฐานในเชิงลึก วิธีนี้ถูกใช้บ่อยในคดีคอร์รัปชันที่มีความเกี่ยวข้องกับภาคธุรกิจหรือกลุ่มอิทธิพล ซึ่งยากจะเข้าถึงได้ด้วยวิธีทั่วไป การทำงานแบบคู่ขนานของ CSIS และ RCMP จึงเป็นกลไกที่สนับสนุนกันและกันได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ฮ่องกง: ก่อตั้ง ICAC หน่วยงานอิสระที่มีอำนาจสูงสุดในการปราบปรามการทุจริต 

ย้อนกลับไปในช่วงทศวรรษ 1970 ฮ่องกงเคยเป็นหนึ่งในพื้นที่ที่มีปัญหาคอร์รัปชันรุนแรง เจ้าหน้าที่รัฐเรียกรับสินบนเป็นเรื่องปกติ ประชาชนไม่เชื่อมั่นในระบบยุติธรรม รัฐบาลจึงก่อตั้ง ICAC หรือ Independent Commission Against Corruption ขึ้นเป็นหน่วยงานอิสระที่มีอำนาจสูงสุดในการปราบปรามการทุจริต  ICAC ไม่เพียงมีอำนาจตรวจสอบ ยึดทรัพย์ หรือออกหมายค้นเท่านั้น แต่ยังสามารถล่อซื้อและวางแผนปฏิบัติการลับได้ภายใต้กฎหมายเฉพาะของตัวเอง การทำงานของ ICAC ยังผสานกับฝ่ายวิเคราะห์ข่าวกรองภายใน และมีคณะกรรมการจากภายนอกตรวจสอบทุกขั้นตอน สร้างความเชื่อมั่นให้กับสังคมว่าไม่มีใครอยู่เหนือกฎหมาย

สิงคโปร์: จัดตั้ง CPIB เพื่อควบคุมและสืบสวนคดีคอร์รัปชันอย่างตรงจุด

สิงคโปร์เป็นอีกประเทศหนึ่งที่ยึดหลักการไม่สร้างหน่วยงานใหม่ให้ซ้ำซ้อน แต่เลือกจัดตั้ง CPIB (Corrupt Practices Investigation Bureau) ขึ้นภายใต้สำนักนายกรัฐมนตรี เพื่อควบคุมและสืบสวนคดีคอร์รัปชันอย่างตรงจุด

CPIB มีประวัติยาวนานตั้งแต่ยุคอาณานิคม และได้รับการยอมรับว่าเป็นหนึ่งในหน่วยงานที่มีประสิทธิภาพสูงที่สุดในภูมิภาค CPIB ใช้เทคนิคพิเศษได้ครบถ้วนตั้งแต่การดักฟัง ล่อซื้อ ตรวจสอบบัญชี จนถึงการใช้ข้อมูลข่าวกรองในการคาดคะเนความเสี่ยง ไม่ใช่แค่รอคดีให้เกิดขึ้น แต่ป้องกันไว้ตั้งแต่ต้นทางด้วยการวางระบบตรวจสอบอย่างแน่นหนา และการทำงานร่วมกับภาคส่วนอื่นในลักษณะบูรณาการ

สรุปแนวทางสืบสวนคดีคอร์รัปชันจากต่างประเทศ

กรณีศึกษาจากทั้งสี่ประเทศไม่ได้ชี้ชัดว่าต้องมีโครงสร้างแบบใดถึงจะปราบคอร์รัปชันได้สำเร็จ เพราะแต่ละประเทศต่างมีแนวทางของตัวเอง

  • สหรัฐฯ เน้นเทคโนโลยีขั้นสูงควบคู่กับกฎหมายที่เปิดทางให้เจ้าหน้าที่ทำงานเชิงลึกได้จริง
  • แคนาดาจัดวางบทบาทหน่วยข่าวกรองและสอบสวนให้ทำงานควบคู่กันอย่างมีประสิทธิภาพ
  • ฮ่องกงเลือกจัดตั้งองค์กรอิสระที่มีอำนาจเต็มในการจัดการปัญหา
  • สิงคโปร์ปลูกฝังวินัยในระบบราชการ และใช้กลไกสอบสวนที่เข้มข้นและตรวจสอบได้

 

แต่ไม่ว่ารูปแบบจะต่างกันแค่ไหน สิ่งที่เหมือนกันคือ พวกเขามี “ระบบ” ที่ไม่ปล่อยให้ผู้กระทำผิดลอยนวลไม่ว่าอยู่ในตำแหน่งใดของรัฐ ขณะที่ประเทศไทย แม้จะมีหน่วยงานต่อต้านคอร์รัปชันอยู่แล้ว แต่หากยังไม่เปิดทางให้ใช้เทคนิคพิเศษอย่างเป็นระบบ ก็อาจต้องยอมรับว่าการแก้ปัญหาคอร์รัปชันของเรายังไปไม่ถึงรากเท่าที่ควรจะเป็น

 

กรณีศึกษาทั้ง 4 ประเทศเป็นเพียงหนึ่งในประเด็นที่เราได้หยิบยกมาเล่าเท่านั้น ในงานวิจัยเรื่อง “การนำงานด้านการข่าวและเทคนิคเชิงสืบสวนพิเศษมาปรับใช้กับสำนักงาน ป.ป.ช.” (2552) โดย อนัน เพชรใหม่ และคณะ ยังมีประเด็นอื่น ๆ ที่น่าสนใจ เช่น ข้อเสนอให้ปรับแก้กฎหมายเพื่อเปิดทางให้ ป.ป.ช. ใช้เทคนิคสืบสวนสอบสวนพิเศษได้อย่างถูกต้องตามกฎหมาย การจัดตั้งหน่วยข่าวกรองภายในเพื่อรวบรวมและวิเคราะห์ข้อมูลเบื้องลึก ผู้ที่สนใจสามารถอ่านสรุปงานวิจัยฉบับเต็มได้ที่ลิงก์ด้านล่าง

คอลัมน์ “KRAC คัดสรร เล่างานวิจัยไทย” เป็นบทความเล่างานวิจัยไทยด้านการต่อต้านคอร์รัปชัน ที่หยิบยกหนึ่งในประเด็นของงานวิจัยในมุมมองของผู้ปฏิบัติการ เพื่อปูพื้นฐานความรู้และความเข้าใจเรื่องการคอร์รัปชัน และการต่อต้านคอร์รัปชันในมิติต่าง ๆ ภายใต้บริบทของประเทศไทย

ที่มา

อนันต์ เพชรใหม่, พล ศรัทโธ, สุทธิ บุญมี, ธนเกียรติ วัฒนศิลป์ และเศรษฐรัช ธรเสนา. (25ุ63). การนำ “งานด้านการข่าว”และ“เทคนิคการสืบสวนสอบสวนพิเศษ” มาปรับใช้กับสานักงาน ป.ป.ช.. สำนักงาน คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ. 

ปีที่แต่ง (พ.ศ.)
2568
ผู้แต่ง

ศูนย์ความรู้เพื่อความร่วมมือในการต่อต้านคอร์รัปชัน และส่งเสริมธรรมาภิบาลในระดับภูมิภาค

หน่วยงานสนับสนุน
05_โลโก้ KRAC
โลโก้คณะเศรษฐศาสตร์ (ภาษาไทย)

หัวข้อ
Related Content

เปลี่ยน Trainees เป็น Rookies ตัวท็อปของวงการ : ชวนอ่าน Anti-Corruption 101 เพื่อปูพื้นฐานการต่อต้านคอร์รัปชัน

ชวนอ่าน Anti-Corruption 101 ที่จะช่วยปูพื้นฐานความรู้ในเรื่องการคอร์รัปชัน ผ่านแนวคิดทางวิชาการ และเรียนรู้แนวทางการต่อต้านคอร์รัปชันที่มีเนื้อหาเข้าใจง่ายสำหรับทุกคน

มาแล้ว !! โอกาสพัฒนาความรู้สู่การต่อต้านคอร์รัปชันอย่างมีประสิทธิภาพ

KRAC ชวนทุกคนมาเรียน “หลักสูตรการส่งเสริมธรรมาภิบาลและการต่อต้านคอร์รัปชันร่วมสมัย” ที่จะพาผู้เรียนมาทำความเข้าใจกับการต่อต้านคอร์รัปชันที่มีเนื้อหาประยุกต์ไปกับหลายศาสตร์หลากมุมมองและมีตัวอย่างกรณีศึกษาให้เรียนรู้ สอดแทรกไปกับองค์ความรู้ใหม่ ๆ ที่สอดคล้องกับองค์กรที่ทำงานด้านการต่อต้านคอร์รัปชันในปัจจุบัน

คัดสรรงานวิจัยไทยต่อต้านคอร์รัปชัน ที่คุณอาจไม่รู้ (จัก) มาก่อน : ชวนอ่านสรุปงานวิจัยไทย 24 ชิ้น เพื่อทำความเข้าใจการต่อต้านคอร์รัปชัน

ชวนอ่านสรุปงานวิจัยไทยที่ KRAC คัดสรรมาให้คุณ เพื่อจะทำให้คุณเข้าใจปัญหา และวิธีการแก้ไขปัญหาคอร์รัปชันภายใต้บริบทของประเทศไทย

You might also like...

KRAC Recap 2025: What We Built, What Changed and Why It Matters

ชวนอ่านในรอบปี 2568 ที่ผ่านมา KRAC ได้สร้างอะไร เปลี่ยนแปลงอะไร และเพราะเหตุใดสิ่งเหล่านี้จึงมีความหมายต่อการต่อต้านคอร์รัปชันของประเทศไทยในระยะยาว

KRAC Hot News I ส่องนโยบายต้านโกง 4 พรรคใหญ่ ในศึกเลือกตั้ง 2569

ชวนส่อง 4 พรรคใหญมีนโยบายต้านทุจริตอย่างไรบ้าง…เพราะการทุจริถูกตีความว่าเป็นต้นทุนแฝงที่กัดกร่อนเศรษฐกิจและทำให้ประเทศเสียความสามารถในการแข่งขันอย่างเป็นรูปธรรม

เลือกตั้ง 69 ชวนคนไทยประกาศจุดยืน “ไม่ต้านโกง=ไม่เลือก”

“พลิกชีวิตมหาศาล” รับลูก กกร. ปล่อยสติกเกอร์ “1 สิทธิ์พลิกชีวิตมหาศาล” ภายใต้แก่นคิด “ไม่ต้านโกง=ไม่เลือก” เพื่อตอกย้ำเสียงของประชาชนไปสู่นักการเมือง พรรคการเมือง