อิทธิพลของเสรีภาพสื่อมวลชนต่อการคอร์รัปชันในสังคมไทย

การศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างเสรีภาพสื่อมวลชนไทยกับการคอร์รัปชันในสังคมไทย ด้วยวิธีการวิเคราะห์ทางสถิติและการสัมภาษณ์นักวิชาการและนักวิชาชีพสื่อมวลชน

สื่อมวลชนไม่เพียงแต่เป็นช่องทางในการนำเสนอข้อมูลข่าวสารเท่านั้น แต่ยังมีบทบาทในการเป็นเครื่องมือส่งเสริมการมีส่วนร่วมของประชาชนและสนับสนุนกลไกตรวจสอบการคอร์รัปชัน

สอดคล้องกับการศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างการทําหน้าที่ของสื่อมวลชนกับระดับการคอร์รัปชันในต่างประเทศ พบว่า ยิ่งสื่อมวลชนมีเสรีภาพในการนำเสนอข้อมูลข่าวสารและตรวจสอบ ยิ่งทำให้อัตราคอร์รัปชันลดลง ขณะที่การศึกษาเกี่ยวกับประเด็นดังกล่าวในประเทศไทยยังคงมีปริมาณน้อย ทั้งที่ปัญหาการคอร์รัปชันเป็นปัญหาเร่งด่วนของประเทศไทย

จากสาเหตุดังกล่าว จึงนำมาสู่วัตถุประสงค์ของการศึกษาในครั้งนี้ คือ 

  1. เพื่อศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างเสรีภาพสื่อมวลชนไทยกับการคอร์รัปชันในสังคมไทย
  2. เพื่อศึกษาความสามารถของเสรีภาพสื่อมวลชนไทยในการพยากรณ์การคอร์รัปชันในสังคมไทย 
  3. เพื่อศึกษาความสามารถของเสรีภาพสื่อมวลชนไทยในด้านสภาพแวดล้อมทางกฎหมาย การเมืองและเศรษฐกิจในการร่วมกันพยากรณ์การคอร์รัปชันในสังคมไทย 
  4. เพื่อศึกษาความคิดเห็นของนักวิชาการและนักวิชาชีพสื่อมวลชนที่มีต่อผลการวิเคราะห์ความสัมพันธ์ของเสรีภาพสื่อมวลชนไทยและการคอร์รัปชันในสังคมไทย 

ผลการศึกษา พบว่า เสรีภาพสื่อมวลชนไทยมีความสัมพันธ์ไปในทิศทางเดียวกับการคอร์รัปชัน กล่าวคือ ยิ่งสื่อมวลชนมีเสรีภาพเพิ่มขึ้น การคอร์รัปชันก็มีมากขึ้น และเมื่อสัมภาษณ์ความเห็นของนักวิชาการและนักวิชาชีพสื่อมวลชนซึ่งส่วนใหญ่มีความเห็นว่าความสัมพันธ์ระหว่างเสรีภาพสื่อมวลชนกับการคอร์รัปชันควรเป็นความสัมพันธ์แปรผกผัน แต่จากผลการศึกษาความสัมพันธ์ที่เกิดขึ้นอาจมีสาเหตุจากการขาดความรับผิดชอบของสื่อมวลชน การขาดศักยภาพในการรายงานข่าว การสืบสวน การเปิดเผยให้เห็นถึงการทุจริตที่ถูกซ่อนไว้และการขาดปัจจัยอื่นที่ช่วยสนับสนุนการทํางานของสื่อ 

สรุปประเด็นสำคัญของงานวิจัย

  • ผลจากการศึกษา พบว่า เสรีภาพสื่อมวลชนมีความสัมพันธ์กับการคอร์รัปชันในสังคมไทยอย่างมีนัยสําคัญ โดยเป็นความสัมพันธ์เชิงบวกระดับปานกลาง สะท้อนให้เห็นว่าเสรีภาพสื่อมวลชนไทยกับการคอร์รัปชันมีความสัมพันธ์กันและเป็นความสัมพันธ์ในทิศทางเดียวกัน

  • ผลการศึกษา พบว่า ความคิดเห็นของนักวิชาการและนักวิชาชีพสื่อมวลชนส่วนใหญ่เห็นด้วยกับผลวิเคราะห์ความสัมพันธ์ข้างต้น เนื่องจากการขาดความรับผิดชอบของสื่อมวลชน การขาดศักยภาพในการรายงานข่าวสืบสวน การเปิดเผยให้เห็นถึงการทุจริตคอร์รัปชัน และการขาดปัจจัยอื่นที่ช่วยสนับสนุนในการทําหน้าที่สื่อจึงเป็นสาเหตุให้เสรีภาพสื่อมวลชนไทยกับการคอร์รัปชันมีความสัมพันธ์ในทิศทางเดียวกัน

สรุปข้อเสนอแนะจากงานวิจัย

  • จากผลการวิเคราะห์ พบว่า เสรีภาพสื่อมวลชนไทยสามารถอธิบายความผันแปรของตัวแปรการคอร์รัปชันได้ร้อยละ 35.9 แสดงให้เห็นว่าอาจมีตัวแปรอื่นที่เกี่ยวข้อง ซึ่งยังไม่ได้นำมาใส่ไว้ในแบบจำลอง ดังนั้น ผู้วิจัยจึงควรทบทวนวรรณกรรมเพื่อหาตัวแปรที่เกี่ยวข้องดังกล่าวเพื่อให้การศึกษามีความครอบคลุมและมีประสิทธิภาพมากขึ้น

  • จากผลทดสอบความสัมพันธ์ของตัวแปรอิสระ ได้แก่ สภาพแวดล้อมทางกฎหมาย การเมืองและเศรษฐกิจพบว่าตัวแปรมีความสัมพันธ์กันสูงจนเกิดปัญหาในการวิเคราะห์ ทำให้ต้องตัดตัวแปรดังกล่าวออก ทั้งนี้ อาจเกิดจากการศึกษาอิทธิพลของทั้งสามตัวแปรข้างต้นที่มีต่อเสรีภาพสื่อมวลชนไทยโดย Freedom House ที่มีข้อมูลเพียง 16 กรณีเท่านั้น ซึ่งอาจเป็นจํานวนน้อยเกินไป ดังนั้น การศึกษาครั้งต่อไปผู้วิจัยอาจพิจารณาใช้ข้อมูลส่วนนี้จากแหล่งทุติยภูมิอื่นที่น่าเชื่อถือและมีจํานวนเพียงพอต่อการวิเคราะห์หรืออาจใช้ข้อมูลปฐมภูมิ

  • จากการศึกษาที่พบว่าเสรีภาพสื่อมวลชนมีความสัมพันธ์เชิงบวกต่อการคอร์รัปชันในสังคมไทย อาจสื่อความได้ว่า เสรีภาพของสื่อมวลชนไทยอาจจะถูกถูกควบคุมโดยอิทธิพลของปัจจัยบางอย่าง ทำให้ไม่สามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ ด้วยเหตุนี้ การศึกษาครั้งต่อไปจึงควรค้นหาปัจจัยเหล่านี้และหาแนวทางแก้ไขเพื่อให้สื่อมวลชนไทยสามารถทําหน้าที่เป็นสุนัขเฝ้าบ้านให้กับสังคมไทยได้อย่างแท้จริงต่อไป

  • การศึกษาครั้งต่อไปควรทดสอบความสัมพันธ์ระหว่างการรายงานข่าวของสื่อมวลชนเกี่ยวกับคําพิพากษาของศาลที่ตัดสินลงโทษจําคุกผู้ที่ทําการทุจริตในหน่วยงานภาครัฐว่าสามารถส่งผลให้บุคลากรที่ยังปฏิบัติหน้าที่ในภาครัฐและมีโอกาสทุจริตนั้นเกิดความเกรงกลัวต่อการลงโทษดังกล่าว หรือมีแนวโน้มที่จะปฏิบัติหน้าที่บนพื้นฐานของความสุจริตโปร่งใสเพิ่มมากขึ้นหรือไม่ หากความสัมพันธ์นี้มีนัยสําคัญทางสถิติก็จะเป็นหลักฐานที่บ่งชี้ถึงอิทธิพลในการเป็นสุนัขเฝ้าบ้านของสื่อมวลชน

  • จากผลการวิเคราะห์ที่พบว่า เสรีภาพสื่อมวลชนไทยและการคอร์รัปชันมีความสัมพันธ์ในทิศทางเดียวกัน อาจสื่อได้ว่าเป็นปัญหาที่เกิดจากสื่อมวลชนเอง ดังนั้น สื่อมวลชนไทยจึงควรตระหนักถึงความสําคัญของเสรีภาพที่ได้รับนี้และต้องใช้เสรีภาพที่มีดังกล่าวทําหน้าที่เป็นสุนัขเฝ้าบ้านอย่างรับผิดชอบโดยไม่ลังเลที่จะปกป้องผลประโยชน์ของส่วนรวม

เอกสารอ้างอิง
รูปแบบ APA

วัชระ จิรฐิติกาลกิจ. (2564). อิทธิพลของเสรีภาพสื่อมวลชนต่อการคอร์รัปชันในสังคมไทย. มหาวิทยาลัยศิลปากร:นนทบุรี.

ปีที่แต่ง (พ.ศ.)
2564
ผู้แต่ง

วัชระ จิรฐิติกาลกิจ

หน่วยงาน

หัวข้อ
Related Content

โมเดลภาคีเครือข่ายในการป้องกันการทุจริตเลือกตั้งท้องถิ่นในประเทศไทย

ปัจจัยที่ส่งผลต่อความสำเร็จของเครือข่ายป้องกันการทุจริตเลือกตั้งท้องถิ่น คือ ความเข้าใจเเละรู้จักท้องถิ่นของตนเอง และเข้ามามีส่วนร่วมในการดำเนินการของ อปท. อย่างต่อเนื่อง

โมเดลทางทฤษฏีเชื่อมโยงดัชนี ITA ในการดำเนินงานของหน่วยงานภาครัฐและความคิดที่จะออกมาแจ้งเบาะแสการทุจริตในภาครัฐ

งานวิจัยชี้ว่า 3 ปัจจัยที่มีความสำคัญต่อความคิดของบุคคลที่จะออกมาแจ้งเบาะแสในหน่วยงาน ได้เเก่ จริยธรรมขององค์กรที่มีผลต่อแรงจูงใจในการปฏิบัติงานเพื่อสาธารณะ ความสามารถในการตัดสินใจเชิงจริยธรรมของเเต่ละบุคคล และความรู้สึกปลอดภัยในการเเสดงความคิดเห็น

โมเดลความสัมพันธ์เชิงสาเหตุพฤติกรรมความไม่ทนและความละอายต่อการกระทำการทุจริตของนักศึกษาวิทยาลัยเซนต์หลุยส์

บทความนี้วิเคราะห์โมเดลความสัมพันธ์เชิงสาเหตุของพฤติกรรมไม่ทนและความละอายต่อการทุจริตของนักศึกษา โดยชี้ว่าความตั้งใจมีอิทธิพลโดยตรง พร้อมเสนอบทบาทสถาบันการศึกษาในการเสริมสร้างเจตคติอย่างยั่งยืน

You might also like...

KRAC Insights I เจาะลึกผลคะแนนดัชนีภาพลักษณ์คอร์รัปชัน (CPI) ของไทย ปี 2025

คะแนนทุจริตไทยตกหนัก เหลือ 33 คะแนน (อันดับ 116 ของโลก) ต่ำสุดในรอบ 20 ปี ร่วงมาอยู่อันดับ 8 ของอาเซียน แพ้ลาว ทั้งนี้ค่าเฉลี่ยทั่วโลกอยู่ที่ 42 คะแนน นั่นหมายความว่าไทยอยู่ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยนั่นเอง

KRAC Extract | ประชาธิปไตยไม่ใช่แค่ได้เลือก: บทเรียนจากความสัมพันธ์ระหว่างการเลือกตั้งและคอร์รัปชัน

KRAC Extract ชวนเจาะลึกความสัมพันธ์ระหว่าง “ความสุจริตของการเลือกตั้ง” กับ “คอร์รัปชัน” ที่ซับซ้อนกว่าที่คิด พร้อมบทเรียนสำคัญว่าทำไมการเลือกตั้งต้องมาพร้อมสถาบันเข้มแข็งและกลไกตรวจสอบที่มีประสิทธิภาพ

KRAC Insights I การต่อต้านคอร์รัปชันปี 2026: บทเรียนจากความสำเร็จ ความล้มเหลว และความท้าทายในอนาคต

ร่วมทบทวนพื้นฐานของทฤษฎีการศึกษาคอร์รัปชัน และถอดบทเรียนจากประสบการณ์การต่อต้านคอร์รัปชันของสหรัฐอเมริกา โดยศาสตราจารย์ Matthew C. Stephenson จาก Harvard Law School