Combating corruption in the Petroleum Sector: Implementation of Extractive Industries Transparency Initiative (EITI)

การสร้างความโปร่งใสในการจัดการรายรับปิโตรเลียมตามมาตรฐาน EITI ถือเป็น “soft law” ที่กำหนดให้รัฐต้องเปิดเผยรายงานให้สาธารณชน เพื่อให้ประชาชนมีส่วนร่วม เข้าถึงข้อมูล และตรวจสอบการบริหารจัดการเพื่อลดปัญหาทุจริตได้ 

 

การเสริมสร้างความโปร่งใสในการจัดการรายรับของรัฐจากอุตสาหกรรมปิโตรเลียมเป็นแนวทางที่สำคัญแนวทางหนึ่งในการต่อสู้กับปัญหาความทุจริตในภาคปิโตรเลียม เช่น การติดสินบนเจ้าพนักงาน และการยักยอกรายรับของรัฐจากอุตสาหกรรมปิโตรเลียม เป็นต้น การเสริมสร้างความโปร่งใสดังกล่าวควรดำเนินไปอย่างเป็นระบบและมีมาตรฐาน ในปัจจุบัน มาตรฐานความโปร่งใสในอุตสาหกรรมปิโตรเลียมที่สำคัญและเป็นที่ยอมรับในระดับนานาชาติได้แก่ โครงการเพื่อความโปร่งใสในการสกัดทรัพยากรธรรมชาติ (Extractive Industries Transparency Initiative หรือ EITI) รัฐที่เข้าเป็นสมาชิกของโครงการมีหน้าที่ ต้องปฏิบัติตามข้อบังคับของ EITI (EITI Requirement) ตามที่ระบุในมาตรฐานความโปร่งใสในการสกัดทรัพยากรธรรมชาติ (EITI Standard) ข้อบังคับเหล่านี้มิได้มีผลบังคับผูกพันในทาง กฎหมายให้รัฐสมาชิกต้องปฏิบัติตามแต่ประการใด  

 

บทความนี้วิเคราะห์ว่า มาตรฐานความโปร่งใสในการสกัดทรัพยากรธรรมชาติ แม้จะไม่มีผลผูกพันทางกฎหมายโดยตรงต่อรัฐสมาชิก แต่ยังคงมีลักษณะเป็น “กฎหมายเชิงอ่อน” (soft law) กล่าวคือ เป็นกฎเกณฑ์หรือแนวปฏิบัติที่มีอิทธิพลต่อพฤติกรรมของรัฐในเชิงนโยบายและการบริหารจัดการ โดยหัวใจสำคัญของมาตรฐานดังกล่าวคือ การกำหนดให้รัฐต้องจัดทำและเผยแพร่รายงานความโปร่งใสในการสกัดทรัพยากรธรรมชาติ (EITI Report) ต่อสาธารณะ

 

การเปิดเผยรายงานดังกล่าวมีบทบาทสำคัญในการลดความคลุมเครือของการจัดการรายรับจากอุตสาหกรรมปิโตรเลียมของรัฐ ทำให้ประชาชนในฐานะเจ้าของทรัพยากรสามารถเข้าถึงข้อมูล เข้าใจแนวทางการบริหารจัดการ และตรวจสอบการดำเนินงานของภาครัฐได้อย่างมีประสิทธิภาพ อันเป็นกลไกสำคัญในการเสริมสร้างความโปร่งใส

 

ทั้งนี้ บทความชี้ให้เห็นว่า การป้องกันและลดปัญหาการทุจริตในภาคปิโตรเลียมมิได้อาศัยเพียงกฎหมายหรือการลงโทษทางอาญาเท่านั้น แต่ขึ้นอยู่กับระดับการมีส่วนร่วมของประชาชนในการตรวจสอบการใช้อำนาจรัฐเป็นสำคัญ อย่างไรก็ตาม ความโปร่งใสจะนำไปสู่ผลลัพธ์เชิงรูปธรรมได้ ก็ต่อเมื่อประชาชนสามารถเข้าถึง เข้าใจ และใช้ประโยชน์จากข้อมูลที่เปิดเผย รวมทั้งมีเสรีภาพในการวิพากษ์วิจารณ์และมีอำนาจทางการเมืองในการกำหนดทิศทางการบริหารประเทศ ในทางกลับกัน หากขาดเงื่อนไขดังกล่าว ความโปร่งใสอาจทำหน้าที่เพียงเปิดเผยปัญหาการทุจริต โดยไม่สามารถนำไปสู่การแก้ไขหรือเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างได้อย่างแท้จริง

เอกสารอ้างอิง

รูปแบบ APA

Piti Eiamchamroonlarp(2015). Combating corruption in the Petroleum Sector: Implementation of Extractive Industries Transparency Initiative (EITI).วารสารรามคำแหง ฉบับนิติศาสตร์, 4(2), 3370. 

ปีที่แต่ง (พ.ศ.)
2558
ผู้แต่ง

Piti Eiamchamroonlarp 

วารสารที่ตีพิมพ์

หัวข้อ
Related Content

โครงการวิจัยเพื่อสังคมไทยไร้คอร์รัปชัน ระยะที่ 2

จัดทำข้อเสนอเพื่อเสริมพลังการมีส่วนร่วมของประชาชนในการต่อต้านคอร์รัปชัน ผ่านงานวิจัยเชิงปฏิบัติการแบบมีส่วนร่วม (PAR) และกระบวนการ Design Thinking เพื่อเข้าใจปัญหาจากมุมมองประชาชนและพัฒนานวัตกรรมแก้ไขที่ใช้ได้จริง

อิทธิพลของเสรีภาพสื่อมวลชนต่อการคอร์รัปชันในสังคมไทย

การศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างเสรีภาพสื่อมวลชนไทยกับการคอร์รัปชันในสังคมไทย ด้วยวิธีการวิเคราะห์ทางสถิติและการสัมภาษณ์นักวิชาการและนักวิชาชีพสื่อมวลชน

ปัจจัยเชิงสาเหตุที่มีอิทธิพลต่อการกระจายรายได้ของกลุ่มประเทศรายได้ปานกลางและความเกี่ยวข้องของดัชนีชี้วัดธรรมาภิบาล : การสร้างแนวทางลดความเหลื่อมล้ำในประเทศไทยตามหลักสากล

หลักนิติธรรม (Rule of Law) เป็นปัจจัยที่สามารถช่วยลดความเหลื่อมล้ำของประชาชนในกลุ่มประเทศรายได้ปานกลางได้ โดยให้ความสำคัญกับการพัฒนาคุณภาพการบริหารจัดการของรัฐ การสร้างความโปร่งใส และเปิดเผยข้อมูลแก่ประชาชน เพื่อป้องกันการทุจริต

You might also like...

KRAC Insights I เจาะลึกผลคะแนนดัชนีภาพลักษณ์คอร์รัปชัน (CPI) ของไทย ปี 2025

คะแนนทุจริตไทยตกหนัก เหลือ 33 คะแนน (อันดับ 116 ของโลก) ต่ำสุดในรอบ 20 ปี ร่วงมาอยู่อันดับ 8 ของอาเซียน แพ้ลาว ทั้งนี้ค่าเฉลี่ยทั่วโลกอยู่ที่ 42 คะแนน นั่นหมายความว่าไทยอยู่ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยนั่นเอง

KRAC Extract | ประชาธิปไตยไม่ใช่แค่ได้เลือก: บทเรียนจากความสัมพันธ์ระหว่างการเลือกตั้งและคอร์รัปชัน

KRAC Extract ชวนเจาะลึกความสัมพันธ์ระหว่าง “ความสุจริตของการเลือกตั้ง” กับ “คอร์รัปชัน” ที่ซับซ้อนกว่าที่คิด พร้อมบทเรียนสำคัญว่าทำไมการเลือกตั้งต้องมาพร้อมสถาบันเข้มแข็งและกลไกตรวจสอบที่มีประสิทธิภาพ

KRAC Insights I การต่อต้านคอร์รัปชันปี 2026: บทเรียนจากความสำเร็จ ความล้มเหลว และความท้าทายในอนาคต

ร่วมทบทวนพื้นฐานของทฤษฎีการศึกษาคอร์รัปชัน และถอดบทเรียนจากประสบการณ์การต่อต้านคอร์รัปชันของสหรัฐอเมริกา โดยศาสตราจารย์ Matthew C. Stephenson จาก Harvard Law School