การประยุกต์ใช้เทคนิคการตอบสนองเชิงสุ่ม สําหรับศึกษาพฤติกรรมเชิงปกปิดของนักศึกษาสาขาสถิติประยุกต์ คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏอุบลราชธานี

นำเสนอเทคนิคการตอบสนองเชิงสุ่มของกรีนเบิร์ก เพื่อศึกษาพฤติกรรมเชิงปกปิดอันเนื่องมาจากการเปลี่ยนแปลงเรื่องระบบความคิด ค่านิยม และพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมของวัยรุ่น ซึ่งหมายรวมถึงพฤติกรรมที่เกี่ยวข้องกับการทุจริต 

 

การวิจัยเรื่องการประยุกต์ใช้เทคนิคการตอบสนองเชิงสุ่ม สําหรับศึกษาพฤติกรรมเชิงปกปิดของนักศึึกษาสาขาสถิติประยุกต์ คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏอุบลราชธานี มีวัตถุประสงค์เพื่อประมาณค่าสัดส่วนพฤติกรรมเชิงปกปิด ของคณะนักศึกษาสาขาสถิติประยุกต์ คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏอุบลราชธานี  

ศึกษาโดยเทคนิคการตอบสนองเชิงสุ่มของกรีนเบิร์กและคณะ กลุ่มตัวอย่างในงานวิจัยได้แก่ นักศึกษาสาขาสถิติประยุกต์ คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏอุบลราชธานี จำนวน 28 คน เครื่องมือที่ใช้วิจัย ได้แก่ แบบสอบถามเกี่ยวกับพฤติกรรมเชิงปกปิดของนักศึกษาสาขาสถิติเชิงประยุกต์สาขาสถิติประยุกต์ คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏอุบลราชธานี 

ผลการวิจัย พบว่า นักศึกษามีพฤติกรรมเชิงปกปิดใน 7 ประเด็น ได้แก่ การดื่มสุรา การทุจริตในการสอบ การมีเพศสัมพันธ์กับเพื่อนนักศึกษา การทุจริตเรื่องเงินถ้ามีโอกาส การสูบบุหรี่ การเล่นการพนัน การขโมยทรัพย์สินของผู้อื่น และพบว่า นักศึกษาไม่มีพฤติกรรมเชิงปกปิดใน 2 ประเด็นได้แก่ การดูสื่อลามก และพฤติกรรมเกี่ยวกับการเสพยาเสพติดผิดกฎหมาย

เอกสารอ้างอิง

รูปแบบ APA

ขจิตา สมเนตร และตระหนัก สมเนตร. (2566). การประยุกต่์ใช้เทคนิคการตอบสนองเชิงสุ่ม สําหรับศึึกษาพฤติกรรมเชิงปกปิดของนักศึึกษาสาขาสถิติประยุกต่์ คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภััฏอุบลราชธานี. วารสารสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลตะวันออก, 12(1), 4657.

ปีที่แต่ง (พ.ศ.)
2566
ผู้แต่ง
  • ขจิตา สมเนตร 
  • ตระหนัก สมเนตร 
วารสารที่ตีพิมพ์

หัวข้อ
Related Content

โมเดลความสัมพันธ์เชิงสาเหตุพฤติกรรมความไม่ทนและความละอายต่อการกระทำการทุจริตของนักศึกษาวิทยาลัยเซนต์หลุยส์

บทความนี้วิเคราะห์โมเดลความสัมพันธ์เชิงสาเหตุของพฤติกรรมไม่ทนและความละอายต่อการทุจริตของนักศึกษา โดยชี้ว่าความตั้งใจมีอิทธิพลโดยตรง พร้อมเสนอบทบาทสถาบันการศึกษาในการเสริมสร้างเจตคติอย่างยั่งยืน

โครงการวิจัยและประสานงานเพื่อสังคมไทยไร้คอร์รัปชัน

เพื่อออกแบบงานวิจัยสำหรับแก้ไขปัญหาคอร์รัปชันบนฐานการมีส่วนร่วมของประชาชนและภาคส่วนต่าง ๆ รวมถึงพัฒนาระบบและเครื่องมือใหม่ในการป้องกันและลดคอร์รัปชันในระดับพื้นที่

โครงการวิจัยเพื่อสังคมไทยไร้คอร์รัปชัน ระยะที่ 2

จัดทำข้อเสนอเพื่อเสริมพลังการมีส่วนร่วมของประชาชนในการต่อต้านคอร์รัปชัน ผ่านงานวิจัยเชิงปฏิบัติการแบบมีส่วนร่วม (PAR) และกระบวนการ Design Thinking เพื่อเข้าใจปัญหาจากมุมมองประชาชนและพัฒนานวัตกรรมแก้ไขที่ใช้ได้จริง

You might also like...

เปิดข้อมูลใบอนุญาตสถานประกอบการ ‘เพิ่มโปร่งใส’ เพิ่มความปลอดภัยผู้บริโภค

การเปิดและเชื่อมโยงข้อมูลใบอนุญาตสถานประกอบการ ช่วยเพิ่มความโปร่งใส ความปลอดภัย และเปิดทางให้ประชาชนร่วมตรวจสอบการกำกับดูแลของภาครัฐได้อย่างไร

KRAC Insights I เชื่อมโยงข้อมูล: จุดสำคัญสกัดการฟอกเงินและการทุจริตในการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐของบุคคลผู้มีสถานะทางการเมือง

การเชื่อมโยงข้อมูล PEPs ผู้ได้รับผลประโยชน์ที่แท้จริง นิติบุคคล และการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ ช่วยยกระดับการตรวจจับความเสี่ยง ป้องกันการฟอกเงิน และลดการทุจริตได้อย่างไร

4 บทเรียนต้านโกงจากเวทีนานาชาติและสิ่งที่คนไทยควรรู้

4 บทเรียนจากเวทีต้านโกงนานาชาติ ชวนสำรวจเหตุใดหลายประเทศยังแก้ปัญหาไม่ได้ แม้จะมีเครื่องมือและแนวทางที่ชัดเจน พร้อมชวนคิดว่าไทยจะนำบทเรียนไปปรับใช้ได้อย่างไร