การมีส่วนร่วมของภาคประชาชนในการป้องกันการทุจริต การศึกษาเชิงประจักษ์ของประเทศไทย

การศึกษาการมีส่วนร่วมของภาคประชาชนในการป้องกันการทุจริตคอร์รัปชัน พบว่า การมีส่วนร่วมของภาคประชาชนในโครงการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐทำให้การดำเนินงานมีความโปร่งใสมากขึ้น

การทุจริตคอร์รัปชันในภาครัฐเป็นปัญหาสำคัญอย่างยิ่งในการพัฒนาประเทศ สร้างความเสียหายอย่างมากมายให้แก่ประเทศและประชาชนไทย จากประสบการณ์ในการแก้ไขปัญหาการทุจริตคอร์รัปชันในภาครัฐของต่างประเทศพบว่าการมีส่วนร่วมของภาคประชาชนในการต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชันนั้นเป็นสิ่งสำคัญ ซึ่งจะส่งผลให้เกิดการใช้งบประมาณของรัฐได้อย่างคุ้มค่า

 

การศึกษาในครั้งนี้ จึงมีขึ้นเพื่อศึกษาการมีส่วนร่วมของภาคประชาชนในการป้องกันการทุจริตคอร์รัปชันว่ามีผลสำเร็จหรือไม่ สำเร็จเพียงใด โดยใช้วิธีการศึกษาด้วยการรวบรวมข้อมูลการมีส่วนร่วมของภาคประชาชนในการเข้าร่วมสังเกตการณ์ในโครงการที่เข้าร่วมในข้อตกลงคุณธรรมในช่วงปีพ.ศ. 2559 – 2561 (เดือนกันยายน) 

 

ผลการศึกษา พบว่า โครงการในปี พ.ศ. 2558-2561 รวม 38 โครงการ และมีผู้สังเกตการณ์คุณธรรมเข้าสังเกตการณ์ในโครงการดังกล่าว ทำให้ประหยัดงบประมาณ 71,127 ล้านบาท ซึ่งต่ำกว่างบประมาณคิดเป็นร้อยละ 32.85 จึงถือว่าการมีส่วนร่วมของภาคประชาชนส่งผลดีต่อการต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชัน

รัฐบาลจึงควรสนับสนุนให้ภาคประชาชนมีส่วนร่วมในโครงการจัดซื้อจัดจ้างให้มากขึ้น และขยายโอกาสการมีส่วนร่วมของภาคประชาชนในการต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชันให้กว้างขึ้น วางรูปแบบและระเบียบที่ชัดเจนในการประสานงานระหว่างองค์กรอิสระกับการทำงานภาคประชาชน เช่น สำนักงานคณะกรรมการป้องกันการทุจริตแห่งชาติ สำนักงานคณะกรรมการตรวจเงินแผ่นดิน กับองค์กรต่อต้านคอร์รัปชันหรือผู้สังเกตการณ์คุณธรรม ให้รวดเร็วและมีประสิทธิภาพ

เอกสารอ้างอิง

รูปแบบ APA

ธีรพล กาญจนากาศ2561. การมีส่วนร่วมของภาคประชาชนในการป้องกันการทุจริต การศึกษาเชิงประจักษ์ของประเทศไท. วารสารวิชาการสถาบันวิทยาการจัดการแห่งแปซิฟิค, 40(2), 349365.

ปีที่แต่ง (พ.ศ.)
2561
ผู้แต่ง

ธีรพล กาญจนากาศ 

วารสารที่ตีพิมพ์

หัวข้อ
Related Content

โมเดลภาคีเครือข่ายในการป้องกันการทุจริตเลือกตั้งท้องถิ่นในประเทศไทย

ปัจจัยที่ส่งผลต่อความสำเร็จของเครือข่ายป้องกันการทุจริตเลือกตั้งท้องถิ่น คือ ความเข้าใจเเละรู้จักท้องถิ่นของตนเอง และเข้ามามีส่วนร่วมในการดำเนินการของ อปท. อย่างต่อเนื่อง

โมเดลทางทฤษฏีเชื่อมโยงดัชนี ITA ในการดำเนินงานของหน่วยงานภาครัฐและความคิดที่จะออกมาแจ้งเบาะแสการทุจริตในภาครัฐ

งานวิจัยชี้ว่า 3 ปัจจัยที่มีความสำคัญต่อความคิดของบุคคลที่จะออกมาแจ้งเบาะแสในหน่วยงาน ได้เเก่ จริยธรรมขององค์กรที่มีผลต่อแรงจูงใจในการปฏิบัติงานเพื่อสาธารณะ ความสามารถในการตัดสินใจเชิงจริยธรรมของเเต่ละบุคคล และความรู้สึกปลอดภัยในการเเสดงความคิดเห็น

โมเดลความสัมพันธ์เชิงสาเหตุพฤติกรรมความไม่ทนและความละอายต่อการกระทำการทุจริตของนักศึกษาวิทยาลัยเซนต์หลุยส์

บทความนี้วิเคราะห์โมเดลความสัมพันธ์เชิงสาเหตุของพฤติกรรมไม่ทนและความละอายต่อการทุจริตของนักศึกษา โดยชี้ว่าความตั้งใจมีอิทธิพลโดยตรง พร้อมเสนอบทบาทสถาบันการศึกษาในการเสริมสร้างเจตคติอย่างยั่งยืน

You might also like...

KRAC Insights I เจาะลึกผลคะแนนดัชนีภาพลักษณ์คอร์รัปชัน (CPI) ของไทย ปี 2025

คะแนนทุจริตไทยตกหนัก เหลือ 33 คะแนน (อันดับ 116 ของโลก) ต่ำสุดในรอบ 20 ปี ร่วงมาอยู่อันดับ 8 ของอาเซียน แพ้ลาว ทั้งนี้ค่าเฉลี่ยทั่วโลกอยู่ที่ 42 คะแนน นั่นหมายความว่าไทยอยู่ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยนั่นเอง

KRAC Extract | ประชาธิปไตยไม่ใช่แค่ได้เลือก: บทเรียนจากความสัมพันธ์ระหว่างการเลือกตั้งและคอร์รัปชัน

KRAC Extract ชวนเจาะลึกความสัมพันธ์ระหว่าง “ความสุจริตของการเลือกตั้ง” กับ “คอร์รัปชัน” ที่ซับซ้อนกว่าที่คิด พร้อมบทเรียนสำคัญว่าทำไมการเลือกตั้งต้องมาพร้อมสถาบันเข้มแข็งและกลไกตรวจสอบที่มีประสิทธิภาพ

KRAC Insights I การต่อต้านคอร์รัปชันปี 2026: บทเรียนจากความสำเร็จ ความล้มเหลว และความท้าทายในอนาคต

ร่วมทบทวนพื้นฐานของทฤษฎีการศึกษาคอร์รัปชัน และถอดบทเรียนจากประสบการณ์การต่อต้านคอร์รัปชันของสหรัฐอเมริกา โดยศาสตราจารย์ Matthew C. Stephenson จาก Harvard Law School