การแก้ปัญหาคอรัปชันในยุคดิจิทัลตามแนวพุทธจริยธรรม

หิริโอตตัปปะ ฆรวาสธรรม และทิศ 6 หลักธรรมที่ควรนำมาประยุกเป็นแนวทางในการแก้ปัญหาคอร์ชันในยุคดิจิทัล เพราะการแก้ปัญหาอาจต้องย้อนกลับไปแก้ไขที่รากเหง้า คือ การสร้างภูมิคุ้มกันทางจิตใจ

 

เนื่องจากการทุจริตคอรัปชันนั้นฝังรากลึกในสังคมเป็นเวลานาน เป็นอาชญากรรมที่ส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อการพัฒนาประเทศในด้านเศรษฐกิจ สังคม และการเมือง ด้วยผลเสียที่มีมากมาย สังคมจึงควรเกิดการตื่นตัวและร่วมกันคิดหามาตรการต่าง ๆ ในการป้องกันและปราบปรามอย่างเป็นรูปธรรม

 

จากการดำเนินการแก้ไขปัญหาคอร์รัปชันที่ผ่านมา ทั้งหน่วยงานรัฐ และเอกชน รวมถึงนักวิชาการต่างๆ พยายามนำเสนอทางออก และแนวทางแก้ไขปัญหาดังกล่าวแต่ก็ยังไร้ผล ทำให้รัฐบาลจะต้องกลับมาทบทวนเพื่อหาแนวทางการในการแก้ไขปัญหาถึงรากเหง้าอย่างแท้จริงโดยเฉพาะการสร้างภูมิคุ้มกันทางด้านจิตใจ และความเกรงกลัวต่อความชั่ว ซึ่งบทความวิชาการเรื่องนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อเสนอแนวทางการแก้ไขปัญหาคอรัปชันในยุคดิจิทัลตามแนวคิดพุทธจริยธรรม

 

จากการศึกษาพบว่า พุทธจริยธรรมถือเป็นหลักการสำคัญในการปฏิบัติตนเพื่อการดำรงชีวิตที่ดีและการอยู่ร่วมกันด้วยดีของสังคม แนวคิดพุทธจริยธรรมพยายามอธิบายได้ชัดเจนอย่างมากแต่ก็ถูกละเลยไปอย่างน่าเสียดาย โดยเฉพาะหิริโอตตัปปะ ฆราวาสธรรม และทิศ 6 หากนำแนวคิดดังกล่าวมาประยุกต์ใช้ผ่านกระบวนการสร้างระบบป้องกันที่ดี ปัญหาการทุจริตคอรัปชันจะลดน้อยลงไปในที่สุด 

เอกสารอ้างอิง

รูปแบบ APA

วัชรมน จันทร์รอง และคณะ. (2564). การแก้ปัญหาคอร์รัปชันในยุคดิจิทัลตามแนวพุทธจริยธรรม. Journal of Modern Learning Development, 6(4), 397-408.

ปีที่แต่ง (พ.ศ.)
2564
ผู้แต่ง
  • วัชรมน จันรอง  
  • พระมหาสังคม ช่างเหล็ก 
  • ธนวัฒน์ วิชัยสูง  
  • อรพิน พูนประสิทธิ์ 
วารสารที่ตีพิมพ์

หัวข้อ
Related Content

โมเดลความสัมพันธ์เชิงสาเหตุพฤติกรรมความไม่ทนและความละอายต่อการกระทำการทุจริตของนักศึกษาวิทยาลัยเซนต์หลุยส์

บทความนี้วิเคราะห์โมเดลความสัมพันธ์เชิงสาเหตุของพฤติกรรมไม่ทนและความละอายต่อการทุจริตของนักศึกษา โดยชี้ว่าความตั้งใจมีอิทธิพลโดยตรง พร้อมเสนอบทบาทสถาบันการศึกษาในการเสริมสร้างเจตคติอย่างยั่งยืน

โครงการวิจัยและประสานงานเพื่อสังคมไทยไร้คอร์รัปชัน

เพื่อออกแบบงานวิจัยสำหรับแก้ไขปัญหาคอร์รัปชันบนฐานการมีส่วนร่วมของประชาชนและภาคส่วนต่าง ๆ รวมถึงพัฒนาระบบและเครื่องมือใหม่ในการป้องกันและลดคอร์รัปชันในระดับพื้นที่

โครงการวิจัยเพื่อสังคมไทยไร้คอร์รัปชัน ระยะที่ 2

จัดทำข้อเสนอเพื่อเสริมพลังการมีส่วนร่วมของประชาชนในการต่อต้านคอร์รัปชัน ผ่านงานวิจัยเชิงปฏิบัติการแบบมีส่วนร่วม (PAR) และกระบวนการ Design Thinking เพื่อเข้าใจปัญหาจากมุมมองประชาชนและพัฒนานวัตกรรมแก้ไขที่ใช้ได้จริง

You might also like...

KRAC Insights I เจาะลึกผลคะแนนดัชนีภาพลักษณ์คอร์รัปชัน (CPI) ของไทย ปี 2025

คะแนนทุจริตไทยตกหนัก เหลือ 33 คะแนน (อันดับ 116 ของโลก) ต่ำสุดในรอบ 20 ปี ร่วงมาอยู่อันดับ 8 ของอาเซียน แพ้ลาว ทั้งนี้ค่าเฉลี่ยทั่วโลกอยู่ที่ 42 คะแนน นั่นหมายความว่าไทยอยู่ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยนั่นเอง

KRAC Extract | ประชาธิปไตยไม่ใช่แค่ได้เลือก: บทเรียนจากความสัมพันธ์ระหว่างการเลือกตั้งและคอร์รัปชัน

KRAC Extract ชวนเจาะลึกความสัมพันธ์ระหว่าง “ความสุจริตของการเลือกตั้ง” กับ “คอร์รัปชัน” ที่ซับซ้อนกว่าที่คิด พร้อมบทเรียนสำคัญว่าทำไมการเลือกตั้งต้องมาพร้อมสถาบันเข้มแข็งและกลไกตรวจสอบที่มีประสิทธิภาพ

KRAC Insights I การต่อต้านคอร์รัปชันปี 2026: บทเรียนจากความสำเร็จ ความล้มเหลว และความท้าทายในอนาคต

ร่วมทบทวนพื้นฐานของทฤษฎีการศึกษาคอร์รัปชัน และถอดบทเรียนจากประสบการณ์การต่อต้านคอร์รัปชันของสหรัฐอเมริกา โดยศาสตราจารย์ Matthew C. Stephenson จาก Harvard Law School