คิดด้วยพลเมือง(See-Think-Cen’) : การคอร์รัปชันในตลาดแรงงาน อุปสรรคของการเติบโตทางเศรษฐกิจ

ตลาดแรงงานมีบทบาทสำคัญต่อการขับเคลื่อนระบบเศรษฐกิจของประเทศ ทั้งในฐานะการเป็น “ตลาดปัจจัยการผลิต” และ “แหล่งรายได้ของประชาชน” ดังนั้น เมื่อเกิดการคอร์รัปชันขึ้นในตลาดแรงงาน ย่อมก่อให้เกิดความเสียหายต่อการเติบโตทางเศรษฐกิจของประเทศอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้บทความนี้จึงขอชวนทุกท่านมาสำรวจกรณีศึกษาเกี่ยวกับการคอร์รัปชันที่เกิดขึ้นในตลาดแรงงาน และผลกระทบต่อการเติบโตทางเศรษฐกิจของประเทศ

การคอร์รัปชันที่เกิดขึ้นในองค์กรสหภาพแรงงาน ซึ่งมีหน้าที่ในการปกป้องสิทธิและผลประโยชน์ของแรงงาน อาทิ การยักยอกเงินกองทุนของสมาชิก การรับสินบนจากนายจ้าง หรือการใช้ตำแหน่งหน้าที่ในทางมิชอบเพื่อข่มขู่/รีดไถนายจ้าง หรือแสวงหาผลประโยชน์ทางการเมือง ย่อมส่งผลต่อประสิทธิภาพในการปกป้องสิทธิแรงงานที่ลดลง เอื้อให้เกิดการละเมิดสิทธิแรงงาน และส่งผลให้แรงงานต้องเผชิญกับความเสี่ยงจากสภาพแวดล้อมการทำงาน รวมถึงการได้รับค่าจ้างต่ำกว่ามาตรฐาน เป็นต้น 

นอกจากนี้ ยังมีการคอร์รัปชันในตลาดแรงงานที่เอื้อให้เกิดการกดขี่แรงงานข้ามชาติ ดังกรณีการค้ามนุษย์ในอุตสาหกรรมประมงไทย ซึ่งเกิดจากเครือข่ายนายหน้าที่เรียกรับผลประโยชน์จากแรงงาน เพื่ออำนวยความสะดวกในการเข้ามาทำงานอย่างผิดกฎหมายในประเทศไทย พร้อมทั้งมีการให้สินบนเจ้าหน้าที่ของรัฐเพื่อให้เพิกเฉยต่อการลักลอบเข้ามาทำงานของแรงงานข้ามชาติ ส่งผลให้แรงงานเหล่านี้ไม่สามารถเข้าถึงการคุ้มครองทางกฎหมาย เอื้อให้เกิดการถูกเอารัดเอาเปรียบจากนายจ้างได้ง่าย

จากการศึกษาการคอร์รัปชันในตลาดแรงงานทั้งสองกรณี พบว่า แรงงานคือผู้ได้รับผลกระทบมากที่สุดเมื่อเกิดการคอร์รัปชันไม่ว่าจะเป็นความเสี่ยงในการถูกละเมิดสิทธิแรงงาน ถูกกดค่าจ้าง การมีสภาพแวดล้อมการทำงานที่ไม่ปลอดภัยหรือไม่ถูกสุขลักษณะ เป็นต้น

อย่างไรก็ตาม ในงานศึกษาของ Cooray, A., & Dzhumashev, R. ที่ศึกษาความสัมพันธ์ของการคอร์รัปชันและอุปทานแรงงาน โดยใช้ข้อมูลจากหลายประเทศ พบว่า การคอร์รัปชันในตลาดแรงงานไม่เพียงส่งผลเชิงลบต่อแรงงาน (ส่งผลเชิงลบต่ออัตราการมีส่วนร่วมในกำลังแรงงาน และอัตราการมีงานทำต่อประชากร) เท่านั้น แต่ยังส่งผลต่อเศรษฐกิจในภาพรวมของประเทศจากการก่อเกิดภาระทางภาษีที่เพิ่มขึ้น และการขยายตัวของเศรษฐกิจเงาหรือเศรษฐกิจนอกระบบที่ไม่ได้รับการกำกับดูแลจากรัฐ ซึ่งทำให้รัฐไม่สามารถจัดเก็บภาษีได้ ส่งผลให้เกิดการสูญเสียรายได้ที่สามารถนำไปใช้ในการพัฒนาประเทศ อีกทั้ง การศึกษาดังกล่าวยังพบว่า แม้การมีค่าจ้างแรงงานและการบริโภคที่เพิ่มขึ้น รวมถึงการมีกฎระเบียบและการกำกับดูแลที่ดี จะสามารถช่วยลดผลกระทบเชิงลบจากการคอร์รัปชันต่ออุปทานแรงงานได้บางส่วน แต่ผลกระทบเชิงลบที่เกิดจากการคอร์รัปชันต่ออุปทานแรงงานก็ยังคงมีมากกว่า

สอดคล้องกับงานศึกษาเกี่ยวกับความสัมพันธ์แบบพลวัต (dynamic analysis) ระหว่าง ทุน การคอร์รัปชัน และตลาดแรงงาน โดย Mamo and Ayele พบว่า การคอร์รัปชันมีผลกระทบเชิงลบอย่างชัดเจนต่อการเติบโตทางเศรษฐกิจ โดยเมื่อเกิดการคอร์รัปชันจะก่อให้เกิดสภาพแวดล้อมทางเศรษฐกิจที่ซบเซา อัตราการจ้างงานที่ลดลง และการสะสมทุนที่ลดลง ซึ่งเป็นอุปสรรคต่อการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจ ในทางกลับกันจะพบว่าเมื่อมีการคอร์รัปชันลดลง ส่งผลให้มีการลงทุนและการจ้างงานที่เพิ่มขึ้น และหากภาครัฐมีนโยบายหรือมาตรการด้านการต่อต้านการคอร์รัปชันที่มีประสิทธิภาพ ก็จะเป็นการช่วยสนับสนุนให้เกิดการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจของประเทศ

จากงานศึกษาเกี่ยวกับผลกระทบของการคอร์รัปชันในตลาดแรงงาน แสดงให้เห็นว่าผลกระทบที่เกิดขึ้นไม่เพียงส่งผลกระทบโดยตรงต่อสิทธิและสวัสดิการของแรงงานเท่านั้น แต่ยังส่งผลต่อการเติบโตทางเศรษฐกิจของประเทศด้วย ดังนั้น ภาครัฐควรมีการดำเนินมาตรการในการต่อต้านการคอร์รัปชันอย่างจริงจังและครอบคลุม ควบคู่ไปกับการพัฒนากฎหมายและการกำกับดูแลที่ดีรวมถึงการดำเนินการเพื่อลดกิจกรรมทางเศรษฐกิจของเศรษฐกิจนอกระบบหรือเศรษฐกิจเงา เพื่อให้ภาครัฐสามารถให้การคุ้มครองแรงงานนอกระบบ และสามารถจัดเก็บภาษี ซึ่งเป็นแหล่งเงินทุนในการพัฒนาประเทศได้อย่างเต็มเม็ดเต็มหน่วย

ขณะที่ภาคประชาชนควรเข้ามามีบทบาททั้งในด้านการเป็นผู้แจ้งเบาะแสเมื่อพบเจอการคอร์รัปชันในตลาดแรงงาน อาทิ การจ่ายค่าจ้างแรงงานต่ำกว่ามาตรฐาน การลิดรอนรับสิทธิหรือสวัสดิการแรงงาน หรือการลักลอบค้าแรงงานผิดกฎหมาย โดยสามารถร้องเรียนผ่านเพจ Facebook ต้องแฉ หรือ ช่องทาง Line Corruption Watch แชตฟ้องโกง ทันใจ ซึ่งเป็นช่องทางรับแจ้งเบาะแสการคอร์รัปชันที่จัดทำขึ้นโดยองค์กรภาคประชาสังคม ซึ่งจะมีการส่งต่อเบาะแสไปยังหน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้องแบบไม่ระบุตัวตน เพื่อเป็นการปกป้องผู้แจ้งเบาะแส หรือสามารถแจ้งเบาะแสโดยตรงกับหน่วยงานภาครัฐ เช่น กระทรวงแรงงาน สำนักงาน ป.ป.ช.

แต่หากประชาชนเลือกที่จะปล่อยผ่านการคอร์รัปชันที่เกิดขึ้น ย่อมส่งผลกระทบไม่เพียงกับแรงงานที่ถูกเอารัดเอาเปรียบเท่านั้น แต่ยังอาจก่อให้เกิดสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อให้เกิดอาชญากรรมอื่นตามมา การสูญเสียรายได้ของภาครัฐ ซึ่งจะถูกนำมาพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานหรือจัดสรรสวัสดิการให้กับประชาชนไทย และส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นทางเศรษฐกิจในที่สุด นอกจากนี้ ประชาชนยังควรติดตามการทำงานของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและร่วมกันผลักดันให้เกิดการดำเนินการเกี่ยวกับการตรวจสอบการคอร์รัปชันในตลาดแรงงานอย่างเข้มงวด ด้วยกระบวนการที่มีความโปร่งใสและมีความรับผิดชอบ

ปีที่แต่ง (พ.ศ.)
2568
ผู้แต่ง

ศุภชัย เสถียรหมั่น

หน่วยงานสนับสนุน

หัวข้อ
Related Content

แนวหน้าต่อต้านคอร์รัปชัน : โอกาสและความสำคัญของการกลับคืนเป็นภาคี TI Thailand

เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา กรุงเทพมหานครได้รับเกียรติให้เป็นเจ้าภาพจัดการประชุมระดับภูมิภาคของ Transparency International (TI) การเลือกประเทศไทยเป็นสถานที่จัดงานครั้งนี้มีนัยสำคัญ แม้ปัจจุบันไทยจะไม่มีภาคีประจำประเทศอย่างเป็นทางการ …

แนวหน้าต่อต้านคอร์รัปชัน : เมื่อ ‘งบก่อสร้าง’ ไม่ได้สร้างแค่ถนน แต่สร้างรายได้พิเศษให้บางคนด้วย

จากที่ผมได้รับเกียรติให้เข้าร่วมเป็นกรรมาธิการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 ในนามนักวิชาการอิสระที่ไม่สังกัดพรรคการเมืองใด ผมถือว่าหน้าที่นี้คือโอกาสสำคัญที่จะได้ตรวจสอบการใช้งบประมาณแผ่นดินให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อประชาชน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงเวลาที่เศรษฐกิจยังฟื้นตัวไม่เต็มที่ และทรัพยากรของประเทศมีอยู่อย่างจำกัด

แนวหน้าต่อต้านคอร์รัปชัน : อัปเดตประชุมวิชาการโลกเรื่องคอร์รัปชัน

เมื่อช่วงต้นเดือนกันยายนที่ผ่านมา ผศ. ดร.ต่อภัสสร์ ยมนาค Co-Founder บริษัท HAND Social Enterprise ได้รับเชิญไปบรรยายในงานประชุมทางวิชาการ Cambridge Economic Crime ที่จัดขึ้นเป็นปีที่ 40 แล้ว ซึ่งงานนี้ถือได้ว่าเป็นงานประชุมวิชาการระดับนานาชาติที่เกี่ยวข้องกับเรื่องคอร์รัปชันที่ใหญ่ที่สุดงานหนึ่ง โดยผศ. ดร.ต่อภัสสร์ ยมนาค ได้เข้าร่วมบรรยายเกี่ยวกับผลงานวิจัยเรื่องประสิทธิภาพที่แท้จริงของความโปร่งใสในการต่อต้านคอร์รัปชัน ผ่านการศึกษาผลกระทบจากโครงการความโปร่งใสในการก่อสร้างภาครัฐ (Infrastructure Transparency: CoST)

You might also like...

KRAC Extract | อ่านสถานการณ์คอร์รัปชันโลกผ่านดัชนี CPI 2025: ความเสี่ยง โอกาส และทิศทางการต่อต้านคอร์รัปชัน

KRAC Extract ชวนเจาะลึกข้อมูลจากรายงาน Corruption Perceptions Index 2025 เพื่อทำความเข้าใจแนวโน้มสำคัญของการทุจริตในระดับโลก และชี้ให้เห็นความท้าทายใหม่ ๆ ที่กำลังทดสอบความเข้มแข็งของสถาบันรัฐในหลายประเทศ

3 ข้อเสนอแนะของ KRAC ต่อ กกต. ในการสร้างความเชื่อมั่นต่อผลการเลือกตั้งปี 2569

KRAC ให้ข้อเสนอแนะต่อ กกต. ไทยว่า ควรเริ่มจากการประกาศหลักการง่าย ๆ ว่า “ทุกขั้นตอนสำคัญต้องตรวจสอบได้โดยสาธารณะ” แล้วแปลงหลักการนี้ให้เป็นการปฏิบัติจริงในสามพื้นที่ที่กระทบศรัทธาที่สุด

KRAC Insights I เจาะลึกผลคะแนนดัชนีภาพลักษณ์คอร์รัปชัน (CPI) ของไทย ปี 2025

คะแนนทุจริตไทยตกหนัก เหลือ 33 คะแนน (อันดับ 116 ของโลก) ต่ำสุดในรอบ 20 ปี ร่วงมาอยู่อันดับ 8 ของอาเซียน แพ้ลาว ทั้งนี้ค่าเฉลี่ยทั่วโลกอยู่ที่ 42 คะแนน นั่นหมายความว่าไทยอยู่ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยนั่นเอง