คะแนนทุจริตไทยตกหนัก เหลือ 33 คะแนน (อันดับ 116 ของโลก) ต่ำสุดในรอบ 20 ปี ร่วงมาอยู่อันดับ 8 ของอาเซียน แพ้ลาว
จบไปแล้วสำหรับการติดตามผลคะแนน “ดัชนีภาพลักษณ์การคอร์รัปชัน (Corruption perceptions Index: CPI)” ประจำปี 2568 ซึ่งประเทศไทยอยู่ที่ระดับ 33/100 คะแนน ในอันดับที่ 116 ของโลก ทั้งนี้ค่าเฉลี่ยทั่วโลกอยู่ที่ 42 คะแนน นั่นหมายความว่าเราอยู่ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยนั่นเอง
น่าสนใจว่าเมื่อเปรียบเทียบกับปี 2567 คะแนนดัชนีภาพลักษณ์การคอร์รัปชันของไทยลดลง 1 คะแนน และเมื่อเปรียบเทียบกับทั้งโลกอันดับเราแย่ลง 9 อันดับ นั่นสะท้อนว่าสถานการณ์คอร์รัปชันของไทยเมื่อเทียบกับทั้งโลกแย่หนักกว่าเดิม
ทั้งนี้ เมื่อเราเจาะลึกไปที่ดัชนีองค์ประกอบที่ถูกนำมาใช้คำนวณพบว่าคะแนนส่วนใหญ่ที่ลดลงอยู่ในกลุ่มดัชนีที่เกี่ยวข้องกับมุมมองของนักลงทุน และผู้ประกอบการในภาคเอกชน โดยเฉพาะในมิติของการแข่งขัน (IMD World Competitiveness Yearbook) ที่ลดลง 10 คะแนนจากปีก่อนหน้า สอดคล้องกับหลายตัวเลขที่เกี่ยวข้องกับประเด็นเรื่องการผูกขาด และการจ่ายสินบนของภาคเอกชนที่ตกต่ำลงกว่าปีก่อน
ในขณะที่ผลการประเมินในมิติการเมืองและโครงสร้างทางกฎหมายของประเทศไทยมีแนวโน้มดีขึ้นในเกือบทุกมิติ ยกเว้นหลักนิติธรรม และความเป็นอิสระของกระบวนการยุติธรรมที่ลดลง สะท้อนคนไม่เชื่อมั่นกระบวนการยุติธรรม หรือความยุติธรรมไทยยังล่าช้า
ทั้งนี้ เมื่อเปรียบเทียบกับประเทศในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ไทยหล่นมาอยู่อันดับ 8 ของอาเซียน ทั้งที่เดิมเราอยู่อันดับ 5 โดยตามหลังสิงค์โปร์ (84 คะแนน) บรูไน (63) มาเลเซีย (52 คะแนน) ติมอร์-เลสเต (44) เวียดนาม (41 คะแนน) อินโดนีเซีย (34 คะแนน) และลาว (34 คะแนน) ตามลำดับ
โดยทิศทางที่องค์กรเพื่อความโปร่งใสนานาชาติให้ความสำคัญในปี 2569 คือ
(1) สร้างหลักประกันให้สถาบันยุติธรรมมีความเป็นอิสระ โปร่งใส และประชาชนสามารถเข้าถึงได้
(2) จัดการและแก้ไขปัญหาอิทธิพลที่ไม่เหมาะสมต่อกระบวน การตัดสินใจทางการเมือง
(3) เปิดโอกาสให้ผู้ที่ได้รับความเสียหายจากการทุจริตสามารถเข้าถึงกระบวนการยุติธรรมได้
(4) ต้องส่งเสริมพื้นที่ภาคพลเมืองและการรายงานการทุจริต โดยคุ้มครองเสรีภาพพื้นฐาน ภาคประชาสังคม และผู้แจ้งเบาะแส
ข้อเสนอแนะจำนวนมากมุ่งเน้นในการแก้ไขปัญหาคอร์รัปชันที่เน้นการมีส่วนร่วมของประชาชนในกระบวนการยุติธรรม และการสร้างความโปร่งใสทางการเมือง เพื่อลดอิทธิพลของบุคคลนอกการเมืองในการกำหนดทิศทางการบริหารประเทศ
โดยสรุปแม้คะแนนดัชนีภาพลักษณ์การคอร์รัปชันจะไม่ได้บ่งบอกสถานการณ์จริงของการคอร์รัปชันในประเทศนั้น แต่คงปฏิเสธว่าคะแนนนี้ช่วยให้เราเห็นชัดเจนมากขึ้นว่าการทำงานเรื่องการต่อต้านคอร์รัปชันยังต้องทำงานอย่างแข็งขันมากยิ่งขึ้น
ยิ่งกับประเด็นการมีส่วนร่วมของประชาชนในการตรวจสอบการทุจริตและการมีประชาชนเป็นศูนย์กลางในกระบวนการยุติธรรม ซึ่งประเทศไทยยังคงมีการศึกษาวิจัยเกี่ยวกับการคอร์รัปชันในส่วนนี้น้อย
ถือเป็นโจทย์ใหญ่ที่ทางศูนย์ความรู้เพื่อความร่วมมือในการต่อต้านคอร์รัปชัน และส่งเสริมธรรมาภิบาลในระดับภูมิภาคเล็งเห็นว่าจำเป็นต้องมีการสนับสนุนที่มากขึ้นในอนาคต
หัวข้อ
- Anti-Corruption, Good Governance
วันที่เผยแพร่
11 กุมภาพันธ์ 2569
Related Topic