IMF–World Bank ให้ความสำคัญกับ Beneficial Ownership Transparency มากขึ้น เพราะอะไร?

ผู้อำนวยการศูนย์ KRAC เข้าร่วม IMF–World Bank Spring Meetings 2026 ชี้ความโปร่งใสของผู้ได้รับผลประโยชน์ที่แท้จริงเป็นประเด็นสำคัญระดับโลก

 

รศ. ดร. ต่อภัสสร์ ยมนาค ผู้อำนวยการศูนย์ความรู้เพื่อความร่วมมือในการต่อต้านคอร์รัปชันและส่งเสริมธรรมาภิบาลในระดับภูมิภาค (KRAC) เข้าร่วมการประชุม IMF–World Bank Spring Meetings 2026 ณ กรุงวอชิงตัน ดี.ซี. ในฐานะ Civil Society Organization (CSO) Fellow

 

จากการเข้าร่วมการประชุมครั้งนี้ รศ. ดร. ต่อภัสสร์ สะท้อนว่า ทั้ง International Monetary Fund (IMF) และ World Bank ให้ความสำคัญกับการทำงานร่วมกับภาคประชาสังคมมากขึ้น เพื่อให้การวิเคราะห์ประเทศสะท้อนข้อเท็จจริงและสถานการณ์ที่เกิดขึ้นในแต่ละประเทศได้รอบด้านยิ่งขึ้น

 

อีกหนึ่งประเด็นที่ได้รับความสนใจในการประชุม คือเรื่อง Beneficial Ownership Transparency หรือการเปิดเผยข้อมูลผู้ได้รับผลประโยชน์ที่แท้จริงของบริษัท ซึ่งถูกหยิบยกขึ้นมาในฐานะเครื่องมือสำคัญในการลดการใช้บริษัทบังหน้า และจัดการกับความเสี่ยงที่เกี่ยวข้องกับคอร์รัปชันและการฟอกเงิน

 

รศ. ดร. ต่อภัสสร์ ระบุว่า ประเทศไทยมีฐานข้อมูลสำคัญหลายชุดอยู่แล้ว ไม่ว่าจะเป็นข้อมูลนิติบุคคล ข้อมูลเจ้าหน้าที่รัฐ และบัญชีทรัพย์สินนักการเมือง หากสามารถเปิดเผยและเชื่อมโยงข้อมูลเหล่านี้เข้ากับข้อมูลจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐได้ ก็จะช่วยให้การตรวจสอบความเสี่ยงด้านคอร์รัปชันมีประสิทธิภาพมากขึ้น

 

พร้อมยกตัวอย่างว่า ในกรณีที่มีบริษัทหลายแห่งเข้าร่วมประมูลโครงการเดียวกันและเสนอราคาใกล้เคียงกัน หากสามารถตรวจสอบข้อมูลผู้ได้รับผลประโยชน์ที่แท้จริงได้ ก็อาจช่วยให้เห็นความเชื่อมโยงระหว่างบริษัทที่เกี่ยวข้อง และสนับสนุนการบังคับใช้กฎหมายที่มีอยู่ในการจัดการความเสี่ยงด้านการฮั้วประมูลได้อย่างมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น

 

 

การเข้าร่วมการประชุมครั้งนี้สะท้อนให้เห็นถึงความสำคัญของข้อมูลเปิด การเชื่อมโยงข้อมูลภาครัฐ และความโปร่งใสของผู้ได้รับผลประโยชน์ที่แท้จริง ซึ่งเป็นประเด็นที่ได้รับความสนใจเพิ่มขึ้นในเวทีระหว่างประเทศ และมีความเกี่ยวข้องกับการพัฒนากลไกต่อต้านคอร์รัปชันของประเทศไทยในอนาคต

You might also like...