การศึกษากลุ่มองค์กรที่ไม่ใช่รัฐที่เกี่ยวข้องกับการป้องกันและตรวจสอบการทุจริตคอร์รัปชันในประเทศไทย

เพื่อสร้างเสริมและสนับสนุนบทบาทของภาคเอกชนและภาคประชาชนในการช่วยกันป้องกัน และตรวจสอบปัญหาทุจริตคอร์รัปชันในประเทศไทย ได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้นในอนาคต

งานวิจัยชิ้นนี้ มุ่งศึกษากลุ่มองค์กรที่ไม่ใช่รัฐ (Non-governmental organizations -NGOs) ที่เกี่ยวข้องกับการป้องกันและตรวจสอบการทุจริตคอร์รัปชันในประเทศไทย โดยมีวัตถุประสงค์ เพื่อนําผลการศึกษาไปใช้ในการสร้างเสริมและสนับสนุนบทบาทของภาคเอกชนและภาคประชาชนในการช่วยกันป้องกันและตรวจสอบปัญหาทุจริตคอร์รัปชันในประเทศไทย ได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้นในอนาคต

โดยกลุ่มตัวอย่างที่เลือกมาศึกษามีทั้งหมด 6 องค์กร ได้แก่ องค์กรต่อต้านคอร์รัปชันประเทศไทย (ACT) ภาคีเครือข่ายต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชันของชาติ (ภตช.) สภาหอการค้าแห่งประเทศไทย หอการค้ากลุ่มจังหวัดภาคใต้ องค์กรเพื่อความโปร่งใสในประเทศไทย (Transparency Thailand) และมูลนิธิประเทศไทยใสสะอาด

สรุปประเด็นจากงานวิจัย

  • ผลจากการศึกษา พบว่าองค์กรภาคประชาสังคม (NGOs) ที่มีบทบาทในการป้องกันและตรวจสอบการทุจริตคอร์รัปชันในประเทศไทย สามารถแบ่งได้เป็น 2 ประเภทตามลักษณะของบทบาท ได้เเก่ องค์กรที่เน้นการป้องกัน และองค์กรที่เน้นการตรวจสอบ ซึ่ง NGOs ที่ศึกษาเกือบทั้งหมด เน้นบทบาทในการป้องกันการทุจริตคอร์รัปชัน ทั้งที่เป็นการให้ความรู้ความเข้าใจ เช่น องค์กรเพื่อความโปร่งใสในประเทศไทย การส่งเสริมคุณธรรมจริยธรรม เช่น มูลนิธิประเทศไทยใสสะอาด และการเสนอมาตรการป้องกันการทุจริตในภาครัฐแก่รัฐบาล เช่น การที่ องค์กรต่อต้านคอร์รัปชัน (ประเทศไทย) ผลักดันข้อตกลงคุณธรรม (Integrity Pact) ซึ่งเป็นการตกลงร่วมกันระหว่างหน่วยงานของรัฐ และผู้ต้องการเข้าร่วมการจัดซื้อจัดจ้างของรัฐว่าจะไม่มีการเรียกรับเงินสินบน หรือเปิดเผยข้อมูลสําคัญของโครงการในทุกกระบวนการ เป็นต้น
  • ผลจากการศึกษา พบว่ากลุ่มองค์กรที่ไม่ใช่รัฐที่เกี่ยวข้องกับการป้องกันและตรวจสอบการทุจริตคอร์รัปชันในประเทศไทยเกือบทุกองค์กรอาศัยการสร้างเครือข่าย เป็นเครื่องมือสําคัญ ซึ่งเป็นหนึ่งในปัจจัยที่ส่งผลต่อประสิทธิภาพในการเคลื่อนไหวของกลุ่ม อีกทั้ง ขนาดของกลุ่มและความหลากหลายของสมาชิกในกลุ่มอาจส่งผลต่อประสิทธิภาพการทํางานของกลุ่มด้วยเช่นกัน ยกตัวอย่าง องค์กรต่อต้านคอร์รัปชัน (ประเทศไทย) ซึ่งมีเครือข่ายสมาชิกมากที่สุดในกลุ่ม NGOs ที่ศึกษา และมีผลงานเชิงประจักษ์มากที่สุด เช่น โครงการข้อตกลงคุณธรรม ใบอนุญาตยิ้ม และพระราชบัญญัติการอํานวยความสะดวกในการพิจารณาอนุญาตของทางราชการ เป็นต้น ซึ่งล้วนเป็นผลงานที่ได้รับการตอบรับและพิจารณาจากรัฐบาล
  • ผลจากการศึกษา พบข้อจํากัดที่ NGOs ทุกกลุ่มต่างเผชิญเหมือนกัน คือ ข้อจํากัดด้านทรัพยากร ทั้งในเชิงเงิน บุคลากร และสิ่งของ นอกจากนี้ ยังมีข้อจํากัดในด้านขอบเขตการดําเนินงาน โดยเฉพาะอย่างยิ่งความร่วมมือจากหน่วยงานอื่น ซึ่งที่ผ่านมา กลุ่มจะใช้สายสัมพันธ์ กับ ผู้มีชื่อเสียงและอิทธิพลในสังคม เป็นตัวเชื่อมโยงให้เกิดความร่วมมือขึ้นได้ และข้อจำกัดด้านการขาดการติดตาม และประเมินประสิทธิภาพในการดําเนินงานของกลุ่มเอง โดยในองค์กรที่เลือกศึกษา มีเพียงองค์กรเพื่อความโปร่งใสในประเทศไทยเท่านั้น ที่มีการติดตามประเมินผลการดําเนินงานในโครงการโตไปไม่โกง อย่างไรก็ดีขอบเขตและกลุ่มเป้าหมายในการประเมิน ยังถือว่าค่อนข้างจํากัด
  • คณะผู้วิจัย ได้ให้ข้อเสนอแนะต่อความร่วมมือกับภาคส่วนอื่น ๆ ในการส่งเสริมบทบาทของกลุ่ม NGOs ที่ทําหน้าที่ต่อต้านคอร์รัปชัน สรุปได้ ดังนี้ 
    1. ภาครัฐอาจมีกลไกสนับสนุนด้านการเงินแก่กลุ่มองค์กรที่ไม่ใช่รัฐ เพื่อใช้ในการดําเนินงานต่อต้านคอร์รัปชัน และควรมีระบบติดตามตรวจสอบการใช้เงินให้ตรงตามวัตถุประสงค์ รวมถึงพิจารณาให้ความน่าเชื่อถือ (credit) แก่กลุ่ม NGOs เหล่านี้ในการแก้ไขปัญหาคอร์รัปชันด้วย
    2. องค์กรที่มีหน้าที่ในการต่อต้านคอร์รัปชันอย่างเป็นทางการ เช่น สํานักงาน ป.ป.ช. และสํานักงาน สตง. ควรทำงานร่วมกับกลุ่ม NGOs โดยเฉพาะอย่างยิ่งในด้านการตรวจสอบการทุจริตคอร์รัปชัน เพื่อให้การตรวจสอบกรณีทุจริตทำได้เร็วขึ้น 
    3. สํานักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย (สกว.) ซึ่งเป็นแหล่งข้อมูลงานวิจัยที่เกี่ยวกับคอร์รัปชัน สามารถร่วมมือกับกลุ่ม NGOs ในแง่การให้ข้อมูล และส่งเสริมการเผยแพร่ข้อมูล เพื่อนําข้อมูลงานวิจัยไปใช้ประกอบการเคลื่อนไหวและจัดกิจกรรมของกลุ่มในอนาคต
  1.  
เอกสารอ้างอิง
รูปแบบ APA

บุญวรา สุมะโน เจนพึ่งพร, เดือนเด่น นิคมบริรักษ์ และนิสากร เลิศพัชรานนท์. (2558). การศึกษากลุ่มองค์กรที่ไม่ใช่รัฐที่เกี่ยวข้องกับการป้องกันและตรวจสอบการทุจริตคอร์รัปชันในประเทศไทย. สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (สกสว.).

ปีที่แต่ง (พ.ศ.)
2558
ผู้แต่ง
  • บุญวรา สุมะโน เจนพึ่งพร
  • เดือนเด่น นิคมบริรักษ์
  • นิสากร เลิศพัชรานนท์
หน่วยงาน
หัวข้อ
Related Content

โมเดลความสัมพันธ์เชิงสาเหตุพฤติกรรมความไม่ทนและความละอายต่อการกระทำการทุจริตของนักศึกษาวิทยาลัยเซนต์หลุยส์

บทความนี้วิเคราะห์โมเดลความสัมพันธ์เชิงสาเหตุของพฤติกรรมไม่ทนและความละอายต่อการทุจริตของนักศึกษา โดยชี้ว่าความตั้งใจมีอิทธิพลโดยตรง พร้อมเสนอบทบาทสถาบันการศึกษาในการเสริมสร้างเจตคติอย่างยั่งยืน

โครงการวิจัยและประสานงานเพื่อสังคมไทยไร้คอร์รัปชัน

เพื่อออกแบบงานวิจัยสำหรับแก้ไขปัญหาคอร์รัปชันบนฐานการมีส่วนร่วมของประชาชนและภาคส่วนต่าง ๆ รวมถึงพัฒนาระบบและเครื่องมือใหม่ในการป้องกันและลดคอร์รัปชันในระดับพื้นที่

โครงการวิจัยเพื่อสังคมไทยไร้คอร์รัปชัน ระยะที่ 2

จัดทำข้อเสนอเพื่อเสริมพลังการมีส่วนร่วมของประชาชนในการต่อต้านคอร์รัปชัน ผ่านงานวิจัยเชิงปฏิบัติการแบบมีส่วนร่วม (PAR) และกระบวนการ Design Thinking เพื่อเข้าใจปัญหาจากมุมมองประชาชนและพัฒนานวัตกรรมแก้ไขที่ใช้ได้จริง

โครงการวิจัยการสังเคราะห์รูปแบบ กลไกและแนวทางการปลูกฝังเจตคติและวัฒนธรรมสุจริตเพื่อการป้องกันและปราบปรามการทุจริต

ศึกษาพัฒนาการของรูปแบบ กลไก และแนวทางการปลูกฝังเจตคติ และวัฒนธรรมสุจริตที่มีผลต่อการป้องกันการทุจริตของไทย และศึกษากรณีของต่างประเทศ เพื่อจัดทำเป็นข้อเสนอแนะต่อไป

You might also like...

ความสัมพันธ์เชิงสาเหตุของความพร้อมรับผิด วัฒนธรรมคุณธรรมในองค์กร คุณธรรมการทำงานในหน่วยงาน ที่ส่งผลต่อความปลอดจากการทุจริตและความโปร่งใสของ อปท. จ.อุตรดิตถ์

ความโปร่งใสเริ่มต้นจากวัฒนธรรมคุณธรรมในองค์กร ไม่ใช่แค่กฎหมายหรือบทลงโทษ งานวิจัยนี้เผยให้เห็นว่าการสร้างความรับผิดชอบร่วมกันคือกุญแจสำคัญในการลดทุจริตและยกระดับธรรมาภิบาลของท้องถิ่นอย่างยั่งยืน

ความท้าทายของผู้สอบบัญชีต่อการตรวจสอบการทุจริตในงบการเงินในยุคชีวิตวิถีใหม่

โลกยุค New Normal ทำให้การตรวจสอบการทุจริตซับซ้อนยิ่งขึ้น งานวิจัยนี้เผยความท้าทายของผู้สอบบัญชีและชี้ทางออกด้วยเทคโนโลยีใหม่ จรรยาบรรณวิชาชีพ และการตรวจสอบเชิงสืบสวนเพื่อสร้างความโปร่งใสและเชื่อมั่นทางการเงิน

การเสริมสร้างวัฒนธรรมค่านิยมสุจริตและการต่อต้านการทุจริตของเยาวชนภายใต้แนวคิด “โตไปไม่โกง”

เยาวชนคือกุญแจสำคัญในการหยุดวงจรคอร์รัปชัน งานวิจัย “โตไปไม่โกง” ชี้ว่าครอบครัว โรงเรียน ชุมชน และศาสนามีบทบาทสำคัญในการปลูกฝังค่านิยมสุจริตและสร้างภูมิคุ้มกันให้เด็กรู้จักละอายต่อการโกงตั้งแต่เล็ก