การเสริมสร้างวัฒนธรรมค่านิยมสุจริตและการต่อต้านการทุจริตของเยาวชนภายใต้แนวคิด “โตไปไม่โกง”

เยาวชนคือกุญแจสำคัญในการหยุดวงจรคอร์รัปชัน งานวิจัย “โตไปไม่โกง” ชี้ว่าครอบครัว โรงเรียน ชุมชน และศาสนามีบทบาทสำคัญในการปลูกฝังค่านิยมสุจริตและสร้างภูมิคุ้มกันให้เด็กรู้จักละอายต่อการโกงตั้งแต่เล็ก 

 

ปัญหาการทุจริตส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจ การเมือง และภาพลักษณ์ของประเทศไทยในสายตานานาชาติ ทำให้การแก้ไขต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน โดยเฉพาะการปลูกฝังค่านิยมสุจริตแก่เยาวชนซึ่งเป็นอนาคตของชาติ แนวคิด “โตไปไม่โกง” จึงถูกพัฒนาขึ้นเพื่อสร้างจิตสำนึกด้านคุณธรรม จริยธรรม และการไม่ทนต่อการทุจริตตั้งแต่วัยเด็ก  

 

บทความนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษา 3 หัวข้อ ได้เเก่ 

  1. วัฒนธรรมค่านิยมสุจริตและการต่อต้านการทุจริต
  2. ปัจจัยการเสริมสร้างวัฒนธรรมค่านิยมสุจริตและการต่อต้านการทุจริต
  3. แนวทางการเสริมสร้างวัฒนธรรมและค่านิยมสุจริตของเยาวชนในจังหวัดตรังตามหลักโลกปาลธรรม 

ดำเนินการศึกษาด้วยวิธีวิจัยแบบผสานวิธี ระหว่างการวิจัยเชิงคุณภาพโดยการสัมภาษณ์ผู้ให้ข้อมูลสำคัญ จำนวน 18 คน และการวิจัยเชิงปริมาณ โดยการแจกแบบสอบถามจากเยาวชนกลุ่มตัวอย่าง 384 คน สถิติที่ใช้ในการวิจัยคือ ค่าเฉลี่ย ค่าส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน 

 

ผลการศึกษา พบว่า เยาวชนในจังหวัดตรังมีค่านิยมสุจริตและต่อต้านการทุจริตอยู่ในระดับสูง โดยเฉพาะด้านความซื่อสัตย์และการอยู่อย่างพอเพียง ปัจจัยสำคัญที่ส่งผลต่อการสร้างค่านิยมนี้ ได้แก่ สถาบันครอบครัว สถาบันการศึกษา ชุมชน เพื่อน สื่อมวลชน และสถาบันศาสนา มีแนวทางเสริมสร้างประกอบด้วยการปลูกฝังโดยครอบครัวเป็นแบบอย่าง การเรียนการสอนและกิจกรรมในโรงเรียน การสนับสนุนจากสังคม สื่อมวลชนที่ยกย่องคนดี และบทบาทของพระสงฆ์ในการสอนศีลธรรมเพื่อให้เยาวชนเกิดความเกรงกลัวและละอายต่อการทำผิด 

เอกสารอ้างอิง

รูปแบบ APA

กาญจนา ดจุติ และไพบูลย์ สุขเจตนี(2566). การเสริมสร้างวัฒนธรรมค่านิยมสุจริตและการต่อต้านการทุจริตของเยาวชนภายใต้แนวคิด “โตไปไม่โกง”.วารสารสิรินธรปริทรรศน์, 24(1), 6375. 

ปีที่แต่ง (พ.ศ.)
2566
ผู้แต่ง
  • กาญจนา ดำจุติ 
  • ไพบูลย์ สุขเจตนี
วารสารที่ตีพิมพ์

หัวข้อ
Related Content

โมเดลความสัมพันธ์เชิงสาเหตุพฤติกรรมความไม่ทนและความละอายต่อการกระทำการทุจริตของนักศึกษาวิทยาลัยเซนต์หลุยส์

บทความนี้วิเคราะห์โมเดลความสัมพันธ์เชิงสาเหตุของพฤติกรรมไม่ทนและความละอายต่อการทุจริตของนักศึกษา โดยชี้ว่าความตั้งใจมีอิทธิพลโดยตรง พร้อมเสนอบทบาทสถาบันการศึกษาในการเสริมสร้างเจตคติอย่างยั่งยืน

โครงการวิจัยและประสานงานเพื่อสังคมไทยไร้คอร์รัปชัน

เพื่อออกแบบงานวิจัยสำหรับแก้ไขปัญหาคอร์รัปชันบนฐานการมีส่วนร่วมของประชาชนและภาคส่วนต่าง ๆ รวมถึงพัฒนาระบบและเครื่องมือใหม่ในการป้องกันและลดคอร์รัปชันในระดับพื้นที่

โครงการวิจัยเพื่อสังคมไทยไร้คอร์รัปชัน ระยะที่ 2

จัดทำข้อเสนอเพื่อเสริมพลังการมีส่วนร่วมของประชาชนในการต่อต้านคอร์รัปชัน ผ่านงานวิจัยเชิงปฏิบัติการแบบมีส่วนร่วม (PAR) และกระบวนการ Design Thinking เพื่อเข้าใจปัญหาจากมุมมองประชาชนและพัฒนานวัตกรรมแก้ไขที่ใช้ได้จริง

You might also like...

เปิดบัญชีทรัพย์สิน ‘นักการเมือง’ ต้องเปิดทันที ประชาชนตรวจสอบได้

กรุงเทพธุรกิจ x KRAC ชี้ “ผลการตรวจสอบบัญชีทรัพย์สิน” เป็นเพียงข้อสรุป แต่ “บัญชีทรัพย์สิน” คือข้อมูลต้นทางที่จำเป็นต่อการตรวจสอบโดยประชาชนและสื่อมวลชน

KRAC Insights I การประเมินความเสี่ยงการคอร์รัปชันในกฎหมาย

กฎหมายต่อต้านคอร์รัปชันที่เรามี ดีพอแล้วหรือไม่? หรือยังมีช่องว่างที่เราอาจมองไม่เห็น…KRAC ชวนทำความรู้จัก CRAT เครื่องมือประเมินความเสี่ยงคอร์รัปชันของกฎหมาย ภายใต้หลักสูตรกฎหมายและมาตรการว่าด้วยการต่อต้านคอร์รัปชันชิงปฏิบัติการ

KRAC Extract | ถ้าคนตัดสินไม่เป็นกลาง ความยุติธรรมก็ไม่เป็นธรรม: บทเรียนจากกระบวนการคัดเลือกผู้พิพากษา

KRAC Extract ชวนสำรวจ จุดเริ่มต้นของความยุติธรรมผ่านกระบวนการคัดเลือกผู้พิพากษา แล้วจะออกแบบระบบ อย่างไรให้ศาลเป็นอิสระ แต่ยังตรวจสอบได้?