คิดด้วยพลเมือง(See-Think-Cen’) : เทศกาลลอยกระทง…ขยะที่ลอยไม่ไปไหน กับปัญหาคอร์รัปชันที่ยังไม่จมหาย

เมื่อเดือนพฤศจิกายนเวียนมาถึงหลายคนคงนึกถึงภาพของแสงเทียนนับพันที่ลอยระยิบระยับบนผืนน้ำเสียงเพลงพื้นบ้านแว่วคลอเบาๆ พร้อมรอยยิ้มของผู้คนในคืนพระจันทร์เต็มดวง ซึ่งเทศกาลที่หลายคนพลาดไม่ได้ในเดือนนี้คือ วันลอยกระทง หนึ่งในประเพณีเก่าแก่ที่อยู่คู่คนไทยมานานนับร้อยปี เป็นช่วงเวลาที่ผู้คนตั้งใจลอยสิ่งไม่ดีออกไปจากชีวิต เพื่อเริ่มต้นสิ่งใหม่อีกครั้ง 

แต่เมื่อแสงเทียนดับลงสิ่งที่หลงเหลืออยู่ในแม่น้ำคือ กองขยะนับแสนชิ้น ที่หน่วยงานรัฐต้องเร่งเก็บกวาดทุกปี ซึ่งในปี 2568 กรุงเทพมหานครเก็บกระทงได้รวมทั้งสิ้น 391,027 ใบ ลดลงจากปีก่อนราว 24% สะท้อนถึงความพยายามของประชาชนที่เริ่มหันมาใส่ใจสิ่งแวดล้อมมากขึ้น โดยกว่า 82.76% ของกระทงทั้งหมดทำจากวัสดุธรรมชาติ แต่ยังมีอีกกว่า 28,000 ใบ หรือ 7.23% ที่เป็นโฟม ซึ่งต้องใช้เวลาย่อยสลายนับร้อยปี 

ทว่า “ความศรัทธา” ในเทศกาลลอยกระทงกลับถูกท้าทายด้วยคำถามว่า… เรากำลังลอยสิ่งไม่ดีออกไปจริงๆ หรือเพียงสร้างสิ่งไม่ดีใหม่ทิ้งไว้ให้ธรรมชาติรับภาระกันแน่จากเทศกาลแห่งศรัทธา กลายเป็นบททดสอบแห่งความรับผิดชอบ แม้หน่วยงานรัฐและเอกชนจะรณรงค์ให้ใช้วัสดุธรรมชาติ หรือหันมาลอยกระทงออนไลน์เพื่อลดขยะในแม่น้ำ แต่ปัญหาการใช้กระทงที่ไม่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมก็ยังเกิดขึ้นซ้ำทุกปีเหมือนกับปัญหาคอร์รัปชัน ที่สังคมรู้ว่ามีอยู่แต่ไม่อาจแก้ไขได้จริงอย่างโครงการรัฐที่เราเห็นกันบ่อยๆ เช่น โครงการที่พังไวไม่ได้มาตรฐาน ใช้งบประมาณไม่คุ้มค่า หรือแม้แต่โครงการที่เอื้อประโยชน์กันเอง หลายๆ ครั้งเรามองเห็นแต่เลือกนิ่งเฉย เพราะคิดว่าไม่ใช่หน้าที่ของเรา หรือไม่รู้ว่าจะร้องเรียนอย่างไร บางคนอาจถึงขั้นยอมรับว่าใครๆ เขาก็ทำกัน แต่หากสังคมเริ่มคุ้นชินกับสิ่งสกปรกที่เรียกว่า “คอร์รัปชัน” ปัญหานี้ก็จะไม่มีวันถูกแก้ไข การเพิกเฉยของคนตัวเล็กๆ นี่แหละคือเชื้อเพลิงที่ทำให้ระบบคอร์รัปชันยังดำรงอยู่  

ซึ่งในทุกๆ เทศกาลลอยกระทงนอกจากเราจะเห็นแสงสีเสียงที่ตระการตาแล้ว แต่รู้หรือไม่ว่าเบื้องหลังความงดงามเหล่านั้น ต้องใช้งบประมาณมหาศาลเท่าไรในการจัดงาน เพื่อสร้างบรรยากาศแห่งศรัทธาและดึงดูดนักท่องเที่ยว ในปีงบประมาณ 2567 พบว่าทั่วประเทศมีโครงการที่เกี่ยวข้องกับเทศกาลลอยกระทงมากถึง 9,713 โครงการ รวมวงเงินกว่า 434 ล้านบาท จากข้อมูลของสำนักข่าว ไทยพับลิก้า พบว่าโครงการเหล่านี้ เกือบทั้งหมด 99.84% ใช้วิธี “เฉพาะเจาะจง” ในการจัดจ้าง เช่น การจัดอีเว้นท์ การเช่าอุปกรณ์ หรือการตกแต่งสถานที่ โดยมีมูลค่าตั้งแต่หลักหมื่นไปจนถึงเกือบสิบล้านบาท และในปี 2568 นี้เอง ก็ยังคงมีการจัดโครงการในช่วงเทศกาลลอยกระทงทั่วประเทศมากกว่า 1 หมื่นโครงการ รวมมูลค่ากว่า 4 ร้อยล้านบาท ซึ่งรูปแบบการใช้เงินและวิธีการจัดจ้างก็ยังคงเป็นไปในแนวทางเดิม  คือ…ส่วนใหญ่เลือกใช้ “วิธีเฉพาะเจาะจง” เหมือนเช่นปีที่ผ่านมา

ตัวเลขเหล่านี้สะท้อนให้เห็นว่า “ความสวยงามของแสงเทียน” ต้องแลกมาด้วยงบประมาณจำนวนไม่น้อยแต่สิ่งที่น่าตั้งคำถามคือ ทำไมเกือบทุกโครงการจึงใช้วิธี “เฉพาะเจาะจง” แทนที่จะเปิดประกวดราคาหรือใช้วิธีคัดเลือกที่โปร่งใสกว่านี้ หรือเพียงเพราะโครงการส่วนใหญ่มีวงเงินต่ำกว่า 5 แสนบาท จึงไม่จำเป็นต้องเปิดประมูล หน่วยงานจึงสามารถเลือกผู้รับจ้างที่ไว้ใจได้เอง 

ผู้เขียนไม่ได้มีเจตนากล่าวหาว่า…ทุกโครงการลอยกระทงมีการทุจริตแต่เพียงอยากชวนตั้งข้อสังเกตว่าช่องโหว่ของ “วิธีเฉพาะเจาะจง” นี่แหละ ที่มักเปิดทางให้เกิดการใช้งบประมาณอย่างไม่โปร่งใส ทั้งในระดับท้องถิ่นและส่วนกลาง เหมือนกับขยะหลังเทศกาลที่มองเห็นได้ง่ายแต่ขยะในระบบงบประมาณนั้นกลับมองไม่เห็นด้วยตาเปล่า 

ทั้งนี้ ในขณะที่เรากำลังช่วยกันลดขยะในแม่น้ำ บางทีเราก็ควรหันมาช่วยกัน “ลดขยะงบประมาณ” ด้วยการจับตาโครงการเล็กๆ เหล่านี้ ว่ามีการใช้งบอย่างมีประสิทธิภาพจริงหรือไม่ และใครคือผู้รับประโยชน์ที่แท้จริงจากเทศกาลแห่งศรัทธานี้กันแน่ 

ผู้เขียนจึงอยากชวนทุกคนมาร่วมรับผิดชอบต่อสังคม ทั้งในเรื่องสิ่งแวดล้อม และเรื่องความโปร่งใส เพราะการลอยกระทงเพื่อขอขมาพระแม่คงคาจะไม่มีความหมายเลย หากเรายังทิ้งขยะลงแม่น้ำ เช่นเดียวกับการที่เราอยากให้สังคมโปร่งใส ปลอดการทุจริต แต่กลับหลับหูหลับตามองข้ามปัญหาคอร์รัปชัน 

ถึงเวลาแล้วที่เราจะเริ่มเปลี่ยนแปลงจากจุดเล็กๆ ด้วยกัน หากพบเห็นโครงการที่มีความเสี่ยงทุจริต หรือใช้งบประมาณไม่โปร่งใส ปัจจุบันมีช่องทางให้แจ้งเบาะแสได้ง่ายและปลอดภัยมากขึ้น เช่น เพจต้องแฉหรือ แชตฟ้องโกงทันใจ ( @CorruptionWatch ) ซึ่งเปิดให้ประชาชนสามารถส่งข้อมูลโดย ไม่ต้องเปิดเผยตัวตน 

มาร่วมกันเป็นส่วนหนึ่งในการเฝ้าระวัง และช่วยให้ทุกบาทของภาษีมีความหมายกัน เพราะสุดท้าย… การลอยสิ่งไม่ดีออกไป ไม่ได้จบที่แม่น้ำแต่เริ่มต้นจากตัวเราต่างหาก 

ปีที่แต่ง (พ.ศ.)
2568
ผู้แต่ง

ศศธร เอี่ยมสะอาด

หน่วยงานสนับสนุน

หัวข้อ
Related Content

แนวหน้าต่อต้านคอร์รัปชัน : โอกาสและความสำคัญของการกลับคืนเป็นภาคี TI Thailand

เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา กรุงเทพมหานครได้รับเกียรติให้เป็นเจ้าภาพจัดการประชุมระดับภูมิภาคของ Transparency International (TI) การเลือกประเทศไทยเป็นสถานที่จัดงานครั้งนี้มีนัยสำคัญ แม้ปัจจุบันไทยจะไม่มีภาคีประจำประเทศอย่างเป็นทางการ …

แนวหน้าต่อต้านคอร์รัปชัน : เมื่อ ‘งบก่อสร้าง’ ไม่ได้สร้างแค่ถนน แต่สร้างรายได้พิเศษให้บางคนด้วย

จากที่ผมได้รับเกียรติให้เข้าร่วมเป็นกรรมาธิการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 ในนามนักวิชาการอิสระที่ไม่สังกัดพรรคการเมืองใด ผมถือว่าหน้าที่นี้คือโอกาสสำคัญที่จะได้ตรวจสอบการใช้งบประมาณแผ่นดินให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อประชาชน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงเวลาที่เศรษฐกิจยังฟื้นตัวไม่เต็มที่ และทรัพยากรของประเทศมีอยู่อย่างจำกัด

แนวหน้าต่อต้านคอร์รัปชัน : อัปเดตประชุมวิชาการโลกเรื่องคอร์รัปชัน

เมื่อช่วงต้นเดือนกันยายนที่ผ่านมา ผศ. ดร.ต่อภัสสร์ ยมนาค Co-Founder บริษัท HAND Social Enterprise ได้รับเชิญไปบรรยายในงานประชุมทางวิชาการ Cambridge Economic Crime ที่จัดขึ้นเป็นปีที่ 40 แล้ว ซึ่งงานนี้ถือได้ว่าเป็นงานประชุมวิชาการระดับนานาชาติที่เกี่ยวข้องกับเรื่องคอร์รัปชันที่ใหญ่ที่สุดงานหนึ่ง โดยผศ. ดร.ต่อภัสสร์ ยมนาค ได้เข้าร่วมบรรยายเกี่ยวกับผลงานวิจัยเรื่องประสิทธิภาพที่แท้จริงของความโปร่งใสในการต่อต้านคอร์รัปชัน ผ่านการศึกษาผลกระทบจากโครงการความโปร่งใสในการก่อสร้างภาครัฐ (Infrastructure Transparency: CoST)

You might also like...

KRAC Extract | การต่อต้านคอร์รัปชันและสิทธิมนุษยชน: เงื่อนไขที่ขาดไม่ได้ของการพัฒนา

KRAC Extract ชวนสำรวจความเชื่อมโยงระหว่างการต่อต้านคอร์รัปชันกับสิทธิมนุษยชน ผ่านรายงานที่ชี้ว่าคอร์รัปชันบ่อนทำลายศักดิ์ศรี ความยุติธรรม และการพัฒนาอย่างยั่งยืนของสังคม

KRAC Hot News I เมื่อปัญหาคอร์รัปชันกัดกร่อนสิทธิมนุษยชน

เมื่อปัญหาคอร์รัปชันเป็นปัจจัยที่กัดกร่อนความสามารถของรัฐในการ “เคารพ คุ้มครอง และทำให้สิทธิมนุษยชนเกิดขึ้นจริง” ในทุกมิติด้วย