บทความวิจัย | มูลเหตุแห่งการเกิดขึ้นและแนวทางการแก้ไขปัญหาการทุจริตประพฤติมิชอบที่เหมาะสมโดยผู้นำ

การศึกษาสาเหตุและแก้ไขปัญหาการทุจริตที่เกี่ยวข้องกับผู้นำ พบว่า การแก้ไขปัญหาการทุจริตได้อย่างยั่งยืน ผู้นำต้องแบบอย่างและไม่ทำการทุจริตเสียเอง และดูแลผู้ใต้บังคับบัญชาชาไม่ให้ทำการทุจริต ประกอบกับการสร้างและพัฒนากลไกตรวจสอบและป้องกันการทุจริต

 

ในการแก้ไขปัญหาการทุจริตผู้นำในระดับประเทศและระดับย่อยมีความสำคัญเป็นอย่างมากต่อความสำเร็จและยั่งยืนของการแก้ไขปัญหา

 

ดังนั้น การศึกษาในครั้งนี้ จึงต้องการนำเสนอประเด็นสำคัญ คือ 1) การทำความเข้าใจถึงสาเหตุและแก้ไขปัญหาการทุจริตที่เกี่ยวข้องกับผู้นำ 2) สิ่งที่ผู้นำควรปฏิบัติเพื่อแก้ไขปัญหาการทุจริตที่ได้ผลและยั่งยืน และข้อเสนอแนะในการแก้ไขปัญหาการทุจริตเมื่อพิจารณาจากมิติการดำเนินการที่เหมาะสมโดยผู้นำ โดยใช้วิธีการศึกษาวิจัยด้วยการทบทวนวรรณกรรมที่เกี่ยวข้องกับประเด็นของการทุจริตในมิติของผู้นำ 

 

ผลจากการศึกษา พบว่า สาเหตุและแก้ไขปัญหาการทุจริตที่เกี่ยวข้องกับผู้นำมีอยู่สองประการหลัก คือ 1) ผู้นำทำการทุจริตเสียเอง และ 2) ผู้นำละเว้น ผ่อนปรน หรือเพิกเฉยต่อการลงโทษผู้ทำความผิดทุจริต นอกจากนี้ยังมีสิ่งสำคัญอีกประการคือ ลักษณะของผู้นำที่ทำให้การแก้ไขปัญหาการทุจริตมีโอกาสประสบความสำเร็จมากขึ้น คือ 1) ผู้นำต้องเป็นผู้ที่ซื่อสัตย์ต่อหน้าที่โดยไม่ทำการทุจริตเสียเอง และ 2) ผู้นำจะต้องมีความมุ่งมั่นในการแก้ไขปัญหาการทุจริตอย่างต่อเนื่อง

 

ข้อเสนอแนะในมิติของผู้นำเพื่อแก้ไขปัญหาการทุจริตได้อย่างยั่งยืน มีอยู่ด้วยกันสามประการ คือ 1) ผู้นำประพฤติตนเป็นตัวอย่างในเรื่องของความซื่อสัตย์สุจริต และไม่ทำการทุจริตเสียเอง 2) ผู้นำควบคุมมิให้ผู้ใต้บังคับบัญชาทำการใดที่เป็นการทุจริต และ 3) ผู้นำสร้างและพัฒนากลไก รวมถึงมาตรการด้านการตรวจสอบความโปร่งใสในการดำเนินงานของผู้ใต้บังคับบัญชา ด้านการป้องกันการทุจริต และด้านการปรับปรุงแก้ไขบทลงโทษให้มีความเข้มงวดและความเหมาะสม

เอกสารอ้างอิง

รูปแบบ APA

ณัฐกริช เปาอินทร์. (2557). มูลเหตุแห่งการเกิดขึ้นและแนวทางการแก้ไขปัญหา การทุจริตประพฤติมิชอบที่เหมาะสมโดยผู้นำ. วารสารการเมือง การบริหาร และกฎหมาย, 6(3), 181205.

ปีที่แต่ง (พ.ศ.)
2557
ผู้แต่ง

ณัฐกริช เปาอินทร์

วารสารที่ตีพิมพ์

หัวข้อ
Related Content

โครงการสำรวจการรับรู้และความเข้าใจด้านการขัดกันแห่งผลประโยชน์ของเจ้าหน้าที่รัฐในองค์การบริหารส่วนจังหวัดของประเทศไทย

ศึกษาและสํารวจข้อมูลระดับการรับรู้ของเจ้าหนาที่รัฐในองค์การบริหารส่วนจังหวัดที่มีต่อความรู้และความเข้าใจเกี่ยวกับความขัดแย้งแห่งผลประโยชน์ เพื่อลดพฤติกรรมความขัดแย้งแห่งผลประโยชน์ในอนาคต

โครงการศึกษาเรื่องการแสวงหาผลประโยชน์จากการอนุญาตโดยใช้อำนาจรัฐ

ศึกษาการตรวจสอบดุลพินิจของฝ่ายปกครองในการออกใบอนุญาต และศึกษากฎหมายต่างประเทศเพื่อเสนอแนะมาตรการทางกฎหมายในการป้องกันการแสวงหาผลประโยชน์จากการอนุญาตโดยเจ้าหน้าที่ของรัฐ

โครงการศึกษามาตรการแทรกแซงตลาดข้าวเพื่อป้องกันการทุจริต: การแสวงหาค่าตอบแทนส่วนเกินและเศรษฐศาสตร์การเมืองของโครงการรับจำนำข้าวเปลือก

เพื่อประมาณการต้นทุน รายรับ การขาดทุน ต้นทุนสวัสดิการสังคมของโครงการรับจํานําข้าวเปลือก และประมาณการผลตอบแทนส่วนเกินที่ตกแก่กลุ่มบุคคลต่าง ๆ เพื่อวิเคราะห์การแสวงหาค่าเช่า และศึกษาการทุจริตของผู้ที่เกี่ยวข้อง

You might also like...

KRAC Extract | อ่านสถานการณ์คอร์รัปชันโลกผ่านดัชนี CPI 2025: ความเสี่ยง โอกาส และทิศทางการต่อต้านคอร์รัปชัน

KRAC Extract ชวนเจาะลึกข้อมูลจากรายงาน Corruption Perceptions Index 2025 เพื่อทำความเข้าใจแนวโน้มสำคัญของการทุจริตในระดับโลก และชี้ให้เห็นความท้าทายใหม่ ๆ ที่กำลังทดสอบความเข้มแข็งของสถาบันรัฐในหลายประเทศ

3 ข้อเสนอแนะของ KRAC ต่อ กกต. ในการสร้างความเชื่อมั่นต่อผลการเลือกตั้งปี 2569

KRAC ให้ข้อเสนอแนะต่อ กกต. ไทยว่า ควรเริ่มจากการประกาศหลักการง่าย ๆ ว่า “ทุกขั้นตอนสำคัญต้องตรวจสอบได้โดยสาธารณะ” แล้วแปลงหลักการนี้ให้เป็นการปฏิบัติจริงในสามพื้นที่ที่กระทบศรัทธาที่สุด

KRAC Insights I เจาะลึกผลคะแนนดัชนีภาพลักษณ์คอร์รัปชัน (CPI) ของไทย ปี 2025

คะแนนทุจริตไทยตกหนัก เหลือ 33 คะแนน (อันดับ 116 ของโลก) ต่ำสุดในรอบ 20 ปี ร่วงมาอยู่อันดับ 8 ของอาเซียน แพ้ลาว ทั้งนี้ค่าเฉลี่ยทั่วโลกอยู่ที่ 42 คะแนน นั่นหมายความว่าไทยอยู่ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยนั่นเอง