พัฒนาการของการบังคับใช้กฎหมายเพื่อป้องกันการทุจริตในการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ

ศึกษาพัฒนาการของการบังคับใช้กฎหมายเพื่อป้องกันการทุจริตในการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ จากเอกสารที่เกี่ยวข้องกับมาตรา 103/7 วรรคแรกและวรรคสอง แห่งพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2542

งานวิจัยเรื่องนี้ ทําการเก็บรวบรวมข้อมูลจากเอกสารสําคัญของทางราชการที่เกี่ยวข้องกับมาตรา 103/7 วรรคแรก และวรรคสองแห่งพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2542 เช่น รายงานการประชุม การตอบข้อหารือจากหน่วยงาน ความเห็นของคณะกรรมการกฤษฎีกา รวมถึงร่างกฎหมายที่มีการเสนอเข้าสู่การพิจารณาของสภาผู้แทนราษฎร โดยเน้นศึกษาพัฒนาการของการบังคับใช้กฎหมายเพื่อป้องกันการทุจริตในการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ ซึ่งพัฒนาการสําคัญของกฎหมายป้องกันการทุจริตในการจัดซื้อจัดจ้างอยู่ที่ความพยายามในการบัญญัติมาตรา 103/7 วรรคแรกและวรรคสอง แห่งพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการปราบปรามทุจริต พ.ศ. 2542 แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2554

คณะผู้วิจัย จึงแบ่งการนําเสนอข้อมูล ออกเป็น 2 ส่วน เพื่อประโยชน์ในการศึกษา คือ ส่วนแรก เป็นการศึกษาความเป็นมาของมาตรา 103/7 วรรคแรก แห่งพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการปราบปรามทุจริต พ.ศ. 2542 แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2554 สําหรับส่วนที่สอง เป็นการศึกษาความเป็นมาของมาตรา 103/7 วรรคสอง แห่งพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการปราบปรามทุจริต (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2554

จากผลการศึกษา สรุปได้ว่า สาเหตุส่วนหนึ่งของการทุจริตคอร์รัปชัน เกิดจากกระบวนการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐที่แม้จะมีหลักเกณฑ์ที่เกี่ยวข้องอยู่หลายฉบับ แต่หลักเกณฑ์ดังกล่าวก็ไม่สามารถทำให้การทุจริตคอร์รัปชันในการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐน้อยลงไปได้ ผลจากการศึกษา ถูกนำมาใช้ประโยชน์ เพื่อทำให้ทราบถึงความเป็นมา กระบวนการและหลักเกณฑ์ที่เกี่ยวข้องกับการบัญญัติกฎหมายในการป้องกันการทุจริตในการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐที่กำหนดไว้ในมาตรา 103/7 ววรคหนึ่งและวรรคสอง แห่งพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการปราบปรามทุจริต พ.ศ. 2542 แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2554 ซึ่งสามารถนำไปต่อยอดสู่การศึกษาวิจัยและการจัดทำข้อเสนอแนะเรื่องระเบียบการจัดซื้อจัดจ้างของภาครัฐในอนาคต

เอกสารอ้างอิง
รูปแบบ APA

นันทวัฒน์ บรมานันท์, ประทีป คงสนิท, วรรณภา ติระสังขะ, อรรถสิทธิ์ กันมล และวรัญญา ทัศนีศรีวงศ์. (2555). พัฒนาการของการบังคับใช้กฎหมายเพื่อป้องกันการทุจริตในการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ. สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (สกสว.).

ปีที่แต่ง (พ.ศ.)
2555
ผู้แต่ง
  • นันทวัฒน์ บรมานันท์
  • ประทีป คงสนิท
  • วรรณภา ติระสังขะ
  • อรรถสิทธิ์ กันมล
หน่วยงาน
หัวข้อ
Related Content

โมเดลความสัมพันธ์เชิงสาเหตุพฤติกรรมความไม่ทนและความละอายต่อการกระทำการทุจริตของนักศึกษาวิทยาลัยเซนต์หลุยส์

บทความนี้วิเคราะห์โมเดลความสัมพันธ์เชิงสาเหตุของพฤติกรรมไม่ทนและความละอายต่อการทุจริตของนักศึกษา โดยชี้ว่าความตั้งใจมีอิทธิพลโดยตรง พร้อมเสนอบทบาทสถาบันการศึกษาในการเสริมสร้างเจตคติอย่างยั่งยืน

โครงการศึกษาเรื่องการแสวงหาผลประโยชน์จากการอนุญาตโดยใช้อำนาจรัฐ

ศึกษาการตรวจสอบดุลพินิจของฝ่ายปกครองในการออกใบอนุญาต และศึกษากฎหมายต่างประเทศเพื่อเสนอแนะมาตรการทางกฎหมายในการป้องกันการแสวงหาผลประโยชน์จากการอนุญาตโดยเจ้าหน้าที่ของรัฐ

โครงการศึกษาพรมแดนและช่องว่างความรู้เรื่องคอร์รัปชันและธรรมาภิบาล เพื่อสนับสนุนการจัดทำแผนบูรณาการด้านวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ปี พ.ศ. 2566-2570

ศึกษาพัฒนาการของงานวิจัยที่เกี่ยวข้องกับการคอร์รัปชันและธรรมาภิบาลในประเทศไทย เพื่อจัดทำข้อเสนอแนะต่อแนวทางการสนับสนุนการพัฒนางานวิจัยในประเด็นคอร์รัปชัน และธรรมาภิบาลในอนาคต

You might also like...

KRAC Extract | เปิดเผยแล้วตรวจสอบได้จริงหรือไม่? บทบาทของระบบเปิดเผยบัญชีทรัพย์สินในการต้านคอร์รัปชัน

KRAC Extract ชวนสำรวจบทบาทของ “การเปิดเผยรายได้ ผลประโยชน์ และทรัพย์สินของเจ้าหน้าที่รัฐ” ซึ่งเป็นกลไกสำคัญที่ทำให้การใช้อำนาจรัฐสามารถตรวจสอบได้อย่างเป็นรูปธรรม

KRAC Insights I เรียนรู้การตรวจสอบทรัพย์สินและหนี้สิน: เข้าใจกลไกต้านทุจริต

ทำไม “การตรวจสอบทรัพย์สินและหนี้สิน” ถึงสำคัญกับประชาชน? KRAC ชวนคุณเรียนรู้กลไกนี้ตั้งแต่บทบาทของคณะกรรมาการ ป.ป.ช. ไปจนถึงวิธีที่ประชาชนมีส่วนร่วมในการตรวจสอบอำนาจรัฐ ภายใต้หลักสูตรกฎหมายและมาตรการว่าด้วยการต่อต้านคอร์รัปชันชิงปฏิบัติการ

เข้าร่วม OECD ไทย ต้องเปิดข้อมูลครอบคลุมรอบด้าน เข้าถึงได้ง่าย

กรุงเทพธุรกิจ x KRAC ชวนขบคิดประเด็นการเปิดเผยข้อมูลของภาครัฐไทย ซึ่งถือเป็นต้นธารสำคัญในการปฏิรูปการบริหารราชการแผ่นดินมีความโปร่งใสมากยิ่งขึ้น เพื่อตอบสนองการสมัครเข้าเป็นสมาชิก OECD