แนวหน้าต่อต้านคอร์รัปชัน : เมื่อองค์กรต่อต้านคอร์รัปชันทั้งภูมิภาคมาร่วมวงคุยกันจริงจัง

สัปดาห์ที่ผ่านมา ผมได้มีโอกาสเดินทางไปศรีลังกาเพื่อเข้าร่วมการประชุมประจำปีของสมาชิกองค์กรความโปร่งใสนานาชาติ (Transparency International) หน่วยงานที่จัดทำดัชนีภาพลักษณ์คอร์รัปชัน (CPI) ที่เราลุ้นรอการประกาศผลในทุกๆ ปี

การเดินทางครั้งนี้เป็นเหมือนการไปดูภูมิภาคทั้งภูมิภาคผ่านแว่นตาของ Transparency International(TI) ว่าเรากำลังเจอกับปัญหาอะไรเหมือนกันบ้าง และเราจะก้าวต่อไปอย่างไรในโลกที่คอร์รัปชันไม่ได้อยู่แค่ในประเทศใดประเทศหนึ่ง แต่เชื่อมกันเหมือนเครือข่ายใยแมงมุมที่กระจายไปทุกทิศทาง

สามวันที่ผมอยู่ในงาน TI Regional Meeting 2025 จึงเต็มไปด้วยเรื่องราวที่น่าสนใจ บทเรียนจากประเทศต่างๆ และบทสนทนาที่ผมไม่คิดว่าจะได้มีโอกาสคุยอย่างลึกซึ้ง โดยเฉพาะกับ Mr. François Valérian ประธาน Transparency International ซึ่งผมได้พบอีกครั้งในงานนี้

แม้จะเป็นการประชุม แต่บรรยากาศกลับให้ความรู้สึกเป็น “วงคุยของคนทำงานจริงที่กังวลเรื่องเดียวกัน” มากกว่าความเป็นทางการ ทุกคนเอาเรื่องราวในประเทศตัวเองมาวางบนโต๊ะ เปิดอกคุยกันตรงไปตรงมาแบบไม่มีเก็บหลังบ้าน ทุกคนต่างรู้ดีว่าคอร์รัปชันในภูมิภาคนี้กำลังเปลี่ยนหน้าไปเรื่อยๆ และหากเรายังทำงานแบบเดิมๆ เราจะตามมันไม่ทัน

สิ่งแรกที่ผมเห็นชัดมากในการประชุมคือ ภูมิภาคเราตอนนี้เจอ คอร์รัปชันแบบข้ามพรมแดน มากขึ้นกว่าเดิมอย่างมหาศาล ไม่ว่าจะเป็นการฟอกเงิน การโอนเงินผ่านบัญชีม้า เครือข่ายออนไลน์สแกมที่โยงกันหลายประเทศ และกลุ่มอาชญากรรมไซเบอร์ที่สร้างความเสียหายจริงทั้งต่อผู้คนและระบบเศรษฐกิจ เชื่อมยาวตั้งแต่ภูมิภาคเราไปจนถึงยุโรปและอเมริกา

ทุกประเทศเล่าคล้ายกันหมดว่า นี่ไม่ใช่เรื่องที่จะแก้โดยต่างคนต่างทำได้อีกต่อไป เราต้องแชร์ข้อมูลให้เร็วกว่าเดิม ต้องร่วมมือระหว่างประเทศให้ลึกกว่าเดิม และต้องเชื่อใจกันพอที่จะยกประเด็นบางอย่างขึ้นมาพูดแบบไม่ต้องเกรงใจกันมากนัก

จุดร่วมที่ทุกประเทศย้ำเหมือนกันคือ ความโปร่งใสต้องมาเป็นลำดับแรก ไม่ว่าปัญหาจะใหญ่แค่ไหนวิธีแก้ที่เริ่มต้นด้วยความโปร่งใสจะสร้างความร่วมมือได้ง่ายกว่า ทำให้ประชาชนและคนรุ่นใหม่เข้ามาช่วยได้มากกว่า และทำให้การปฏิรูปกลายเป็นเรื่องที่ทำได้จริงในระยะยาว

ระหว่างที่ฟังประสบการณ์ของประเทศต่างๆ ผมได้เห็นว่าหลายอย่างตรงกับสิ่งที่เราผลักดันในประเทศไทยมาตลอด ทั้งเรื่อง open data, การเปิดสัญญารัฐ, เครื่องมือตรวจสอบงบประมาณ หรือกระทั่งการพยายามดึงเยาวชนเข้ามาเป็นเจ้าของวาระต่อต้านคอร์รัปชัน ไม่ใช่แค่ผู้ชมที่นั่งดูอยู่ไกลๆ

ในงานนี้ ผมได้พบคุณ François Valérian อีกครั้งแต่สิ่งที่พิเศษกว่าทุกครั้งคือเราได้คุยกันนานกว่าที่เคย ทั้งช่วงพักและหลังประชุม บทสนทนาเลยไหลไปไกลตั้งแต่เรื่องโครงสร้าง TI จนถึงฝันในระยะยาวของภูมิภาคนี้

ผมเล่าให้เขาฟังถึงบริบทไทย ความเคลื่อนไหวหลายปีที่ผ่านมา และความพยายามของเราในการทำให้เรื่องความโปร่งใสเป็นประเด็นสาธารณะที่ประชาชนรู้สึกเป็นเจ้าของ

และเมื่อพูดถึงประเด็นที่หลายคนในไทยสนใจคือ โอกาสที่ประเทศไทยจะกลับมามี TI Chapterอีกครั้ง เขาบอกว่า TI อยากให้ไทยกลับเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของเครือข่ายระดับโลกมาก เพราะไทยมีบทบาทสำคัญในภูมิภาค ทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคม และการเมืองในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

เขาบอกชัดๆ ว่า “พร้อมสนับสนุนเต็มที่” และให้ผมเริ่มคุยกับทีม TI ได้เลย แล้วผมก็ใช้จังหวะนั้นเองเชิญเขามาเยือนไทยในปีหน้า ซึ่งเขาตอบตกลงทันทีแบบไม่ต้องคิดนาน

ระหว่างการประชุม หลายประเทศรอฟังประเด็นนี้และ TI ก็แจ้งอย่างเป็นทางการว่า ดัชนีภาพลักษณ์คอร์รัปชัน (CPI) ปี 2025 จะประกาศในวันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2569

แม้จะเป็นเพียงวันประกาศ แต่สำหรับคนทำงานด้านนี้มันคือ “วันเปิดผลสอบ” ของทั้งประเทศ เพราะ CPI ถูกติดตามโดยทั้งภาครัฐ ภาคธุรกิจ นักลงทุน นักวิชาการ และภาคประชาชน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในยุคที่ภาพลักษณ์เรื่องความโปร่งใสโยงตรงกับความน่าเชื่อถือของประเทศ ความเสี่ยงลงทุน และความไว้วางใจจากประชาคมโลก

ผมคิดในใจว่า การรู้ล่วงหน้าแบบนี้ดีมาก เพราะจะทำให้ทุกภาคส่วนในไทยมีเวลาเตรียมข้อมูล ทำความเข้าใจ และสื่อสารอย่างโปร่งใสได้ตั้งแต่เนิ่นๆ ไม่ต้องมานั่งแก้ตัวหรือถกเถียงกันตอนหลังประกาศแล้ว

ระหว่างนั่งฟังเพื่อนจากเนปาลเล่าเรื่องการทำงานกับชุมชน หรือฝั่งอินโดนีเซียเล่าเรื่องการทำงานกับเหยื่อคอร์รัปชัน ผมรู้สึกว่า “งานต่อต้านคอร์รัปชัน” ถูกมองต่างไปจากเมื่อสิบปีก่อนมาก

มันไม่ใช่งานที่มีหน้าที่ไปจับผิดคนอื่นอย่างเดียว ไม่ใช่งานที่ต้องเปิดโปงอย่างเดียว และไม่ใช่งานที่ต้องมองโลกในแง่ร้ายตลอดเวลา มันคืองานสร้างพื้นที่ที่ทุกคนรู้สึกว่ามีสิทธิ์ตั้งคำถาม และงานสร้างความหวังว่าระบบนี้ดีขึ้นได้จริง

ผมเชื่อว่าประเทศไทยกำลังอยู่บนเส้นทางนี้ แม้จะยังไม่สมบูรณ์ แม้จะยังมีอุปสรรค แต่เรามีคนรุ่นใหม่มีเครือข่ายที่แข็งแรงขึ้น และตอนนี้เรากำลังจะมีความร่วมมือระดับนานาชาติที่ใกล้ชิดกว่าเดิม

การเดินทางครั้งนี้เลยไม่ใช่แค่ไปประชุม แต่มันทำให้ผมกลับมาพร้อมพลังใหม่ ว่าเรายังเดินต่อได้ และอาจเดินได้ไกลกว่าที่เคยคิดด้วยซ้ำ

ปีที่แต่ง (พ.ศ.)
2568
ผู้แต่ง
  • รศ.ดร.ต่อภัสสร์ ยมนาค
  • รศ.ดร.ต่อตระกูล ยมนาค
หน่วยงานสนับสนุน

หัวข้อ
Related Content

แนวหน้าต่อต้านคอร์รัปชัน : โอปป้า เพื่อระบบที่ดีสร้างสังคมยั่งยืน

โอปป้าจ๋าช่วยด้วยยยย ! ทำไมคอร์รัปชันยังไม่หมดไปสักที หลาย ๆ คนอาจจะสงสัยว่า ทำไมเราถึงอยากปฏิรูปการศึกษาก็ทำไม่ได้ อยากป้องกันทรัพยากรธรรมชาติก็ทำได้ยากเพราะมีคนแย่งหาผลประโยชน์กันเต็มไปหมด หรือแม้แต่การสร้างสวัสดิการที่ดีให้กับประชาชนก็ดันไม่ถึงมือประชาชนอีก ซึ่งส่วนหนึ่งอาจมาจากการคอร์รัปชันที่ยังไม่สามารถแก้ไขให้หมดไปได้นั่นเอง

แนวหน้าต่อต้านคอร์รัปชัน : เวทีต้านโกงระดับโลก เขาพูดคุยอะไรกัน

4 ประเด็นน่าสนใจจาก “Summit for Democracy 2023” การประชุมระดับโลกเมื่ออาทิตย์ที่ผ่านมา ผศ. ดร.ต่อภัสสร์ ยมนาค ผู้ร่วมก่อตั้งและที่ปรึกษา HAND Social Enterprise HANDSocialEnterprise ได้รับเชิญจากรัฐบาลเกาหลีใต้ให้ไปร่วมเสวนาในงาน Summit for Democracy 2023 หัวข้อหลักงานปีนี้คือ “การต่อต้านคอร์รัปชัน” เชื่อมโยงคำอธิบายว่า การคอร์รัปชันบ่อนทำลายประชาธิปไตย ในทางกลับกันประเทศที่ประชาธิปไตยไม่เข้มแข็งจะทำให้คอร์รัปชันสูงขึ้น

แนวหน้าต่อต้านคอร์รัปชัน : เรามีคนโกงเพิ่มขึ้น หรือ เราจับคนโกงได้มากขึ้น

แจ้งไม่เยอะแน่นะวิ ! ปี 65 พบการแจ้งเรื่องทุจริตเกือบ 10,000 เรื่องในไทย เคยสงสัยกันบ้างไหมว่าทั้งๆ ที่มีหน่วยงานปราบโกงที่มีอำนาจทางกฎหมายล้นเหลืออยู่หลายหน่วยงาน ทำไมระดับการคอร์รัปชันของไทยยังดูจะแย่ลงเรื่อยๆ

You might also like...

KRAC Infographic | ฝุ่น PM2.5 วิกฤตสิ่งแวดล้อมข้ามพรมแดน

KRAC พาทุกท่านทำความเข้าใจวิกฤตสิ่งแวดล้อมข้ามพรมแดนที่ส่งผลให้เราต้องเผชิญปัญหา PM 2.5 ทุก ๆ ปี.จะแก้ฝุ่น PM2.5 ทำไมต้องขับเคลื่อนธรรมาภิบาลสิ่งแวดล้อมข้ามพรมแดน?

KRAC Extract | คอร์รัปชันใต้ผืนป่า ความอยุติธรรมที่หยั่งรากในนโยบายเพื่อสิ่งแวดล้อม

พาไปเจาะลึกด้นมืดของการปลูกป่า การฟื้นฟูดิน และคาร์บอนเครดิต โครงการที่ควรช่วยโลกให้ดีขึ้น แต่แท้จริงแล้วกลับถูกแทรกแซงด้วยอำนาจที่ไม่โปร่งใสในหลายขั้นตอน