การพัฒนาชุดหนังสือนิทานปลูกจิตสํานึกในใจเด็กปฐมวัยต่อต้านการทุจริตคอรัปชัน

จากการพัฒนาชุดหนังสือนิทานปลูกจิตสํานึกในใจเด็กปฐมวัยต่อต้านการทุจริตคอรัปชัน พบว่า นิทานปลูกจิตสำนึกฯ ช่วยเพิ่มความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับการต่อต้านการทุจริตคอรัปชัของเด็กและทำให้เด็กมีพฤติกรรมต่อต้านการทุจริตคอรัปชันมากขึ้นเมื่อเทียบกับก่อนการใช้นิทานปลูกจิตสำนึกฯ

 

การพัฒนาบรรทัดฐาน ความประพฤติต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชัน ควรมีการเริ่มต้นปลูกฝังตั้งแต่วัยเด็ก โดยเฉพาะในช่วงปฐมวัย ซึ่งเป็นวัยทองของการอบรมบ่มเพาะสิ่งต่าง ๆ บทความวิจัยนี้ จึงมีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) พัฒนาชุดหนังสือนิทานปลูกจิตสํานึกในใจเด็กปฐมวัยต่อต้านการทุจริตคอรัปชัน 2) ทดลองใช้ชุดหนังสือนิทาน3) ศึกษาผลการพัฒนาชุดหนังสือนิทาน 

 

โดยใช้วิธีการศึกษาด้วยวิธีการวิจัยและพัฒนา แบ่งเป็น 3 ระยะ คือ ระยะที่ 1 พัฒนาชุดหนังสือนิทานระยะที่ 2 ทดลองใช้ชุดหนังสือนิทานและระยะที่ 3 ศึกษาผลการพัฒนาชุดหนังสือนิทาน เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยได้แก่ ชุดหนังสือนิทานปลูกจิตสํานึกในใจเด็กปฐมวัยต่อต้านการทุจริตคอรัปชัน แบบประเมินความรู้ความเข้าใจ และแบบประเมินความพึงพอใจการใช้ชุดหนังสือนิทานสําหรับครู/ผู้ปกครอง 

 

ผลการวิจัย พบว่า เด็กปฐมวัยส่วนใหญ่มีพฤติกรรมด้านความซื่อสัตย์สุจริต แม้จะมีบางคนที่ชอบแย่งของเล่นและไม่ปฏิบัติตามกฎกติกา โดยระดับความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับความซื่อสัตย์และการต่อต้านการทุจริตอยู่ในระดับปานกลาง โดยผู้เชี่ยวชาญเห็นว่าชุดหนังสือนิทานที่สร้างขึ้นมีความเหมาะสมมากในการใช้เป็นเครื่องมือในการปลูกจิตสำนึกให้กับเด็ก เนื่องจากผลจากการเข้าร่วมกิจกรรมการเล่านิทาน เด็กมีคะแนนความรู้และพฤติกรรมต่อต้านการทุจริตเพิ่มขึ้น ประกอบกับเมื่อประเมินผลการใช้งานชุดหนังสือนิทานจากครูและผู้ปกครอง พบว่า ต่างมีความพึงพอใจในระดับสูงต่อชุดหนังสือนิทานนี้

เอกสารอ้างอิง

รูปแบบ APA

เยาวนุช ทานาม, จิราภรณ์ พจนาอารีย์วงศ์, จิตรา ชนะกุล และนราพันธ์ ดุจจานุทัศน์. (2565). การพัฒนาชุดหนังสือนิทานปลูกจิตสํานึกในใจเด็กปฐมวัยต่อต้านการทุจริตคอรัปชั่น. วารสารสังคมศาสตร์และมานุษยวิทยาเชิงพุท, 7(4), 314-325.

ปีที่แต่ง (พ.ศ.)
2565
ผู้แต่ง
  • เยาวนุช ทานาม 
  • จิราภรณ์ พจนาอารีย์วงศ์
  • จิตรา ชนะกุล
  • นราพันธ์ ดุจจานุทัศน์
วารสารที่ตีพิมพ์

หัวข้อ
Related Content

โมเดลความสัมพันธ์เชิงสาเหตุพฤติกรรมความไม่ทนและความละอายต่อการกระทำการทุจริตของนักศึกษาวิทยาลัยเซนต์หลุยส์

บทความนี้วิเคราะห์โมเดลความสัมพันธ์เชิงสาเหตุของพฤติกรรมไม่ทนและความละอายต่อการทุจริตของนักศึกษา โดยชี้ว่าความตั้งใจมีอิทธิพลโดยตรง พร้อมเสนอบทบาทสถาบันการศึกษาในการเสริมสร้างเจตคติอย่างยั่งยืน

โครงการวิจัยและประสานงานเพื่อสังคมไทยไร้คอร์รัปชัน

เพื่อออกแบบงานวิจัยสำหรับแก้ไขปัญหาคอร์รัปชันบนฐานการมีส่วนร่วมของประชาชนและภาคส่วนต่าง ๆ รวมถึงพัฒนาระบบและเครื่องมือใหม่ในการป้องกันและลดคอร์รัปชันในระดับพื้นที่

โครงการวิจัยเพื่อสังคมไทยไร้คอร์รัปชัน ระยะที่ 2

จัดทำข้อเสนอเพื่อเสริมพลังการมีส่วนร่วมของประชาชนในการต่อต้านคอร์รัปชัน ผ่านงานวิจัยเชิงปฏิบัติการแบบมีส่วนร่วม (PAR) และกระบวนการ Design Thinking เพื่อเข้าใจปัญหาจากมุมมองประชาชนและพัฒนานวัตกรรมแก้ไขที่ใช้ได้จริง

You might also like...

ความสัมพันธ์เชิงสาเหตุของความพร้อมรับผิด วัฒนธรรมคุณธรรมในองค์กร คุณธรรมการทำงานในหน่วยงาน ที่ส่งผลต่อความปลอดจากการทุจริตและความโปร่งใสของ อปท. จ.อุตรดิตถ์

ความโปร่งใสเริ่มต้นจากวัฒนธรรมคุณธรรมในองค์กร ไม่ใช่แค่กฎหมายหรือบทลงโทษ งานวิจัยนี้เผยให้เห็นว่าการสร้างความรับผิดชอบร่วมกันคือกุญแจสำคัญในการลดทุจริตและยกระดับธรรมาภิบาลของท้องถิ่นอย่างยั่งยืน

ความท้าทายของผู้สอบบัญชีต่อการตรวจสอบการทุจริตในงบการเงินในยุคชีวิตวิถีใหม่

โลกยุค New Normal ทำให้การตรวจสอบการทุจริตซับซ้อนยิ่งขึ้น งานวิจัยนี้เผยความท้าทายของผู้สอบบัญชีและชี้ทางออกด้วยเทคโนโลยีใหม่ จรรยาบรรณวิชาชีพ และการตรวจสอบเชิงสืบสวนเพื่อสร้างความโปร่งใสและเชื่อมั่นทางการเงิน

การเสริมสร้างวัฒนธรรมค่านิยมสุจริตและการต่อต้านการทุจริตของเยาวชนภายใต้แนวคิด “โตไปไม่โกง”

เยาวชนคือกุญแจสำคัญในการหยุดวงจรคอร์รัปชัน งานวิจัย “โตไปไม่โกง” ชี้ว่าครอบครัว โรงเรียน ชุมชน และศาสนามีบทบาทสำคัญในการปลูกฝังค่านิยมสุจริตและสร้างภูมิคุ้มกันให้เด็กรู้จักละอายต่อการโกงตั้งแต่เล็ก