การใช้สื่อสังคมออนไลน์ และการปรับแก้กฎหมายเกี่ยวกับการทุจริตคอร์รัปชัน โดยเฉพาะด้านการคุ้มครองผู้ชี้เบาะแส จะช่วยส่งเสริมการรับรู้ปัญหาและการมีส่วนร่วมของประชาชนในการต่อต้านทุจริตคอร์รัปชัน
การศึกษาวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์ เพื่อศึกษาระดับการรับรู้ปัญหาทุจริตคอร์รัปชัน การมีส่วนร่วมของประชาชน ความสัมพันธ์ระหว่างการรับรู้ปัญหาทุจริตคอร์รัปชันกับการมีส่วนร่วมของประชาชน และแนวทางการส่งเสริมการรับรู้และการมีส่วนร่วมของประชาชนในการป้องกันและปราบปรามการทุจริตคอร์รัปชันในเขตเทศบาลนครพิษณุโลก
โดยใช้วิธีการศึกษาเชิงปริมาณในการสำรวจกลุ่มตัวอย่าง 400 คน ในเขตเทศบาลนครพิษณุโลก ด้วยเครื่องมือแบบสอบถาม แล้วจึงนำมาวิเคราะห์ข้อมูลทางสถิติ คือ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และวิเคราะห์ความสัมพันธ์โดยใช้ค่าสัมประสิทธิ์สหสัมพันธ์เพียร์สัน
ผลการศึกษา พบว่า ระดับการรับรู้ปัญหาการทุจริตคอร์รัปชันในเขตเทศบาลนครพิษณุโลกอยู่ในระดับปานกลาง โดยระดับการรับรู้ปัญหาการทุจริตคอร์รัปชันขนาดเล็กจะสูงกว่าระดับการรับรู้ปัญหาการทุจริตคอร์รัปชันขนาดใหญ่ ระดับการมีส่วนร่วมของประชาชนในการป้องกันและปราบปรามการทุจริตคอร์รัปชันในเขตเทศบาลนครพิษณุโลกอยู่ในระดับน้อย โดยด้านที่พบการมีส่วนร่วมมากที่สุดคือด้านการต่อต้าน รองลงมาคือด้านการรณรงค์ให้ความรู้ และด้านการชี้เบาะแสตามลำดับ
เมื่อทำการศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างการรับรู้ปัญหาการทุจริตคอร์รัปชันกับการมีส่วนร่วมของประชาชน พบว่า การรับรู้ปัญหาการทุจริตคอร์รัปชันมีความสัมพันธ์เชิงบวกกับการมีส่วนร่วมของประชาชนในการป้องกันและปราบปรามการทุจริตคอร์รัปชันในเขตเทศบาลนครพิษณุโลก
โดยแนวทางส่งเสริมการรับรู้และการมีส่วนร่วมของประชาชนในการป้องกันและปราบปรามการทุจริตคอร์รัปชันในเขตเทศบาลนครพิษณุโลก คือการใช้สื่อสังคมออนไลน์ และการปรับแก้กฎหมายเกี่ยวกับการทุจริตคอร์รัปชัน โดยเฉพาะกฎหมายคุ้มครองผู้ชี้เบาะแสการทุจริต
รูปแบบ APA
ทิวากร แสร์สุวรรณ และธนัสถา โรจนตระกูล. (2565). ความสัมพันธ์ระหว่างการรับรู้กับการมีส่วนร่วมของประชาชนในการป้องกันและปราบปรามการทุจริตคอร์รัปชัน: กรณีศึกษาเขตเทศบาลนครพิษณุโลก. Journal of Roi Kaensarn Academi, 7(9), 349–364.
- ทิวากร แสร์สุวรรณ
- ธนัสถา โรจนตระกูล
หัวข้อ
โมเดลทางทฤษฏีเชื่อมโยงดัชนี ITA ในการดำเนินงานของหน่วยงานภาครัฐและความคิดที่จะออกมาแจ้งเบาะแสการทุจริตในภาครัฐ
งานวิจัยชี้ว่า 3 ปัจจัยที่มีความสำคัญต่อความคิดของบุคคลที่จะออกมาแจ้งเบาะแสในหน่วยงาน ได้เเก่ จริยธรรมขององค์กรที่มีผลต่อแรงจูงใจในการปฏิบัติงานเพื่อสาธารณะ ความสามารถในการตัดสินใจเชิงจริยธรรมของเเต่ละบุคคล และความรู้สึกปลอดภัยในการเเสดงความคิดเห็น
โมเดลความสัมพันธ์เชิงสาเหตุพฤติกรรมความไม่ทนและความละอายต่อการกระทำการทุจริตของนักศึกษาวิทยาลัยเซนต์หลุยส์
บทความนี้วิเคราะห์โมเดลความสัมพันธ์เชิงสาเหตุของพฤติกรรมไม่ทนและความละอายต่อการทุจริตของนักศึกษา โดยชี้ว่าความตั้งใจมีอิทธิพลโดยตรง พร้อมเสนอบทบาทสถาบันการศึกษาในการเสริมสร้างเจตคติอย่างยั่งยืน
โครงการวิจัยและประสานงานเพื่อสังคมไทยไร้คอร์รัปชัน
เพื่อออกแบบงานวิจัยสำหรับแก้ไขปัญหาคอร์รัปชันบนฐานการมีส่วนร่วมของประชาชนและภาคส่วนต่าง ๆ รวมถึงพัฒนาระบบและเครื่องมือใหม่ในการป้องกันและลดคอร์รัปชันในระดับพื้นที่


