รูปแบบการสร้างความเข้มแข็งในการต่อต้านทุจริต ควรบูรณาการกิจกรรมและหลักธรรมทางพระพุทธศาสนาในการจัดอบรมประจำปี ร่วมกับการสร้างเครือข่ายระหว่างสถาบันการศึกษาและองค์กรทางพระพุทธศาสนาในจังหวัดเชียงใหม่
การศึกษารูปแบบการสร้างความเข้มแข็งในการต่อต้านทุจริต โดยใช้กิจกรรมและหลักธรรมทางพระพุทธศาสนาในจังหวัดเชียงใหม่นี้ เป็นการบูรณาการศาสตร์สมัยใหม่กับหลักธรรมทางพระพุทธศาสนา ผ่านการจัดกิจกรรมอบรมและสร้างเครือข่ายในการสร้างความเข้มแข็งเพื่อต่อต้านการทุจริต โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษากระบวนการสร้างความเข้มแข็งในการต่อต้านทุจริต การสร้างรูปแบบการสร้างความเข้มแข็งในการต่อต้านทุจริต และนําเสนอรูปแบบการสร้างความเข้มแข็งในการต่อต้านทุจริต
โดยใช้วิธีการศึกษาแบบผสมผสานทั้งเชิงคุณภาพและเชิงปริมาณ ซึ่งกลุ่มตัวอย่างคือ ผู้บริหารในระดับต่าง ๆ ของสถาบันการศึกษาทั้ง 4 แห่ง ได้แก่ โรงเรียนสามัคคีวิทยาทาน โรงเรียนเมตตาศึกษา มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย วิทยาเขตเชียงใหม่ และมหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย วิทยาเขตล้านนา เครื่องมือที่ใช้ในการศึกษาคือ แบบสัมภาษณ์ในการสนทนากลุ่ม การระดมความเห็น และแบบสัมภาษณ์แบบมีโครงสร้าง
ผลการศึกษา พบว่า ในด้านกระบวนการสร้างความเข้มแข็งในการต่อต้านทุจริต พบว่า ภายในสถาบันการศึกษาไม่เคยมีการจัดอบรมหรือเข้าร่วมการฝึกอบรมเกี่ยวกับการสร้างความเข้มแข็งในการต่อต้านการทุจริตโดยตรง แต่ภายในองค์กรมีการจัดกิจกรรมตามประเพณี การฟังธรรมเทศนา และมีการจัดทำโครงการต่าง ๆ ที่สอดคล้องกับการสร้างความเข้มแข็งในการต่อต้านทุจริต
ในด้านรูปแบบการสร้างความเข้มแข็งในการต่อต้านทุจริตฯ พบว่า สถาบันการศึกษา องค์กร และหน่วยงานต่าง ๆ ในจังหวัดเชียงใหม่ ควรมีการพัฒนารูปแบบการสร้างความเข้มแข็งในการต่อต้านทุจริต โดยใช้กิจกรรมและหลักธรรมทาง พระพุทธศาสนา คือ รูปแบบการสร้างความเข้มแข็งฯ ด้วยการส่งเสริมการจัดกิจกรรมอบรมเป็นแผนประจำปี และรูปแบบการสร้างเครือข่ายระหว่างสถาบันการศึกษาและองค์กรทางพุทธศาสนา
รูปแบบ APA
มงคลชัย สมศรี, วิเศษ เสาะพบดี, ตระกูล ชํานาญ และวิราษ ภูมาศรี. (2565). รูปแบบการสร้างความเข้มแข็งในการต่อต้านทุจริต โดยใช้กิจกรรมและหลักธรรมทางพระพุทธศาสนาในจังหวัดเชียงใหม่. วารสารมานุษยวิทยาเชิงพุทธ, 7(12), 13–26.
- มงคลชัย สมศรี
- วิเศษ เสาะพบดี
- ตระกูล ชํานาญ
- วิราษ ภูมาศรี
หัวข้อ
โมเดลภาคีเครือข่ายในการป้องกันการทุจริตเลือกตั้งท้องถิ่นในประเทศไทย
ปัจจัยที่ส่งผลต่อความสำเร็จของเครือข่ายป้องกันการทุจริตเลือกตั้งท้องถิ่น คือ ความเข้าใจเเละรู้จักท้องถิ่นของตนเอง และเข้ามามีส่วนร่วมในการดำเนินการของ อปท. อย่างต่อเนื่อง
โมเดลทางทฤษฏีเชื่อมโยงดัชนี ITA ในการดำเนินงานของหน่วยงานภาครัฐและความคิดที่จะออกมาแจ้งเบาะแสการทุจริตในภาครัฐ
งานวิจัยชี้ว่า 3 ปัจจัยที่มีความสำคัญต่อความคิดของบุคคลที่จะออกมาแจ้งเบาะแสในหน่วยงาน ได้เเก่ จริยธรรมขององค์กรที่มีผลต่อแรงจูงใจในการปฏิบัติงานเพื่อสาธารณะ ความสามารถในการตัดสินใจเชิงจริยธรรมของเเต่ละบุคคล และความรู้สึกปลอดภัยในการเเสดงความคิดเห็น
โมเดลความสัมพันธ์เชิงสาเหตุพฤติกรรมความไม่ทนและความละอายต่อการกระทำการทุจริตของนักศึกษาวิทยาลัยเซนต์หลุยส์
บทความนี้วิเคราะห์โมเดลความสัมพันธ์เชิงสาเหตุของพฤติกรรมไม่ทนและความละอายต่อการทุจริตของนักศึกษา โดยชี้ว่าความตั้งใจมีอิทธิพลโดยตรง พร้อมเสนอบทบาทสถาบันการศึกษาในการเสริมสร้างเจตคติอย่างยั่งยืน


