การสร้างเครือข่ายความเข้มแข็งในการต่อต้านทุจริต โดยใช้กิจกรรมและหลักธรรมทางพระพุทธศาสนา ในจังหวัดเชียงใหม่

แนวทางการสร้างเครือข่ายความเข้มแข็งเพื่อการต่อต้านทุจริต ควรให้ความสำคัญกับการสร้างเครือข่ายให้เข้มแข็ง การวางแผนการบริหารจัดการ การจัดกิจกรรมและการประสานงานเครือข่ายอย่างต่อเนื่อง และการจัดหาทรัพยากรสนับสนุนที่เพียงพอ

 

การสร้างเครือข่ายความเข้มแข็งเพื่อการต่อต้านทุจริตในสถานศึกษา ต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วนในพื้นที่ จึงจะสามารถทำให้การต่อต้านทุจริตประสบความสำเร็จและเกิดประโยชน์ในวงกว้าง บทความวิจัยนี้จึงมีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาสภาพการณ์ของความร่วมมือ รูปแบบเครือข่ายความเข้มแข็ง และการสร้างเครือข่ายความเข้มแข็งในการต่อต้านทุจริต ด้วยกิจกรรมและหลักธรรมทางพระพุทธศาสนาในจังหวัดเชียงใหม่

 

โดยใช้วิธีการศึกษาแบบผสมผสานวิธีระหว่างการวิจัยเชิงปริมาณและเชิงคุณภาพ เครื่องมือที่ในการวิจัยประกอบด้วย แบบสัมภาษณ์ แบบสอบถาม และการสนทนากลุ่ม มีพื้นที่ศึกษาคือ สถาบันการศึกษาในจังหวัดเชียงใหม่ 4 แห่ง กลุ่มตัวอย่าง คือ นักเรียน นักศึกษา นักวิชาการ อาจารย์ และผู้บริหาร จำนวน 346 รูป/คน และผู้ให้สัมภาษณ์ จำนวน 30 รูป/คน

 

ผลการศึกษา พบว่า สภาพการณ์ของความร่วมมือในการต่อต้านทุจริต โดยใช้กิจกรรมและหลักธรรมทางพระพุทธศาสนาในจังหวัดเชียงใหม่ยังไม่เกิดขึ้นอย่างเป็นรูปธรรม ส่วนรูปแบบเครือข่ายความเข้มแข็งในการต่อต้านทุจริต คือ การสร้างการรับรู้ สร้างจิตสำนึก ระบบการตรวจสอบ และเสริมสร้างคุณธรรมจริยธรรม และในด้านการสร้างเครือข่ายความเข้มแข็งในการต่อต้านทุจริต ซึ่งมีหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน ภาคประชาสังคม ภาควิชาการ องค์การคณะสงฆ์ และสถาบันการศึกษา ถือว่าเป็นปัจจัยที่สำคัญในการขับเคลื่อนและสร้างความเข้มแข็งในการต่อต้านทุจริต

 

ดังนั้น แนวทางการสร้างเครือข่ายความเข้มแข็งเพื่อการต่อต้านทุจริต ควรมีการสร้างเครือข่ายในสถาบันการศึกษาให้เข้มแข็ง มีการวางแผนการทำงานและมีการจัดรูปแบบองค์กรที่ชัดเจน มีการจัดกิจกรรมและการประสานงานระหว่างเครือข่ายอย่างต่อเนื่อง และมีการจัดหาทรัพยากรสนับสนุนการดำเนินการที่เพียงพอ

เอกสารอ้างอิง

รูปแบบ APA

วิราษ ภูมาศรี, วินิจ ผาเจริญ และรัตนนาภรณ์ ประพันธ์รัตน์. (2566). การสร้างเครือข่ายความเข้มแข็งในการต่อต้านทุจริต โดยใช้กิจกรรมและหลักธรรมทางพระพุทธศาสนา ในจังหวัดเชียงใหม่. วารสารวิชาการวิทยาลัยบริหารศาสตร์, 6(1), 20–34.

ปีที่แต่ง (พ.ศ.)
2566
ผู้แต่ง
  • วิราษ ภูมาศรี
  • วินิจ ผาเจริญ
  • รัตนนาภรณ์ ประพันธ์รัตน์
วารสารที่ตีพิมพ์

หัวข้อ
Related Content

โมเดลภาคีเครือข่ายในการป้องกันการทุจริตเลือกตั้งท้องถิ่นในประเทศไทย

ปัจจัยที่ส่งผลต่อความสำเร็จของเครือข่ายป้องกันการทุจริตเลือกตั้งท้องถิ่น คือ ความเข้าใจเเละรู้จักท้องถิ่นของตนเอง และเข้ามามีส่วนร่วมในการดำเนินการของ อปท. อย่างต่อเนื่อง

โมเดลทางทฤษฏีเชื่อมโยงดัชนี ITA ในการดำเนินงานของหน่วยงานภาครัฐและความคิดที่จะออกมาแจ้งเบาะแสการทุจริตในภาครัฐ

งานวิจัยชี้ว่า 3 ปัจจัยที่มีความสำคัญต่อความคิดของบุคคลที่จะออกมาแจ้งเบาะแสในหน่วยงาน ได้เเก่ จริยธรรมขององค์กรที่มีผลต่อแรงจูงใจในการปฏิบัติงานเพื่อสาธารณะ ความสามารถในการตัดสินใจเชิงจริยธรรมของเเต่ละบุคคล และความรู้สึกปลอดภัยในการเเสดงความคิดเห็น

โมเดลความสัมพันธ์เชิงสาเหตุพฤติกรรมความไม่ทนและความละอายต่อการกระทำการทุจริตของนักศึกษาวิทยาลัยเซนต์หลุยส์

บทความนี้วิเคราะห์โมเดลความสัมพันธ์เชิงสาเหตุของพฤติกรรมไม่ทนและความละอายต่อการทุจริตของนักศึกษา โดยชี้ว่าความตั้งใจมีอิทธิพลโดยตรง พร้อมเสนอบทบาทสถาบันการศึกษาในการเสริมสร้างเจตคติอย่างยั่งยืน

You might also like...

ความสัมพันธ์เชิงสาเหตุของความพร้อมรับผิด วัฒนธรรมคุณธรรมในองค์กร คุณธรรมการทำงานในหน่วยงาน ที่ส่งผลต่อความปลอดจากการทุจริตและความโปร่งใสของ อปท. จ.อุตรดิตถ์

ความโปร่งใสเริ่มต้นจากวัฒนธรรมคุณธรรมในองค์กร ไม่ใช่แค่กฎหมายหรือบทลงโทษ งานวิจัยนี้เผยให้เห็นว่าการสร้างความรับผิดชอบร่วมกันคือกุญแจสำคัญในการลดทุจริตและยกระดับธรรมาภิบาลของท้องถิ่นอย่างยั่งยืน

ความท้าทายของผู้สอบบัญชีต่อการตรวจสอบการทุจริตในงบการเงินในยุคชีวิตวิถีใหม่

โลกยุค New Normal ทำให้การตรวจสอบการทุจริตซับซ้อนยิ่งขึ้น งานวิจัยนี้เผยความท้าทายของผู้สอบบัญชีและชี้ทางออกด้วยเทคโนโลยีใหม่ จรรยาบรรณวิชาชีพ และการตรวจสอบเชิงสืบสวนเพื่อสร้างความโปร่งใสและเชื่อมั่นทางการเงิน

การเสริมสร้างวัฒนธรรมค่านิยมสุจริตและการต่อต้านการทุจริตของเยาวชนภายใต้แนวคิด “โตไปไม่โกง”

เยาวชนคือกุญแจสำคัญในการหยุดวงจรคอร์รัปชัน งานวิจัย “โตไปไม่โกง” ชี้ว่าครอบครัว โรงเรียน ชุมชน และศาสนามีบทบาทสำคัญในการปลูกฝังค่านิยมสุจริตและสร้างภูมิคุ้มกันให้เด็กรู้จักละอายต่อการโกงตั้งแต่เล็ก