การประยุกต์ใช้แนวคิดการอภิบาลผ่านความร่วมมือในการป้องกันและปราบปรามการคอร์รัปชัน

แนวทางการสร้างความร่วมมือในการทำงานของคณะกรรมการ ป.ป.ช. คือ การลดการทำงานเชิงเดี่ยว และสร้างความร่วมมือกับองค์การที่มีเป้าหมายเดียวกัน เพื่อให้สามารถจัดสรรบทบาทหน้าที่ตามความเชี่ยวชาญ และสนับสนุนกันและกันได้อย่างมีประสิทธิภาพ

 

คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (คณะกรรมการ ป.ป.ช.) มีรูปแบบองค์กรที่เน้นการบริหารเชิงเดี่ยว ซึ่งไม่เหมาะสำหรับการดำเนินงานด้านการต่อต้านคอร์รัปชันที่ต้องอาศัยการมีส่วนร่วมของหลายภาคส่วน ดังนั้น บทความนี้จึงต้องการศึกษาการประยุกต์ใช้แนวคิดการอภิบาลผ่านความร่วมมือเพื่อหาแนวทางของการดำเนินงานร่วมกันระหว่างคณะกรรมการ ป.ป.ช. กับองค์กรต่าง ๆ โดยใช้วิธีการศึกษาเชิงคุณภาพด้วยทบทวนวรรณกรรมที่เกี่ยวข้องกับแนวคิดการอภิบาลผ่านความร่วมมือ และแนวทางการสร้างความร่วมมือที่ดีในการทำงานด้านการต่อต้านคอร์รัปชัน

 

ผลการศึกษา พบว่า แนวทางการสร้างความร่วมมือระหว่างคณะกรรมการ ป.ป.ช. กับหน่วยงานภาครัฐ  ภาคเอกชน และประชาชนตามกรอบการอภิบาลผ่านความร่วมมือ คือ ลดการทำงานเชิงเดี่ยวของแต่ละหน่วยงาน และสร้างความร่วมมือกับหน่วยงานหรือองค์การที่มีเป้าหมายเดียวกันทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และประชาชน เพื่อให้สามารถแบ่งบทบาทหน้าที่ตามความเชี่ยวชาญได้อย่างเหมาะสม และสามารถสนับสนุนกันและกันได้อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งจะนำไปสู่การสร้างความร่วมมือในการทำงานระหว่างกันที่เป็นรูปธรรมและยั่งยืน

เอกสารอ้างอิง

รูปแบบ APA

สถาพร เริงธรรม และอภิชัย พันธเสน. (2553). การประยุกต์ใช้แนวคิดการอภิบาลผ่านความร่วมมือ ในการป้องกัน และปราบปรามการคอร์รัปชัน. วารสารสถาบันพระปกเกล้า, 8(2), 1-16

ปีที่แต่ง (พ.ศ.)
2553
ผู้แต่ง
  • สถาพร เริงธรรม
  • อภิชัย พันธเสน
วารสารที่ตีพิมพ์

หัวข้อ
Related Content

โมเดลความสัมพันธ์เชิงสาเหตุพฤติกรรมความไม่ทนและความละอายต่อการกระทำการทุจริตของนักศึกษาวิทยาลัยเซนต์หลุยส์

บทความนี้วิเคราะห์โมเดลความสัมพันธ์เชิงสาเหตุของพฤติกรรมไม่ทนและความละอายต่อการทุจริตของนักศึกษา โดยชี้ว่าความตั้งใจมีอิทธิพลโดยตรง พร้อมเสนอบทบาทสถาบันการศึกษาในการเสริมสร้างเจตคติอย่างยั่งยืน

โครงการวิจัยและประสานงานเพื่อสังคมไทยไร้คอร์รัปชัน

เพื่อออกแบบงานวิจัยสำหรับแก้ไขปัญหาคอร์รัปชันบนฐานการมีส่วนร่วมของประชาชนและภาคส่วนต่าง ๆ รวมถึงพัฒนาระบบและเครื่องมือใหม่ในการป้องกันและลดคอร์รัปชันในระดับพื้นที่

โครงการวิจัยเพื่อสังคมไทยไร้คอร์รัปชัน ระยะที่ 2

จัดทำข้อเสนอเพื่อเสริมพลังการมีส่วนร่วมของประชาชนในการต่อต้านคอร์รัปชัน ผ่านงานวิจัยเชิงปฏิบัติการแบบมีส่วนร่วม (PAR) และกระบวนการ Design Thinking เพื่อเข้าใจปัญหาจากมุมมองประชาชนและพัฒนานวัตกรรมแก้ไขที่ใช้ได้จริง

You might also like...

ความสัมพันธ์เชิงสาเหตุของความพร้อมรับผิด วัฒนธรรมคุณธรรมในองค์กร คุณธรรมการทำงานในหน่วยงาน ที่ส่งผลต่อความปลอดจากการทุจริตและความโปร่งใสของ อปท. จ.อุตรดิตถ์

ความโปร่งใสเริ่มต้นจากวัฒนธรรมคุณธรรมในองค์กร ไม่ใช่แค่กฎหมายหรือบทลงโทษ งานวิจัยนี้เผยให้เห็นว่าการสร้างความรับผิดชอบร่วมกันคือกุญแจสำคัญในการลดทุจริตและยกระดับธรรมาภิบาลของท้องถิ่นอย่างยั่งยืน

ความท้าทายของผู้สอบบัญชีต่อการตรวจสอบการทุจริตในงบการเงินในยุคชีวิตวิถีใหม่

โลกยุค New Normal ทำให้การตรวจสอบการทุจริตซับซ้อนยิ่งขึ้น งานวิจัยนี้เผยความท้าทายของผู้สอบบัญชีและชี้ทางออกด้วยเทคโนโลยีใหม่ จรรยาบรรณวิชาชีพ และการตรวจสอบเชิงสืบสวนเพื่อสร้างความโปร่งใสและเชื่อมั่นทางการเงิน

การเสริมสร้างวัฒนธรรมค่านิยมสุจริตและการต่อต้านการทุจริตของเยาวชนภายใต้แนวคิด “โตไปไม่โกง”

เยาวชนคือกุญแจสำคัญในการหยุดวงจรคอร์รัปชัน งานวิจัย “โตไปไม่โกง” ชี้ว่าครอบครัว โรงเรียน ชุมชน และศาสนามีบทบาทสำคัญในการปลูกฝังค่านิยมสุจริตและสร้างภูมิคุ้มกันให้เด็กรู้จักละอายต่อการโกงตั้งแต่เล็ก