มโนทุจริต จะฉุดประชาธิปไตยไทยลงเหว

คอร์รัปชันไทยไม่ใช่แค่ปัญหาเรื่องกลไกการตรวจสอบ แต่คือ “มโนทุจริต” ที่บั่นทอนความโปร่งใส การสร้างสังคมที่โปร่งใสที่แท้จริงจึงต้องผสานการพัมนากลไกตรวจสอบควบคู่กับการปลูกฝังคุณธรรมในใจคน 

 

ปัญหาการคดโกงที่แท้จริงในสังคมไทยไม่ได้อยู่แค่ในระบบหรือกลไกการปกครอง แต่เริ่มต้นจาก “มโนทุจริต” หรือการคดโกงในใจ หากปล่อยให้ความคิดผิด ๆ เช่น ความเห็นแก่ตัว ความไม่ซื่อสัตย์ หรือการมุ่งหาผลประโยชน์ส่วนตนฝังรากอยู่ในสังคม ก็ย่อมทำให้ระบบการเมืองและการพัฒนาประเทศเดินไปในทิศทางที่ผิดพลาดและไม่ยั่งยืน 

 

จากการศึกษาใช้หลักธรรมทางพระพุทธศาสนาเป็นกรอบวิเคราะห์ โดยชี้ว่าความเสื่อมของระบบประชาธิปไตยไทยไม่ได้เกิดจากกลไกภายนอกเพียงอย่างเดียว แต่มีรากจากมโนทุจริตในจิตใจคนไทยเอง วัตถุประสงค์จึงเพื่อชี้ให้เห็นว่าการแก้ปัญหาทุจริตและการสร้างประชาธิปไตยที่แท้จริง ต้องเริ่มต้นจากการขัดเกลาจิตใจ ปลูกฝังคุณธรรมและความซื่อสัตย์สุจริตควบคู่ไปกับการพัฒนาระบบการเมือง 

 

หากมโนทุจริตยังคงฝังแน่นอยู่ การปฏิรูปทางการเมืองหรือเศรษฐกิจใด ๆ ย่อมไม่อาจสร้างความยั่งยืนได้ การแก้ไขจึงต้องทำทั้งสองด้าน คือ ปรับปรุงกลไกตรวจสอบภายนอก และสร้างวัฒนธรรมที่ยึดหลักธรรมเป็นฐานภายในจิตใจ เมื่อจิตใจสะอาดปราศจากมโนทุจริตแล้ว ประชาธิปไตยไทยจึงจะไม่ถูกดึงลงเหว และเดินหน้าอย่างมั่นคงและมีคุณธรรมเป็นรากฐาน 

เอกสารอ้างอิง

รูปแบบ APA

อนันต์ เหล่าเลิศวรกุล(2557). มโนทุจริต จะฉุดประชาธิปไตยไทยลงเหว.วารสารพุทธศาสน์ศึกษา จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 21(1), 59.

ปีที่แต่ง (พ.ศ.)
2565
ผู้แต่ง

อนันต์ เหล่าเลิศวรกุล

วารสารที่ตีพิมพ์

หัวข้อ
Related Content

โมเดลความสัมพันธ์เชิงสาเหตุพฤติกรรมความไม่ทนและความละอายต่อการกระทำการทุจริตของนักศึกษาวิทยาลัยเซนต์หลุยส์

บทความนี้วิเคราะห์โมเดลความสัมพันธ์เชิงสาเหตุของพฤติกรรมไม่ทนและความละอายต่อการทุจริตของนักศึกษา โดยชี้ว่าความตั้งใจมีอิทธิพลโดยตรง พร้อมเสนอบทบาทสถาบันการศึกษาในการเสริมสร้างเจตคติอย่างยั่งยืน

โครงการศึกษาพรมแดนและช่องว่างความรู้เรื่องคอร์รัปชันและธรรมาภิบาล เพื่อสนับสนุนการจัดทำแผนบูรณาการด้านวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ปี พ.ศ. 2566-2570

ศึกษาพัฒนาการของงานวิจัยที่เกี่ยวข้องกับการคอร์รัปชันและธรรมาภิบาลในประเทศไทย เพื่อจัดทำข้อเสนอแนะต่อแนวทางการสนับสนุนการพัฒนางานวิจัยในประเด็นคอร์รัปชัน และธรรมาภิบาลในอนาคต

โครงการวิจัยการสังเคราะห์รูปแบบ กลไกและแนวทางการปลูกฝังเจตคติและวัฒนธรรมสุจริตเพื่อการป้องกันและปราบปรามการทุจริต

ศึกษาพัฒนาการของรูปแบบ กลไก และแนวทางการปลูกฝังเจตคติ และวัฒนธรรมสุจริตที่มีผลต่อการป้องกันการทุจริตของไทย และศึกษากรณีของต่างประเทศ เพื่อจัดทำเป็นข้อเสนอแนะต่อไป

You might also like...

วัฒนธรรมองค์การที่มีผลต่อประสิทธิภาพการทำงานของบุคลากร สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติประจำจังหวัด ในเขตภาคตะวันออกเฉียงเหนือ

วัฒนธรรมองค์การสำคัญอย่างไร งานวิจัยพบว่าค่านิยมความซื่อสัตย์ ความเป็นธรรม ความเป็นมืออาชีพ และความสามัคคี ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพงานและความเชื่อมั่นในสำนักงาน ป.ป.ช. จังหวัด

KRAC Extract | อ่านสถานการณ์คอร์รัปชันโลกผ่านดัชนี CPI 2025: ความเสี่ยง โอกาส และทิศทางการต่อต้านคอร์รัปชัน

KRAC Extract ชวนเจาะลึกข้อมูลจากรายงาน Corruption Perceptions Index 2025 เพื่อทำความเข้าใจแนวโน้มสำคัญของการทุจริตในระดับโลก และชี้ให้เห็นความท้าทายใหม่ ๆ ที่กำลังทดสอบความเข้มแข็งของสถาบันรัฐในหลายประเทศ

3 ข้อเสนอแนะของ KRAC ต่อ กกต. ในการสร้างความเชื่อมั่นต่อผลการเลือกตั้งปี 2569

KRAC ให้ข้อเสนอแนะต่อ กกต. ไทยว่า ควรเริ่มจากการประกาศหลักการง่าย ๆ ว่า “ทุกขั้นตอนสำคัญต้องตรวจสอบได้โดยสาธารณะ” แล้วแปลงหลักการนี้ให้เป็นการปฏิบัติจริงในสามพื้นที่ที่กระทบศรัทธาที่สุด