การศึกษาพฤติกรรมเชิงจริยธรรมนักเรียนตามทัศนของ ติซ นัท ฮันห์ บูรณาการกับทฤษฎีสีสื่อความรู้สึก และทฤษฎีประสบการณ์นิยมผ่านกิจกรรมที่เชื่อมโยงเข้ากับการทำงานของจิต เพื่อการปรับใช้กับหลักธรรมให้นักเรียนละเว้นจากกายทุจริต วจีทุจริต และมโนทุจริต
การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาพฤติกรรมเชิงจริยธรรมนักเรียนตามทัศนของ ติซ นัท ฮันห์ 2) ศึกษาพฤติกรรมเชิงจริยธรรมนักเรียน ตามทัศนะของ ติซ นัท ฮันห์ โรงเรียนศึกษาสงเคราะห์จิตต์อารีในพระอุปถัมภ์สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี อำเภอเมืองลำปาง จังหวัดลำปาง 3) พัฒนาพฤติกรรมเชิงจริยธรรมของนักเรียนตามทัศนะของ ติซ นัท ฮันห์ โรงเรียนศึกษาสงเคราะห์จิตต์อารีในพระอุปถัมภ์สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี อำเภอเมืองลำปาง จังหวัดลำปาง
การวิจัยครั้งนี้เป็นการวิจัยเชิงคุณภาพ (Qualitative Research) โดยการเก็บข้อมูลจากการสังเกตแบบมีส่วนร่วม การสนทนากลุ่ม (Focus group) การสัมภาษณ์เชิงลึก (In-depth Interview)
ผลการวิจัย พบว่า พฤติกรรมนักเรียนตามทัศนะของ ติซ นัท ฮันห์ คือการประพฤติที่สังคมยอมรับ ทั้งด้านกาย วาจา และใจ ด้วยความดีงามและถูกต้อง เพื่อสร้างสังคมที่สงบสุข ดังนั้น การพัฒนาพฤติกรรมควรประกอบด้วยการฝึกสติ 5 ประการ การสนทนาธรรม และการนั่งสมาธิ รวมถึงการเดินวิถีแห่งสติ สำหรับปัญหาด้านกายทุจริต ได้เเก่ มีการล่วงละเมิดทางเพศ การทะเลาะวิวาท และการขโมย ส่วนวจีทุจริต ได้แก่ คำพูดเท็จหรือหยาบคาย และมโนทุจริต เช่น การควบคุมอารมณ์ไม่ได้ ซึ่งผลกระทบดังกล่าวส่งผลต่อการเรียน
รูปแบบ APA
นราศักดิ์ วรธมฺโม. (2564). การพัฒนาพฤติกรรมเชิงจริยธรรมนักเรียนตามทัศนะของ ติซ นัทฮันห์ โรงเรียนศึกษาสงเคราะห์จิตต์อารี ในพระอุปถัมภ์ ของสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี อำเภอเมืองลำปาง จังหวัดลำปาง. วารสารบัณฑิตศึกษามหาจุฬาขอนแก่น, 8(1), 84-99.
พระนราศักดิ์ วรธมฺโม
หัวข้อ
โมเดลความสัมพันธ์เชิงสาเหตุพฤติกรรมความไม่ทนและความละอายต่อการกระทำการทุจริตของนักศึกษาวิทยาลัยเซนต์หลุยส์
บทความนี้วิเคราะห์โมเดลความสัมพันธ์เชิงสาเหตุของพฤติกรรมไม่ทนและความละอายต่อการทุจริตของนักศึกษา โดยชี้ว่าความตั้งใจมีอิทธิพลโดยตรง พร้อมเสนอบทบาทสถาบันการศึกษาในการเสริมสร้างเจตคติอย่างยั่งยืน
โครงการวิจัยและประสานงานเพื่อสังคมไทยไร้คอร์รัปชัน
เพื่อออกแบบงานวิจัยสำหรับแก้ไขปัญหาคอร์รัปชันบนฐานการมีส่วนร่วมของประชาชนและภาคส่วนต่าง ๆ รวมถึงพัฒนาระบบและเครื่องมือใหม่ในการป้องกันและลดคอร์รัปชันในระดับพื้นที่
โครงการวิจัยเพื่อสังคมไทยไร้คอร์รัปชัน ระยะที่ 2
จัดทำข้อเสนอเพื่อเสริมพลังการมีส่วนร่วมของประชาชนในการต่อต้านคอร์รัปชัน ผ่านงานวิจัยเชิงปฏิบัติการแบบมีส่วนร่วม (PAR) และกระบวนการ Design Thinking เพื่อเข้าใจปัญหาจากมุมมองประชาชนและพัฒนานวัตกรรมแก้ไขที่ใช้ได้จริง


