การป้องกันการทุจริตในกระบวนจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ: บทบาทของผู้สังเกตการณ์อิสระตามแนวทางข้อตกลงคุณธรรม

 แนวทางข้อตกลงคุณธรรมและบทบาทของผู้สังเกตการณ์อิสระช่วยส่งเสริมกระบวนการต่อต้านทุจริตในการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ ทั้งด้านการส่งเสริมการมีส่วนร่วมของประชาชน และการสร้างกลไกการตรวจสอบการทำงานของภาครัฐ

การสังเกตการณ์โครงการจัดซื้อจัดจ้างเป็นองค์ประกอบสำคัญของการดำเนินการตามแนวทางข้อตกลงคุณธรรมซึ่งพบว่าตั้งแต่มีการนําแนวทางข้อตกลงคุณธรรมมาบังคับใช้ในปีงบประมาณ พ.ศ.2558-2563 ภาครัฐสามารถประหยัดงบประมาณในการจัดซื้อจัดจ้างได้ถึง 73,000 ล้านบาท

 

สะท้อนให้เห็นถึงความสำคัญและความน่าสนใจของสถานการณ์ที่เกิดขึ้น งานวิจัยนี้จึงมุ่งศึกษาบทบาทของผู้สังเกตการณ์อิสระตามแนวทางข้อตกลงคุณธรรมในการป้องกันการทุจริตในกระบวนการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ  

 

โดยใช้วิธีการศึกษาเชิงคุณภาพด้วยการทบทวนวรรณกรรมที่เกี่ยวข้อง และสัมภาษณ์เชิงลึกกลุ่มตัวอย่างทั้งหมด 50 คน ได้แก่ ผู้สังเกตการณ์อิสระ 40 คน ผู้แทนจากองค์กรต่อต้านคอร์รัปชัน (ประเทศไทย) 5 คน และผู้แทนจากศูนย์ประสานงานข้อตกลงคุณธรรม กรมบัญชีกลาง 5 คน

 

ผลการศึกษา พบว่า แนวทางข้อตกลงคุณธรรมและบทบาทของผู้สังเกตการณ์อิสระมีความสำคัญต่อการต่อต้านการทุจริตในกระบวนการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ ทั้งในด้านการส่งเสริมการมีส่วนร่วมของประชาชนในการตรวจสอบการทำงานของภาครัฐ และการสร้างกลไกการตรวจสอบได้จากสังคมเพื่อป้องกันการทุจริตในกระบวนการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วย

 

อย่างไรก็ตาม ผลการวิจัยยังชี้ให้เห็นด้วยว่าความพยายามแทรกแซงในทางการเมือง การขาดการมีส่วนร่วมของผู้สังเกตการณ์อิสระในขั้นตอนการจัดทำร่างขอบเขตของงานในบางโครงการ และความเข้าใจที่คลาดเคลื่อนของบุคลากรภาครัฐต่อบทบาทของผู้สังเกตการณ์อิสระล้วนเป็นปัญหาและอุปสรรคในการทำหน้าที่ของผู้สังเกตการณ์อิสระ

เอกสารอ้างอิง
รูปแบบ APA

ติญทรรศน์ ประทีปพรณรงค์. (2565). การป้องกันการทุจริตในกระบวนจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ: บทบาทของผู้สังเกตการณ์อิสระตามแนวทางข้อตกลงคุณธรรม. วารสารสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร, 18(1), 177–202.

ปีที่แต่ง (พ.ศ.)
2565
ผู้แต่ง

ติญทรรศน์ ประทีปพรณรงค์

หน่วยงาน

หัวข้อ
Related Content

โมเดลภาคีเครือข่ายในการป้องกันการทุจริตเลือกตั้งท้องถิ่นในประเทศไทย

ปัจจัยที่ส่งผลต่อความสำเร็จของเครือข่ายป้องกันการทุจริตเลือกตั้งท้องถิ่น คือ ความเข้าใจเเละรู้จักท้องถิ่นของตนเอง และเข้ามามีส่วนร่วมในการดำเนินการของ อปท. อย่างต่อเนื่อง

โมเดลทางทฤษฏีเชื่อมโยงดัชนี ITA ในการดำเนินงานของหน่วยงานภาครัฐและความคิดที่จะออกมาแจ้งเบาะแสการทุจริตในภาครัฐ

งานวิจัยชี้ว่า 3 ปัจจัยที่มีความสำคัญต่อความคิดของบุคคลที่จะออกมาแจ้งเบาะแสในหน่วยงาน ได้เเก่ จริยธรรมขององค์กรที่มีผลต่อแรงจูงใจในการปฏิบัติงานเพื่อสาธารณะ ความสามารถในการตัดสินใจเชิงจริยธรรมของเเต่ละบุคคล และความรู้สึกปลอดภัยในการเเสดงความคิดเห็น

โมเดลความสัมพันธ์เชิงสาเหตุพฤติกรรมความไม่ทนและความละอายต่อการกระทำการทุจริตของนักศึกษาวิทยาลัยเซนต์หลุยส์

บทความนี้วิเคราะห์โมเดลความสัมพันธ์เชิงสาเหตุของพฤติกรรมไม่ทนและความละอายต่อการทุจริตของนักศึกษา โดยชี้ว่าความตั้งใจมีอิทธิพลโดยตรง พร้อมเสนอบทบาทสถาบันการศึกษาในการเสริมสร้างเจตคติอย่างยั่งยืน

You might also like...

ความสัมพันธ์เชิงสาเหตุของความพร้อมรับผิด วัฒนธรรมคุณธรรมในองค์กร คุณธรรมการทำงานในหน่วยงาน ที่ส่งผลต่อความปลอดจากการทุจริตและความโปร่งใสของ อปท. จ.อุตรดิตถ์

ความโปร่งใสเริ่มต้นจากวัฒนธรรมคุณธรรมในองค์กร ไม่ใช่แค่กฎหมายหรือบทลงโทษ งานวิจัยนี้เผยให้เห็นว่าการสร้างความรับผิดชอบร่วมกันคือกุญแจสำคัญในการลดทุจริตและยกระดับธรรมาภิบาลของท้องถิ่นอย่างยั่งยืน

ความท้าทายของผู้สอบบัญชีต่อการตรวจสอบการทุจริตในงบการเงินในยุคชีวิตวิถีใหม่

โลกยุค New Normal ทำให้การตรวจสอบการทุจริตซับซ้อนยิ่งขึ้น งานวิจัยนี้เผยความท้าทายของผู้สอบบัญชีและชี้ทางออกด้วยเทคโนโลยีใหม่ จรรยาบรรณวิชาชีพ และการตรวจสอบเชิงสืบสวนเพื่อสร้างความโปร่งใสและเชื่อมั่นทางการเงิน

การเสริมสร้างวัฒนธรรมค่านิยมสุจริตและการต่อต้านการทุจริตของเยาวชนภายใต้แนวคิด “โตไปไม่โกง”

เยาวชนคือกุญแจสำคัญในการหยุดวงจรคอร์รัปชัน งานวิจัย “โตไปไม่โกง” ชี้ว่าครอบครัว โรงเรียน ชุมชน และศาสนามีบทบาทสำคัญในการปลูกฝังค่านิยมสุจริตและสร้างภูมิคุ้มกันให้เด็กรู้จักละอายต่อการโกงตั้งแต่เล็ก