ปัจจัยเชิงเหตุและเชิงผลที่เกี่ยวกับทัศนคติและพฤติกรรมของอาจารย์พยาบาลในการปลูกฝังอบรมนักศึกษาพยาบาลให้ไม่ทนต่อการทุจริต

การศึกษาพฤติกรรมของอาจารย์ในการปลูกฝังนักศึกษากับทัศนคติและพฤติกรรมของนักศึกษาพยาบาล พบว่า ไม่พบความสัมพันธ์กัน ซึ่งอาจเกิดจากการที่สถาบันการศึกษาพยาบาลยังไม่มีการบูรณาการเนื้อหาเกี่ยวกับการต่อต้านการทุจริตอย่างเป็นระบบในหลักสูตร

 

การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาปัจจัยด้านทัศนคติและพฤติกรรมอาจารย์พยาบาลในการปลูกฝังนักศึกษาไม่ทนต่อการทุจริต เพื่อวิเคราะห์เส้นทางอิทธิพลของโมเดลกับข้อมูลเชิงประจักษ์ และเพื่อศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างพฤติกรรมของอาจารย์ในการปลูกผังอบรมนักศึกษาพยาบาลให้ไม่ทนต่อการทุจริตและทัศนคติและพฤติกรรมปฏิบัติตนไม่ทนต่อการทุจริตของนักศึกษาพยาบาล

 

โดยใช้วิธีการศึกษาเชิงปริมาณ มีกลุ่มตัวอย่าง ได้แก่ อาจารย์พยาบาล และนักศึกษาพยาบาล กลุ่มละ 104 คน ด้วยเครื่องมือแบบสอบถาม แล้วจึงนำมาวิเคราะห์ข้อมูลด้วยสถิติเชิงพรรณนา สัมประสิทธิ์ สหสัมพันธ์แบบเพียร์สันและแบบคาโนนิคอล และการวิเคราะห์เส้นทางอิทธิพล

 

ผลการศึกษา พบว่า ค่าเฉลี่ยของปัจจัยด้านทัศนคติและพฤติกรรมอาจารย์พยาบาลในการปลูกฝังนักศึกษาไม่ทนต่อการทุจริตทุกปัจจัยอยู่ในระดับค่อนข้างสูง โดยปัจจัยที่มีคะแนนสูงสุดคือ ลักษณะมุ่งอนาคต-ควบคุมตน และการอบรมแบบรักสนับสนุน-ใช้เหตุผลตามลำดับ

 

ในการวิเคราะห์เส้นทางอิทธิพลของโมเดลตามสมมติฐานกับข้อมูลเชิงประจักษ์ พบว่า โมเดลมีความสอดคล้องกับข้อมูลเชิงประจักษ์ โดยลักษณะมุ่งอนาคต-ควบคุมตนและการได้รับแบบอย่างจากบรรพบุรุษ มีอิทธิพลทางตรงและทางอ้อมต่อทัศนคติที่ดีต่อการปฏิบัติตนและการปลูกฝังอบรมนักศึกษา ทัศนคติที่ดีต่อการปลูกฝังอบรมนักศึกษามีอิทธิพลทางตรงต่อการปรับพฤติกรรมนักศึกษาและการอบรมแบบรักสนับสนุน-ใช้เหตุผล

 

และในการศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างพฤติกรรมของอาจารย์กับทัศนคติและพฤติกรรมของนักศึกษา พบว่า ไม่พบความสัมพันธ์ที่มีนัยสำคัญทางสถิติระหว่างพฤติกรรมของอาจารย์ (การเป็นแบบอย่างที่ดี การปรับพฤติกรรมนักศึกษา การอบรมแบบรักสนับสนุน-ใช้เหตุผล) กับทัศนคติและพฤติกรรมของนักศึกษาพยาบาล ซึ่งอาจเกิดจากการที่สถาบันการศึกษาพยาบาลยังไม่มีการบูรณาการเนื้อหาเกี่ยวกับการต่อต้านการทุจริตอย่างเป็นระบบในหลักสูตร

เอกสารอ้างอิง

รูปแบบ APA

ทิพย์ฆัมพร เกษโกมล และสุขฤดี ธัชศฤงคารสกุล. (2563). ปัจจัยเชิงเหตุและเชิงผลที่เกี่ยวกับทัศนคติและพฤติกรรมของอาจารย์พยาบาล ในการปลูกฝังอบรมนักศึกษาพยาบาลให้ไม่ทนต่อการทุจริต. วารสารพยาบาลทหารบก, 21(3), 392–403.

ปีที่แต่ง (พ.ศ.)
2563
ผู้แต่ง
  • ทิพย์ฆัมพร เกษโกมล
  • สุขฤดี ธัชศฤงคารสกุล
วารสารที่ตีพิมพ์

หัวข้อ
Related Content

โมเดลความสัมพันธ์เชิงสาเหตุพฤติกรรมความไม่ทนและความละอายต่อการกระทำการทุจริตของนักศึกษาวิทยาลัยเซนต์หลุยส์

บทความนี้วิเคราะห์โมเดลความสัมพันธ์เชิงสาเหตุของพฤติกรรมไม่ทนและความละอายต่อการทุจริตของนักศึกษา โดยชี้ว่าความตั้งใจมีอิทธิพลโดยตรง พร้อมเสนอบทบาทสถาบันการศึกษาในการเสริมสร้างเจตคติอย่างยั่งยืน

โครงการวิจัยและประสานงานเพื่อสังคมไทยไร้คอร์รัปชัน

เพื่อออกแบบงานวิจัยสำหรับแก้ไขปัญหาคอร์รัปชันบนฐานการมีส่วนร่วมของประชาชนและภาคส่วนต่าง ๆ รวมถึงพัฒนาระบบและเครื่องมือใหม่ในการป้องกันและลดคอร์รัปชันในระดับพื้นที่

โครงการวิจัยเพื่อสังคมไทยไร้คอร์รัปชัน ระยะที่ 2

จัดทำข้อเสนอเพื่อเสริมพลังการมีส่วนร่วมของประชาชนในการต่อต้านคอร์รัปชัน ผ่านงานวิจัยเชิงปฏิบัติการแบบมีส่วนร่วม (PAR) และกระบวนการ Design Thinking เพื่อเข้าใจปัญหาจากมุมมองประชาชนและพัฒนานวัตกรรมแก้ไขที่ใช้ได้จริง

You might also like...

ความสัมพันธ์เชิงสาเหตุของความพร้อมรับผิด วัฒนธรรมคุณธรรมในองค์กร คุณธรรมการทำงานในหน่วยงาน ที่ส่งผลต่อความปลอดจากการทุจริตและความโปร่งใสของ อปท. จ.อุตรดิตถ์

ความโปร่งใสเริ่มต้นจากวัฒนธรรมคุณธรรมในองค์กร ไม่ใช่แค่กฎหมายหรือบทลงโทษ งานวิจัยนี้เผยให้เห็นว่าการสร้างความรับผิดชอบร่วมกันคือกุญแจสำคัญในการลดทุจริตและยกระดับธรรมาภิบาลของท้องถิ่นอย่างยั่งยืน

ความท้าทายของผู้สอบบัญชีต่อการตรวจสอบการทุจริตในงบการเงินในยุคชีวิตวิถีใหม่

โลกยุค New Normal ทำให้การตรวจสอบการทุจริตซับซ้อนยิ่งขึ้น งานวิจัยนี้เผยความท้าทายของผู้สอบบัญชีและชี้ทางออกด้วยเทคโนโลยีใหม่ จรรยาบรรณวิชาชีพ และการตรวจสอบเชิงสืบสวนเพื่อสร้างความโปร่งใสและเชื่อมั่นทางการเงิน

การเสริมสร้างวัฒนธรรมค่านิยมสุจริตและการต่อต้านการทุจริตของเยาวชนภายใต้แนวคิด “โตไปไม่โกง”

เยาวชนคือกุญแจสำคัญในการหยุดวงจรคอร์รัปชัน งานวิจัย “โตไปไม่โกง” ชี้ว่าครอบครัว โรงเรียน ชุมชน และศาสนามีบทบาทสำคัญในการปลูกฝังค่านิยมสุจริตและสร้างภูมิคุ้มกันให้เด็กรู้จักละอายต่อการโกงตั้งแต่เล็ก