กรณีศึกษาการทุจริตที่เกี่ยวของกับระบบการควบคุมภายใน

การล้มของธนาคารกรุงเทพ ปี 2539 ที่นำสู่วิกฤติการเงิน 2540 ชี้ให้เห็นความล้มเหลวของการควบคุมภายในและการขาดธรรมาภิบาล ตอกย้ำว่าการป้องกันทุจริตต้องอาศัยระบบควบคุมที่เข้มแข็ง โปร่งใส และยึดหลักจริยธรรมเพื่อสร้างเสถียรภาพทางเศรษฐกิจยั่งยืน

 

บทความนี้วิเคราะห์กรณีการทุจริตในธนาคารกรุงเทพฯ พาณิชยการ จำกัด (มหาชน) (BBC) ซึ่งล้มในปี พ.ศ. 2539 และกลายเป็นจุดเริ่มต้นของวิกฤติการเงินปี 2540 เหตุการณ์ดังกล่าวสะท้อนถึงความล้มเหลวของระบบการควบคุมภายในที่อ่อนแอ ทำให้เกิดการปล่อยกู้โดยไม่มีหลักทรัพย์ค้ำประกัน การประเมินมูลค่าทรัพย์สินเกินจริง และการใช้ตำแหน่งหน้าที่เพื่อผลประโยชน์ส่วนตน ซึ่งบั่นทอนความเชื่อมั่นต่อระบบการเงินของประเทศ  

 

การศึกษานี้ใช้กรอบแนวคิด Fraud Triangle ที่อธิบายการทุจริตจากสามปัจจัย ได้แก่ โอกาส แรงกดดัน และการหาเหตุผลเข้าข้างตนเอง รวมกับมาตรฐานการควบคุมภายใน COSO เพื่อวิเคราะห์พฤติกรรมผู้บริหาร BBC โดยพิจารณาจุดอ่อนของระบบควบคุมภายในที่เปิดช่องให้เกิดทุจริต งานศึกษามีวัตถุประสงค์เพื่อชี้ให้เห็นถึงความจำเป็นในการสร้างระบบควบคุมที่เข้มแข็ง โปร่งใส และสอดคล้องกับมาตรฐานการรายงานทางการเงิน เพื่อเป็นเกราะป้องกันความเสี่ยงในอนาคต 

 

ผลการวิจัยชี้ว่าความล้มเหลวของ BBC มีรากจากการขาดธรรมาภิบาลและการควบคุมภายในที่ไม่เพียงพอ ก่อให้เกิดหนี้เสียกว่า 60,000 ล้านบาท และทำให้ระบบการเงินไทยสั่นคลอน จนนำไปสู่วิกฤติปี 2540 บทเรียนที่ได้คือ องค์กรและสถาบันการเงินต้องพัฒนาระบบควบคุมภายในที่มีประสิทธิภาพ ตรวจสอบได้ และเป็นไปตามมาตรฐานสากล ควบคู่กับการส่งเสริมคุณธรรมและจริยธรรมของผู้บริหารและพนักงาน เพื่อสร้างเสถียรภาพทางเศรษฐกิจอย่างยั่งยืน

เอกสารอ้างอิง

รูปแบบ APA

จารุณี วงศ์ลิมปิยะรัตน์(2558). กรณีศึกษาการทุจริตที่เกี่ยวของกับระบบการควบคุมภายใน.วารสารนักบริหาร, 35(2), 8594.

ปีที่แต่ง (พ.ศ.)
2558
ผู้แต่ง

จารุณี วงศ์ลิมปิยะรัตน์ 

วารสารที่ตีพิมพ์

หัวข้อ
Related Content

แบบบัญชีรายรับรายจ่ายของโครงการ (บช.1): หลักการ ปัญหา การปรับตัว

การศึกษาหลักการ ปัญหา และการปรับตัวของการจัดทำแบบบัญชีรายรับรายจ่ายของโครงการ (บช.1) มีส่วนสำคัญในการตรวจสอบเส้นทางการเงิน ซึ่งช่วยให้สามารถตรวจสอบและดำเนินคดีทุจริตได้

แนวทางการป้องกันและลดความสูญเสียงบประมาณจากการทุจริต

การแก้ไขปัญหาคอร์รัปชันอย่างยั่งยืนต้องให้ความสำคัญกับเจตจํานงของผู้บริหารระดับสูง ซึ่งทำให้เกิดการบังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจัง และค่านิยมของประชาชนที่ไม่เพิกเฉยต่อการคอร์รัปชันของเจ้าหน้าที่ของรัฐ ทำให้เกิดการมีส่วนร่วมในการตรวจสอบการใช้จ่ายงบประมาณ

แนวคิดใหม่ในการป้องปรามการทุจริต โดยศาลวินัยทางบัญชี งบประมาณ การเงินและการคลัง

 ประเทศไทยเผชิญปัญหาการทุจริตงบประมาณจากข้อจำกัดของระบบตรวจเงินแผ่นดิน งานวิจัยเสนอการจัดตั้ง “ศาลวินัยทางบัญชี งบประมาณ การเงินและการคลัง” เพื่อเสริมสร้างกลไกตรวจสอบสร้างความเชื่อมั่นว่าการใช้งบประมาณของรัฐจะเป็นไปอย่างคุ้มค่าและเป็นธรรม

You might also like...

ความสัมพันธ์เชิงสาเหตุของความพร้อมรับผิด วัฒนธรรมคุณธรรมในองค์กร คุณธรรมการทำงานในหน่วยงาน ที่ส่งผลต่อความปลอดจากการทุจริตและความโปร่งใสของ อปท. จ.อุตรดิตถ์

ความโปร่งใสเริ่มต้นจากวัฒนธรรมคุณธรรมในองค์กร ไม่ใช่แค่กฎหมายหรือบทลงโทษ งานวิจัยนี้เผยให้เห็นว่าการสร้างความรับผิดชอบร่วมกันคือกุญแจสำคัญในการลดทุจริตและยกระดับธรรมาภิบาลของท้องถิ่นอย่างยั่งยืน

ความท้าทายของผู้สอบบัญชีต่อการตรวจสอบการทุจริตในงบการเงินในยุคชีวิตวิถีใหม่

โลกยุค New Normal ทำให้การตรวจสอบการทุจริตซับซ้อนยิ่งขึ้น งานวิจัยนี้เผยความท้าทายของผู้สอบบัญชีและชี้ทางออกด้วยเทคโนโลยีใหม่ จรรยาบรรณวิชาชีพ และการตรวจสอบเชิงสืบสวนเพื่อสร้างความโปร่งใสและเชื่อมั่นทางการเงิน

การเสริมสร้างวัฒนธรรมค่านิยมสุจริตและการต่อต้านการทุจริตของเยาวชนภายใต้แนวคิด “โตไปไม่โกง”

เยาวชนคือกุญแจสำคัญในการหยุดวงจรคอร์รัปชัน งานวิจัย “โตไปไม่โกง” ชี้ว่าครอบครัว โรงเรียน ชุมชน และศาสนามีบทบาทสำคัญในการปลูกฝังค่านิยมสุจริตและสร้างภูมิคุ้มกันให้เด็กรู้จักละอายต่อการโกงตั้งแต่เล็ก