KRAC Extract | คอร์รัปชันใต้ผืนป่า ความอยุติธรรมที่หยั่งรากในนโยบายเพื่อสิ่งแวดล้อม

ในยุคที่ทั่วโลกกำลังวิ่งแข่งกับเวลาเพื่อยับยั้งวิกฤตสภาพภูมิอากาศ “ป่าไม้” ถูกยกให้เป็นสัญลักษณ์ของความหวัง ความเขียวของต้นไม้กลายเป็นสัญญาณแห่งการฟื้นคืนชีวิตของโลกใบนี้

 

ทว่าในหลายพื้นที่ สีเขียวขจีของผืนป่านั้นอาจไม่ได้เกิดขึ้นจากความหวัง หากแต่ผุดขึ้นบนรอยร้าวของความขัดแย้ง การละเมิดสิทธิ และการคอร์รัปชันที่ถูกซุกซ่อนไว้หลังคำว่านโยบายเพื่อสิ่งแวดล้อม

KRAC Extract ประจำเดือนนี้ เราขอพาทุกท่านไปสำรวจความซับซ้อนของปัญหานี้ให้ลึกลงอีกขั้น ผ่านรายงานเรื่อง Corruption risks in land-based solutions to climate change โดย Caitlin Maslen (2023) ที่ฉายภาพด้านมืดของโครงการปลูกป่าและการใช้ที่ดินเพื่อบรรลุเป้าหมายด้านสภาพภูมิอากาศ ซึ่งกำลังเกิดขึ้นในหลายประเทศทั่วโลก ไม่ว่าจะเป็นการเพิ่มพื้นที่ป่า การฟื้นฟูดินเสื่อมโทรม หรือการซื้อขายคาร์บอนเครดิต

 

กลไกเหล่านี้ที่ควรเป็นรากฐานของการแก้ปัญหาสภาพภูมิอากาศ กลับกลายเป็นเป้าของโครงสร้างอำนาจที่ไม่โปร่งใสและการทุจริตที่ค่อย ๆ ชอนไชเข้าไปในทุกขั้นตอนของกระบวนการ

โครงการปลูกป่า กับ “การแย่งชิงที่ดิน” ชุมชน

ข้อมูลจากรายงานระบุว่าพื้นที่ที่ถูกกำหนดให้ “ปลูกป่า” นั้นมักเป็นผืนดินของชุมชนที่อยู่อาศัยมานานหลายชั่วอายุคน โดยเฉพาะในประเทศรายได้น้อยที่ประชาชนส่วนใหญ่ไม่มีเอกสารสิทธิ แม้จะอาศัยอยู่บนที่ดินนั้นมานานหลายศตวรรษ ในขณะที่รัฐใช้แผนที่เป็นเส้นแบ่งกำหนดว่าใครมีสิทธิจะอยู่หรือไป ชุมชนท้องถิ่นจึงถูกผลักให้กลายเป็นผู้ไร้เสียงในนโยบายที่อ้างว่าทำเพื่อโลกและเพื่ออนาคตของมนุษยชาติ

ในขณะเดียวกัน ภายใต้ความพยายามในการลดก๊าซเรือนกระจก ประเทศต่าง ๆ ได้ตั้งเป้าหมายด้านสภาพภูมิอากาศที่ต้องใช้พื้นที่มหาศาลในการปลูกป่า ส่งผลให้เกิด “การแย่งชิงที่ดิน” จนนำไปสู่ความปั่นป่วนทั้งทางสังคม การเมือง และสิทธิมนุษยชนในหลายภูมิภาค

เมื่อความต้องการที่ดินที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็วนี้เกิดขึ้นควบคู่กับความอ่อนแอของระบบกำกับดูแลในหลายประเทศ โดยเฉพาะในภูมิภาคที่โครงการปลูกป่ามักเกิดขึ้น เช่น แอฟริกา เอเชียใต้ และละตินอเมริกา ซึ่งมักเผชิญกับระบบยุติธรรมที่ไม่โปร่งใส เจ้าหน้าที่รัฐที่มีอำนาจเบ็ดเสร็จโดยไร้การตรวจสอบ และกลไกการออกเอกสารสิทธิที่คลุมเครือเปิดช่องให้เจ้าหน้าที่เรียกรับสินบน ส่งผลให้แผนรักษ์โลกกลายเป็นประตูสู่การทุจริตได้โดยง่าย

เมื่อ “คาร์บอนเครดิต” ถูกทำให้เป็นสินค้าที่ซื้อขายได้

ยกตัวอย่างเช่น กรณีในยูกันดา ที่ชาวบ้านหลายพันคนถูกบังคับให้ย้ายออกจากพื้นที่ซึ่งถูกกันไว้เพื่อปลูกป่าเพื่อคาร์บอนเครดิต ผู้คนสูญเสียบ้าน ไร่นา และป่าที่ใช้เป็นแหล่งอาหารตามฤดูกาลโดยไม่ได้รับค่าชดเชยที่เป็นธรรม หรือในกรณีแทนซาเนีย รายงานระบุว่าชาวมาซาอีถูกไล่รื้อเพื่อเปิดทางให้โครงการอนุรักษ์ ทั้งที่พวกเขาเป็นผู้ดูแลผืนป่านั้นมาก่อนที่รัฐสมัยใหม่จะถือกำเนิดด้วยซ้ำ

 

ยิ่งไปกว่านั้น ความเสี่ยงด้านคอร์รัปชันไม่ได้จำกัดเฉพาะการยึดที่ดิน แต่แทรกซึมอยู่ในทุกขั้นตอน ตั้งแต่การวางแผน การจัดสรรงบ ไปจนถึงการประเมินผล มีกรณีที่เจ้าหน้าที่เรียกรับผลประโยชน์เพื่อออกใบอนุญาตให้ชุมชนใช้ป่า หรือเปิดทางให้บริษัทเอกชนเข้าทำประโยชน์ บางโครงการมีการบิดเบือนข้อมูลการปล่อยคาร์บอนเพื่อนำเสนอว่ามีประสิทธิผลมากกว่าความเป็นจริง เพียงเพื่อให้ได้รับเงินสนับสนุนเพิ่มเติมจากกองทุนระหว่างประเทศ
.
ความเปราะบางนี้ยิ่งทวีความรุนแรงเมื่อเข้าสู่บริบทของตลาดคาร์บอนที่มีเม็ดเงินจำนวนมหาศาลเกี่ยวข้อง เพราะเมื่อ “คาร์บอนเครดิต” ถูกทำให้เป็นสินค้าที่ซื้อขายได้ในระดับโลก ป่าจึงถูกมองในฐานะ “ทรัพย์สิน” มากกว่า “ทรัพยากรของชุมชน” ผลคือ บริษัทเอกชนจำนวนมากเข้ามามีบทบาทต่อรองกับรัฐและชุมชน ขณะที่กติกาที่ใช้กำกับดูแลกลับไม่เปิดเผยโปร่งใสพอให้ชุมชนเข้าใจและมีส่วนร่วมอย่างเท่าเทียม

งานวิจัยเเนะ เปิดระบบข้อมูลที่ดิน เพื่อป้องกันช่องโหว่ในการออกเอกสารสิทธิ

อย่างไรก็ตาม รายงานได้เสนอแนวทางเพื่อให้การปลูกป่าเป็นโครงการที่ “รักษ์โลก” อย่างแท้จริง โดยไม่ทำร้ายคนในพื้นที่ หลักการสำคัญประการหนึ่งคือ การเคารพ “สิทธิในการยินยอมโดยสมัครใจ ล่วงหน้า และมีข้อมูลครบถ้วน” (Free, Prior and Informed Consent: FPIC) ของชนพื้นเมืองและชุมชนท้องถิ่น โดยโครงการปลูกป่าที่ยั่งยืนจะเกิดขึ้นได้ก็ต่อเมื่อผู้คนที่ได้รับผลกระทบมีสิทธิตัดสินใจ ไม่ใช่ถูกลดทอนให้เป็นเพียงผู้ทำตามนโยบายโดยไม่มีส่วนร่วมใด ๆ

นอกจากนี้ รายงานยังเสนอให้รัฐลงทุนในระบบข้อมูลที่ดินที่โปร่งใสและเข้าถึงได้ง่าย เพื่อป้องกันช่องโหว่ในการออกเอกสารสิทธิที่สุ่มเสี่ยงต่อการทุจริต พร้อมทั้งสนับสนุนระบบร้องเรียนและการปกป้องผู้แจ้งเบาะแสในกรณีที่พบการใช้อำนาจในทางมิชอบ

เมื่อมองไปยังอนาคต การปลูกป่าจะช่วยโลกได้ก็ต่อเมื่อไม่ปล่อยให้ “ต้นไม้” เติบโตบนความทุกข์ยากของ “ผู้คน” ป่าไม้จะมีความหมายก็ต่อเมื่อมันหยั่งรากบนความยุติธรรม มิใช่บนกระดาษแผ่นหนึ่งที่รัฐลงนามโดยไม่ได้ฟังเสียงของผู้ที่อยู่กับผืนดินนั้นมาทั้งชีวิต

ท้ายที่สุด หากเราต้องการเห็นการฟื้นฟูป่าที่แท้จริง เราต้องมั่นใจว่าผืนป่าที่กำลังเติบโตไม่ใช่ฉากซ่อนของการลิดรอนสิทธิ การคอร์รัปชัน และความอยุติธรรม แต่เป็นผืนป่าที่เติบโตมาจากรากฐานของสิทธิ ความโปร่งใส และศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์

 

เพราะหากต้นไม้หนึ่งต้นต้องแลกมากับชีวิตของผู้คนที่ถูกผลักออกจากผืนดินที่พวกเขารัก ป่านั้นจะไม่มีวันเป็นสัญลักษณ์ของความหวังได้เลยแม้ต้นไม้จะเขียวสดเพียงใดก็ตาม!

คอลัมน์  “KRAC Extract” สกัดองค์ความรู้ที่จับต้องได้ผ่านการศึกษาสถานการณ์คอร์รัปชันโลกที่จะพาคุณไปสำรวจสถานการณ์คอร์รัปชันในระดับสากล เจาะลึกรายงานจากแหล่งข้อมูลนานาชาติ และวิเคราะห์ประเด็น Hot ที่โลกกำลังจับตา เพราะคอร์รัปชันไม่ใช่เรื่องไกลตัว และการเรียนรู้บทเรียนจากต่างประเทศคือหนึ่งในกุญแจสู่การเปลี่ยนแปลงที่ยั่งยืน

ที่มา

Maslen, C. 2023. Corruption risks in land-based solutions to climate change. A focus on reforestation and afforestation projects. Bergen: U4 Anti-Corruption Resource Centre, Chr. Michelsen Institute (U4 Helpdesk Answer 2023:32)

ปีที่แต่ง (พ.ศ.)
2568
ผู้แต่ง

เรียบเรียงโดย ธนากาญจน์ กันทอง
ฝ่ายสื่อสารองค์ความรู้

หน่วยงานสนับสนุน
05_โลโก้ KRAC
โลโก้คณะเศรษฐศาสตร์ (ภาษาไทย)

หัวข้อ
Related Content

KRAC คัดสรร เล่างานวิจัยไทย | 5 ความเสี่ยงทุจริตทรัพยากรไทย ช่องโหว่การรุกล้ำพื้นที่ป่าไม้ในอำเภอม่อนแจ่ม

ม่อนแจ่ม หนึ่งในแหล่งท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงในจังหวัดเชียงใหม่ และสร้างรายได้ให้กับจังหวัด อย่างไรก็ตาม การเปิดให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวก็ตามมาด้วยปัญหาต่าง ๆ มากมาย รวมถึงปัญหาการบุกรุกป่าที่เชื่อมโยงไปถึงการทุจริตด้วย

KRAC คัดสรร เล่างานวิจัยไทย | “รังนก” ก็โกงได้ : ตรวจสอบช่องโหว่กลไกการให้สัมปทานรังนกไทย

ส่องกลไกสัมปทาน เมื่อการทุจริตรังนกอาจทำให้งบรั่วไหล หากไม่มีกลไกการตรวจสอบที่มีประสิทธิภาพ แล้วเราจะป้องกันปัญหานี้ได้อย่างไร ? โดย KRAC สรุปมาให้เเล้วจากงานวิจัยเรื่อง “กระบวนการและการตรวจสอบการให้สัมปทานรังนกในภาคใต้ของประเทศไทย” (2562)

KRAC Update เล่าข่าวต้านคอร์รัปชัน I รู้จัก Green Corruption โครงการป้องกันการคอร์รัปชันด้านสิ่งแวดล้อม

เราต่างรู้กันดีว่าคอร์รัปชันเป็นปัญหาที่ส่งผลกระทบกับหลาย ๆ ประเทศทั่วโลกและส่งผลอย่างรอบด้าน ซึ่งหนึ่งในนั้นคือด้านสิ่งแวดล้อม และหนึ่งในหน่วยงานที่กำลังต่อสู้กับปัญหานี้อยู่คือ Basel Institute on Governance องค์กรไม่แสวงหาผลกำไร …

You might also like...

KRAC Extract | การต่อต้านคอร์รัปชันและสิทธิมนุษยชน: เงื่อนไขที่ขาดไม่ได้ของการพัฒนา

KRAC Extract ชวนสำรวจความเชื่อมโยงระหว่างการต่อต้านคอร์รัปชันกับสิทธิมนุษยชน ผ่านรายงานที่ชี้ว่าคอร์รัปชันบ่อนทำลายศักดิ์ศรี ความยุติธรรม และการพัฒนาอย่างยั่งยืนของสังคม

KRAC Hot News I เมื่อปัญหาคอร์รัปชันกัดกร่อนสิทธิมนุษยชน

เมื่อปัญหาคอร์รัปชันเป็นปัจจัยที่กัดกร่อนความสามารถของรัฐในการ “เคารพ คุ้มครอง และทำให้สิทธิมนุษยชนเกิดขึ้นจริง” ในทุกมิติด้วย