ก่อนที่เราจะมองไปข้างหน้าถึงแนวโน้ม ความสำเร็จ และความท้าทายของการต่อต้านคอร์รัปชันในปี 2026 KRAC
ขอเชิญทุกท่านร่วมทบทวนพื้นฐานของทฤษฎีการศึกษาคอร์รัปชัน และถอดบทเรียนจากประสบการณ์การต่อต้านคอร์รัปชันของสหรัฐอเมริกาผ่านการบรรยายพิเศษโดย ศาสตราจารย์ Matthew C. Stephenson ศาสตราจารย์ด้านกฎหมายจาก Harvard Law School ในรายวิชา 2940316 เศรษฐศาสตร์ธรรมาภิบาล คณะเศรษฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
พัฒนาการของการศึกษาด้านคอร์รัปชัน
การเรียนรู้จากการเปลี่ยนแปลงทางประวัติศาสตร์ในระยะยาว: บทเรียนจากประสบการณ์การต่อต้านคอร์รัปชันของสหรัฐอเมริกา
นอกจากนี้ บทเรียนจากสหรัฐฯ ยังได้ท้าทายมุมมองที่ว่าคอร์รัปชันเป็นกับดักเชิงโครงสร้างที่ไม่อาจแก้ไขได้ และได้ให้ข้อสรุปสำคัญว่า แม้จะไม่มีทางลัดหรือสูตรสำเร็จ แต่การปฏิรูปอย่างสม่ำเสมอและต่อเนื่องสามารถนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงที่มีความหมายและยั่งยืนได้
การบรรยายสาธารณะนี้ เป็นส่วนหนึ่งของ รายวิชา 2940316 เศรษฐศาสตร์ธรรมาภิบาล ดำเนินการเรียนการสอนโดย รองศาสตราจารย์ ดร.ต่อภัสสร์ ยมนาค คณะเศรษฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ที่มุ่งเน้นศึกษาหลักเศรษฐศาสตร์เพื่อตีความและวิเคราะห์ปัญหาคอร์รัปชันในมิติกฎหมายและนโยบายสาธารณะ ทำความเข้าใจกลไก แรงจูงใจ และผลกระทบทางเศรษฐกิจของการทุจริต พร้อมสำรวจแนวทางเชิงเศรษฐศาสตร์ในการออกแบบมาตรการต่อต้านคอร์รัปชันอย่างมีประสิทธิภาพและยั่งยืน
ศรันย์ชนก ลิมวิสิฐธนกร
หัวข้อ
KRAC คัดสรร เล่างานวิจัยไทย | ตัดจบปัญหาคอร์รัปชัน ผ่านการสร้าง Big Data
Big Data มีความสำคัญอย่างมากในการต่อต้านคอร์รัปชัน เพราะสามารถนำข้อมูลการใช้จ่ายของรัฐที่ถูกจัดเก็บไว้มาวิเคราะห์หาความเสี่ยงในการคอร์รัปชันได้ หากใช้งานข้อมูลให้เป็น จะช่วยอุดช่องโหว่ความเสี่ยงคอร์รัปชันได้
KRAC คัดสรร เล่างานวิจัยไทย | การต่อต้านการทุจริตอาจต้องเริ่มที่ความเข้าใจของประชาชน
ผลสำรวจความคิดเห็นของประชาชนเกี่ยวกับสิทธิการรับรู้ข่าวสารของสำนักงาน ป.ป.ช. จำนวน 1,041 คน ในปี 2562 ชี้คนไทยครึ่งประเทศไม่รู้ว่า ตัวเองมีสิทธิเข้าถึงข้อมูลข่าวสารของสำนักงาน ป.ป.ช.
KRAC คัดสรร เล่างานวิจัยไทย | 3 มุมมองจากผู้รู้ สู่การแก้โกงจากการใช้ดุลยพินิจของรัฐ
เมื่อดุลยพินิจมากเกินไป แก้อย่างไรถึงจะเห็นผล ? ในการกำหนดนโยบายและการดำเนินกิจการต่าง ๆ ของรัฐต่างก็ต้องมีคนที่เข้ามาทำหน้าที่บริหารจัดการ โดยสามารถใช้ดุลยพินิจของตนเพื่อตัดสินใจเรื่องต่าง ๆ ได้ แต่หลายครั้งการวินิจฉัยกลับไม่เป็นไปอย่างเที่ยงธรรม หรือเป็นการวินิจฉัยที่เบี่ยงเบนไปตามความพึงพอใจ อคติ หรือเพื่อผลประโยชน์บางอย่าง จนเกิดเป็นการ “ทุจริต”


