KRAC Insights I เปิดผู้รับผลประโยชน์ที่แท้จริง ปิดช่องโหว่คอร์รัปชันและฟอกเงิน

เปิดชื่อเจ้าของจริง เพื่อมองเห็นเส้นทางเงินและความเสี่ยงที่ซ่อนอยู่

เบื้องหลังการดำเนินธุรกิจอาจมีบุคคลที่เป็นเจ้าของหรือมีอำนาจควบคุมกิจการอย่างแท้จริง แต่ไม่ได้ปรากฏชื่อในทะเบียนบริษัท การใช้โครงสร้างการถือหุ้นที่ซับซ้อนเพื่อปกปิดบุคคลเหล่านี้อาจเปิดช่องให้เกิดการทุจริต การฟอกเงิน และการแข่งขันที่ไม่เป็นธรรม

 

ด้วยเหตุนี้ การเปิดเผยข้อมูลผู้รับผลประโยชน์ที่แท้จริง (Beneficial Ownership: BO) จึงเป็นกลไกสำคัญในการตรวจสอบความเชื่อมโยงระหว่างบุคคลกับบริษัท และติดตามเส้นทางการเงิน โดยเฉพาะในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่อาชญากรรมทางเศรษฐกิจมีความเชื่อมโยงข้ามพรมแดน


ประเด็นดังกล่าวเป็นใจความสำคัญของการเสวนา “Following the Money: Beneficial Ownership Transparency for Financial Integrity and Open, Competitive Markets in Southeast Asia” ภายในงาน Civil Society Policy Forum: Annual Meetings 2026 ดำเนินรายการโดย รศ. ดร. ต่อภัสสร์ ยมนาค ผู้อำนวยการศูนย์ความรู้เพื่อความร่วมมือในการต่อต้านคอร์รัปชันและส่งเสริมธรรมาภิบาลในระดับภูมิภาค (KRAC) โดยมีผู้แทนจากองค์กรระหว่างประเทศและหน่วยงานภาครัฐไทยร่วมแลกเปลี่ยนมุมมองเกี่ยวกับการส่งเสริมความโปร่งใสของข้อมูลผู้รับผลประโยชน์ที่แท้จริง และแนวทางนำข้อมูลไปใช้ป้องกันการทุจริตอย่างเป็นรูปธรรม

Brian Patterson รองที่ปรึกษากฎหมายสูงสุดของกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (International Monetary Fund: IMF) กล่าวถึงความท้าทายในการติดตามเส้นทางการเงินที่เกี่ยวข้องกับการทุจริต อาชญากรรมทางเศรษฐกิจ และธุรกิจผิดกฎหมายในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยเฉพาะการใช้บริษัทบังหน้าและโครงสร้างการถือครองหุ้นที่ซับซ้อนเพื่อปกปิดตัวตนของผู้ที่อยู่เบื้องหลัง

ปัญหาสำคัญคือเงินที่เกี่ยวข้องกับการกระทำผิดสามารถเคลื่อนย้ายข้ามพรมแดนได้อย่างรวดเร็ว ขณะที่กระบวนการตรวจสอบและบังคับใช้กฎหมายอาจต้องใช้เวลา การดำเนินงานภายในประเทศเพียงอย่างเดียวจึงไม่เพียงพอ แต่จำเป็นต้องอาศัยความร่วมมือระหว่างประเทศ การแลกเปลี่ยนข้อมูล และการประสานงานระหว่างหน่วยงานกำกับดูแล สถาบันการเงิน และหน่วยงานบังคับใช้กฎหมาย

ในส่วนของ IMF กระบวนการ Article IV Consultation เป็นกลไกสำคัญในการติดตามและประเมินสถานการณ์เศรษฐกิจของประเทศสมาชิก โดย IMF อาจนำประเด็นด้านธรรมาภิบาลและความโปร่งใสมาพิจารณาร่วมด้วย หากพบว่าปัญหาเหล่านี้อาจส่งผลกระทบต่อเสถียรภาพทางเศรษฐกิจและการเงินของประเทศ สะท้อนให้เห็นว่า ความโปร่งใสเกี่ยวข้องกับความเชื่อมั่นและความมั่นคงของระบบเศรษฐกิจโดยรวม

ข้อมูล BO ต้องไม่เพียงเปิดเผย แต่ต้องถูกต้อง เข้าถึงได้ และเชื่อมโยงกันได้

แม้การกำหนดกฎหมายให้บริษัทเปิดเผยข้อมูลผู้รับผลประโยชน์ที่แท้จริงเป็นจุดเริ่มต้นสำคัญ อย่างไรก็ตาม การเปิดเผยข้อมูลดังกล่าวต้องมีคุณภาพ เป็นปัจจุบัน และสามารถนำไปใช้ตรวจสอบได้จริง หากข้อมูลไม่เป็นปัจจุบัน เข้าถึงยาก หรือไม่สามารถเชื่อมโยงกับข้อมูลจากหน่วยงานอื่นได้ ประโยชน์ของการเปิดเผยข้อมูลก็อาจมีจำกัด

Justine Wharton หัวหน้าฝ่ายรณรงค์และผลักดันนโยบายของ CoST – the Infrastructure Transparency Initiative ซึ่งทำงานส่งเสริมความโปร่งใสในโครงการโครงสร้างพื้นฐาน เน้นย้ำถึงความสำคัญของการทำให้ข้อมูลสามารถเข้าถึงและนำไปใช้ประโยชน์ได้จริง กล่าวคือ แม้ประเทศจะมีกรอบกฎหมายที่เข้มแข็ง แต่หากข้อมูลอยู่ในรูปแบบที่ค้นหาและวิเคราะห์ได้ยาก ก็อาจเป็นอุปสรรคต่อการตรวจสอบของหน่วยงานภาครัฐและภาคประชาสังคม

การเปิดเผยข้อมูลจึงควรคำนึงถึงรูปแบบและความสามารถในการนำไปใช้ด้วย ไม่ว่าจะเป็นการจัดทำข้อมูลในรูปแบบดิจิทัลที่ค้นหาได้ การกำหนดมาตรฐานข้อมูลร่วมกัน หรือการเชื่อมโยงข้อมูลบริษัท ผู้ถือหุ้น ผู้รับผลประโยชน์ที่แท้จริง และโครงการจัดซื้อจัดจ้างเข้าด้วยกัน เพื่อให้ผู้ใช้ข้อมูลสามารถตรวจสอบความสัมพันธ์ที่อาจก่อให้เกิดความเสี่ยงได้อย่างมีประสิทธิภาพ

 

เช่นเดียวกันกับ คุณกมลวรรณ ปัญญาเสวนมิตร ที่ปรึกษาด้านนโยบายและความร่วมมือของ Open Government Partnership (OGP) ที่ชี้ให้เห็นถึงความสำคัญของการผลักดันความโปร่งใสผ่านความร่วมมือระหว่างประเทศและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยต้องมีทั้งมาตรฐานข้อมูลที่ชัดเจน กลไกตรวจสอบ และแนวทางนำข้อมูลไปใช้ในทางปฏิบัติ การแลกเปลี่ยนองค์ความรู้และข้อค้นพบจากองค์กรต่าง ๆ ยังช่วยให้แต่ละประเทศสามารถระบุช่องว่างของนโยบายและพัฒนามาตรการจัดการความเสี่ยงได้ตรงจุดมากขึ้น

การจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐคือพื้นที่สำคัญในการใช้ข้อมูล BO

หนึ่งในประเด็นที่ข้อมูลผู้รับผลประโยชน์ที่แท้จริงมีความสำคัญอย่างยิ่งคือการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ ซึ่งเกี่ยวข้องกับงบประมาณจำนวนมากและมีผู้ประกอบการเข้าร่วมแข่งขันหลายราย หากไม่สามารถตรวจสอบความสัมพันธ์ระหว่างบริษัทได้ ก็อาจทำให้การประมูลขาดการแข่งขันอย่างเป็นธรรม เนื่องจากบริษัทที่เข้าร่วมประมูลหลายรายอาจมีเจ้าของหรือผู้มีอำนาจควบคุมเป็นบุคคลเดียวกัน

Bernadine Fernz หัวหน้าภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกของ Open Contracting Partnership (OCP) กล่าวว่าการทราบเพียงชื่อบริษัทที่เข้าร่วมประมูลนั้นไม่เพียงพอ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องสามารถตรวจสอบได้ด้วยว่าใครเป็นเจ้าของหรือควบคุมบริษัทเหล่านั้นอย่างแท้จริง โดย Bernadine ได้ยกกรณีของชิลี ซึ่งกำหนดให้บริษัทที่ต้องการเข้าร่วมการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐเปิดเผยข้อมูลผู้รับผลประโยชน์ที่แท้จริงผ่านระบบจัดซื้อจัดจ้างอิเล็กทรอนิกส์ เพื่อให้หน่วยงานสามารถตรวจสอบความเชื่อมโยงระหว่างผู้ประกอบการและบุคคลที่เกี่ยวข้องได้ ชิลียังพัฒนาระบบตรวจสอบและแจ้งเตือนความเสี่ยงด้านผลประโยชน์ทับซ้อน โดยเชื่อมโยงข้อมูลผู้ประกอบการกับฐานข้อมูลภาครัฐเพื่อค้นหาความสัมพันธ์ที่อาจเข้าข่ายความผิดปกติ

ทั้งนี้ แนวทางของชิลีแสดงให้เห็นถึงประโยชน์ของการเชื่อมโยงข้อมูลผู้รับผลประโยชน์ที่แท้จริงเข้ากับระบบจัดซื้อจัดจ้าง เพื่อช่วยให้หน่วยงานภาครัฐตรวจพบความเสี่ยงและดำเนินการตรวจสอบได้ตั้งแต่ก่อนการอนุมัติหรือทำสัญญา ลดโอกาสเกิดความเสียหายจากการทุจริตและผลประโยชน์ทับซ้อน

นอกจากนี้ Kirbee Tibayan ผู้แทนจากสำนักงานว่าด้วยยาเสพติดและอาชญากรรมแห่งสหประชาชาติ (United Nations Office on Drugs and Crime: UNODC) ยังเน้นย้ำว่า ข้อมูลที่มีประสิทธิภาพต้องถูกต้อง เป็นปัจจุบัน และสามารถตรวจสอบได้ รวมถึงต้องมีช่องทางให้หน่วยงานที่จำเป็นสามารถเข้าถึงข้อมูลได้อย่างเหมาะสม เพราะหากข้อมูลไม่สะท้อนสถานการณ์จริงหรือไม่สามารถนำไปใช้ได้ทันเวลา ก็อาจทำให้การติดตามเส้นทางการเงินและการตรวจสอบความผิดปกติไม่มีประสิทธิภาพเท่าที่ควร

สำหรับไทย โจทย์สำคัญคือเชื่อมข้อมูลให้ใช้ตรวจสอบได้จริง

ต่อมา ในช่วงท้ายของการเสวนา ผู้แทนจากหน่วยงานภาครัฐไทยได้ร่วมสะท้อนถึงความท้าทายและแนวทางนำหลักการความโปร่งใสไปใช้ในการทำงานจริง เริ่มต้นด้วย คุณนิติพันธุ์ ประจวบเหมาะ เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) กล่าวถึงความสำคัญของการยกระดับมาตรการต่อต้านการฟอกเงินและการทุจริตให้สอดคล้องกับมาตรฐานสากล รวมถึงมาตรฐานของ Financial Action Task Force (FATF) ซึ่งเป็นองค์กรกำหนดมาตรฐานด้านการป้องกันการฟอกเงินและการสนับสนุนทางการเงินแก่การก่อการร้าย

ในทางปฏิบัติ กระบวนการตรวจสอบการทุจริตอาจเริ่มต้นจากการรับแจ้งเบาะแส ก่อนเข้าสู่ขั้นตอนการตรวจสอบและรวบรวมพยานหลักฐาน โดยคดีที่มีความเชื่อมโยงกับต่างประเทศอาจเผชิญข้อจำกัดในการเข้าถึงข้อมูลเจ้าของบริษัท โดยเฉพาะเมื่อหน่วยงานต่างประเทศไม่สามารถเปิดเผยข้อมูลหรือปฏิเสธคำขอความร่วมมือ ส่งผลให้การตรวจสอบใช้เวลานาน ขณะที่เงินหรือทรัพย์สินที่เกี่ยวข้องอาจถูกเคลื่อนย้ายไปแล้ว การพัฒนาระบบข้อมูลที่ถูกต้องและการสร้างความร่วมมือในการแลกเปลี่ยนข้อมูลระหว่างประเทศจึงมีความสำคัญต่อการเพิ่มประสิทธิภาพการตรวจสอบและติดตามทรัพย์สินจากการทุจริต

ด้าน คุณแพตริเซีย มงคลวนิช อธิบดีกรมบัญชีกลาง กล่าวถึงบทบาทของกรมบัญชีกลางในการกำกับดูแลระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ และแผนการผลักดันให้ข้อมูลการจัดซื้อจัดจ้างย้อนหลัง 5 ปีสามารถเข้าถึงได้มากขึ้น โดยมีเป้าหมายในการเปิดเผยข้อมูลดังกล่าวภายในเดือนตุลาคมนี้ เพื่อสนับสนุนการตรวจสอบและวิเคราะห์การใช้จ่ายงบประมาณ

อีกประเด็นที่น่าสนใจคือความเสี่ยงจากการใช้สถานะวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs) เพื่อรับสิทธิประโยชน์จากภาครัฐ ทั้งที่อาจมีความเชื่อมโยงกับบริษัทขนาดใหญ่ ประเด็นนี้สะท้อนถึงความจำเป็นในการพัฒนากลไกคัดกรองและตรวจสอบความสัมพันธ์ระหว่างผู้ประกอบการ เพื่อให้สิทธิประโยชน์ของรัฐเป็นไปตามวัตถุประสงค์และการแข่งขันมีความเป็นธรรมมากขึ้น

ขณะที่ คุณคุณานพ เลิศไพรวัลย์ เลขานุการผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร กล่าวถึงการนำข้อมูลมาใช้สนับสนุนการพัฒนากรุงเทพมหานครให้มีความโปร่งใส โดยเฉพาะการใช้ข้อมูลจาก Open Bangkok เพื่อช่วยตรวจสอบความสัมพันธ์ระหว่างบริษัท ผู้รับจ้าง และบุคคลที่เกี่ยวข้อง รวมถึงคัดกรองความเสี่ยงด้านผลประโยชน์ทับซ้อนก่อนการลงนามในสัญญา ซึ่งจะช่วยให้กรุงเทพมหานครสามารถบริหารงบประมาณได้อย่างมีประสิทธิภาพและคุ้มค่ากับเงินภาษีของประชาชนมากขึ้น

กล่าวโดยสรุป การเสวนาครั้งนี้ชี้ให้เห็นถึงความจำเป็นในการพัฒนาข้อมูลผู้รับผลประโยชน์ที่แท้จริงให้มีคุณภาพ เข้าถึงง่าย และนำไปใช้ตรวจสอบได้จริง ควบคู่กับการกำหนดมาตรฐานข้อมูลและกลไกตรวจสอบที่ชัดเจน ตลอดจนการส่งเสริมความร่วมมือระหว่างประเทศในการแลกเปลี่ยนข้อมูล เพื่อรับมือกับการทุจริตและการฟอกเงินที่เชื่อมโยงข้ามพรมแดน


สำหรับประเทศไทย การเชื่อมโยงข้อมูลผู้รับผลประโยชน์ที่แท้จริงเข้ากับระบบจัดซื้อจัดจ้างและฐานข้อมูลของหน่วยงานภาครัฐ จะช่วยให้การตรวจสอบความสัมพันธ์ระหว่างบริษัท การคัดกรองความเสี่ยงด้านผลประโยชน์ทับซ้อน และการติดตามการใช้จ่ายงบประมาณมีประสิทธิภาพมากขึ้น

 

ซึ่งเป็นก้าวสำคัญในการป้องกันการทุจริต ส่งเสริมการแข่งขันอย่างเป็นธรรม และสร้างความโปร่งใสในการบริหารเงินภาษีของประชาชน

ปีที่แต่ง (พ.ศ.)
2569
ผู้แต่ง
ธนากาญจน์ กันทอง
หน่วยงานสนับสนุน
05_โลโก้ KRAC
โลโก้คณะเศรษฐศาสตร์ (ภาษาไทย)

หัวข้อ
Related Content

KRAC Insights I เปิดผู้รับผลประโยชน์ที่แท้จริง ปิดช่องโหว่คอร์รัปชันและฟอกเงิน

ข้อมูลผู้รับผลประโยชน์ที่แท้จริงช่วยเปิดให้เห็นว่าใครอยู่เบื้องหลังบริษัทและทรัพย์สิน บทความนี้ชวนดูว่าการเปิดและเชื่อมโยงข้อมูล BO จะช่วยตรวจสอบคอร์รัปชัน ฟอกเงิน การจัดซื้อจัดจ้าง และผลประโยชน์ทับซ้อนได้อย่างไร

KRAC Insights I การต่อต้านคอร์รัปชันยุคใหม่: จากข้อมูลเปิดสู่การบริหารความเสี่ยงด้วย AI

การต่อต้านคอร์รัปชันกำลังเปลี่ยนจากการจัดการเมื่อเกิดความผิด ไปสู่การประเมินและป้องกันความเสี่ยงล่วงหน้า บทความนี้ชวนดูบทเรียนสากลด้านกฎหมาย การบังคับใช้ ข้อมูลเปิด และ AI ที่ช่วยให้ระบบตรวจสอบเท่าทันความเสี่ยงรูปแบบใหม่

KRAC Extract | เปิดบัญชีทรัพย์สินแค่ไหน จึงโปร่งใสโดยไม่ล้ำเส้นความเป็นส่วนตัว

การเปิดเผยบัญชีทรัพย์สินช่วยตรวจสอบความร่ำรวยผิดปกติและผลประโยชน์ทับซ้อน แต่เมื่อข้อมูลครอบคลุมถึงคู่สมรส บุตร และคนใกล้ชิด เส้นแบ่งระหว่างความโปร่งใสกับความเป็นส่วนตัวควรอยู่ตรงไหน

You might also like...

KRAC Extract | เปิดบัญชีทรัพย์สินแค่ไหน จึงโปร่งใสโดยไม่ล้ำเส้นความเป็นส่วนตัว

การเปิดเผยบัญชีทรัพย์สินช่วยตรวจสอบความร่ำรวยผิดปกติและผลประโยชน์ทับซ้อน แต่เมื่อข้อมูลครอบคลุมถึงคู่สมรส บุตร และคนใกล้ชิด เส้นแบ่งระหว่างความโปร่งใสกับความเป็นส่วนตัวควรอยู่ตรงไหน

KRAC Insights I กว่า 50 ปีของออสเตรเลียกับ OECD: บทเรียนสำหรับไทยบนเส้นทางสู่สมาชิก

ประสบการณ์กว่า 50 ปีของออสเตรเลียสะท้อนว่า การเข้าเป็นสมาชิก OECD ไม่ได้จบที่การผ่านเกณฑ์ แต่สามารถใช้เป็นโอกาสขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ บทความนี้ชวนดูบทเรียนสำคัญสำหรับไทย ตั้งแต่ธรรมาภิบาล การต่อต้านสินบน ไปจนถึงการประสานงานของภาครัฐ

กระตุกต่อม “เอ๊ะ!” ในรั้วมหาวิทยาลัย: เกมชวนคิดเพื่อรู้ทันผลประโยชน์ทับซ้อน

ผลประโยชน์ทับซ้อนในมหาวิทยาลัยมักเกิดจากสถานการณ์ใกล้ตัวที่หลายคนคุ้นชิน บทความนี้ถอดบทเรียนจากเกม “ใช่ COI หรือไม่?” เพื่อชวนบุคลากรสังเกตความเสี่ยง เปิดเผยส่วนได้เสีย และจัดการได้ตั้งแต่ต้นทาง