KRAC Update เล่าข่าวต้านคอร์รัปชัน I กัวเตมาลา ประกาศเดินหน้าปราบปรามคอร์รัปชัน

กัวเตมาลาร่วมมือ 3 กระทรวงสำคัญ ตรวจสอบสัญญาจัดซื้อจัดจ้าง 1,430 ฉบับ

กัวตามาลา ประเทศที่ติดกับทางตอนใต้ของประเทศเม็กซิโก เป็นหนึ่งในประเทศที่มีปัญหาคอร์รัปชันที่รุนแรง โดยตั้งแต่ปี 2017 กัวเตมาลามีดัชนีการรับรู้การทุจริต (CPI) ที่ลดลงเกือบทุกปี จนทำให้ปัจจุบันประเทศนี้มีคะแนนเพียง 23 คะแนนและอยู่ในอันดับ 154 จาก 180 ประเทศ

ช่วงเวลาที่ผ่านมา กัวเตมาลามีความพยายามอยู่เสมอในการต่อต้านการทุจริตซึ่งในปีนี้ประธานาธิบดี Bernardo Arévalo ได้มีการแต่งตั้งผู้นำหน่วยงานต่อต้านคอร์รัปชัน (Comisión Nacional contra la Corrupción : CNC) คนใหม่ คือนาย Santiago Palomo ทนายความชาวกัวเตมาลาที่จบการศึกษาด้านกฎหมายจาก Harvard Law School ซึ่งทาง InSightCrime สื่อเจาะลึกของสหรัฐฯ ได้สัมภาษณ์ Palomo เกี่ยวกับก้าวต่อไปของเขาในการต่อสู้กับปัญหาคอร์รัปชันในกัวเตมาลา

Palomo ให้สัมภาษณ์โดยอธิบายถึงความล้มเหลวของกัวเตมาลาตลอดเวลาที่ผ่านมาโดยเขามองว่า เป็นเพราะภาคการเมืองของประเทศยังขาดความมุ่งมั่นในการแก้ปัญหาคอร์รัปชัน ประเทศชินชากับการถูกผู้มีอำนาจแสวงหาผลประโยชน์ และกลยุทธ์การปราบปรามที่ไม่มีประสิทธิภาพของรัฐที่ไม่สามารถแก้ปัญหาคอร์รัปชันที่ฝังรากลึกอยู่ในประเทศได้ ซึ่งการจะแก้ปัญหาดังกล่าวเป็นเกมยาวที่ต้องเริ่มจากการวางรากฐานเพื่อป้องกันการคอร์รัปชันจากรัฐบาลที่มีประสิทธิภาพและมีความยุติธรรม

ในด้านการปราบปราม Palomo ระบุว่าต้องให้ความสำคัญกับ 3 กระทรวงสำคัญ คือกระทรวงคมนาคม โครงสร้างพื้นฐานและเคหสถาน (CIV) กระทรวงสาธารณสุขและสวัสดิการสังคม (MSPAS) และกระทรวงศึกษาธิการ (MINEDUC) เพราะมองว่าในกระทรวงต่าง ๆ เหล่านี้มีการคอร์รัปชันที่รุนแรงมากที่สุด โดยเฉพาะงบประมาณเกี่ยวกับการจัดซื้อจัดจ้างในการก่อสร้างที่เปิดโอกาสให้ใช้ดุลพินิจค่อนข้างมาก รวมทั้งยังขาดความโปร่งใส ทำให้มีความเสี่ยงที่จะเกิดคอร์รัปชันสูง

ปัจจุบันหน่วยงาน CNC ที่ Palomo ดูแลอยู่ และกระทรวง CIV ได้ร่วมมือกันในการตรวจสอบสัญญาจัดซื้อจัดจ้างกว่า 1,430 ฉบับ ซึ่งจากการประเมินเบื้องต้นพบว่ามีความผิดปกติเกิดขึ้น จึงได้ส่งเรื่องนี้ไปยังอัยการสูงสุดของประเทศแล้ว นี่นับว่าเป็นก้าวแรกที่สำคัญของ Palomo ในฐานะผู้นำ CNC คนใหม่ที่จะเข้ามาแก้ปัญหาคอร์รัปชันในกัวเตมาลาซึ่งอาจต้องติดตามกันต่อไปว่าเขาจะช่วยลดคอร์รัปชันได้มากน้อยแค่ไหน และกัวเตมาลาในอนาคตจะมีคะแนน CPI ที่ดีขึ้นหรือไม่

การเปลี่ยนแปลงของกัวเตมาลาในครั้งนี้ ทำให้ต้องย้อนกลับมามองประเทศไทย เพราะเมื่อปีที่ผ่านมาเราเพิ่งได้จัดตั้งรัฐบาลใหม่ จึงน่าตั้งคำถามว่าปัจจุบันการแก้ปัญหาคอร์รัปชันในประเทศไทยเริ่มทำอะไรไปแล้วบ้าง ?

ปีที่แต่ง (พ.ศ.)
2567
ผู้แต่ง
  • ศูนย์ความรู้เพื่อความร่วมมือในการต่อต้านคอร์รัปชัน และส่งเสริมธรรมาภิบาลในระดับภูมิภาค
หน่วยงานสนับสนุน
05_โลโก้ KRAC
โลโก้คณะเศรษฐศาสตร์ (ภาษาไทย)

หัวข้อ
Related Content

เปิดห้องพิจารณางบประมาณ ‘สารตั้งต้น’ สกัดการคอร์รัปชัน

ทำไมประเทศไทยต้องเปิดประชุมกรรมาธิการงบประมาณให้ประชาชนรับรู้? กรุงเทพธุรกิจ x KRAC ชวนสำรวจเหตุใดการเปิดเผยข้อมูลการประชุมกรรมาธิการฯ จึงสำคัญต่อความโปร่งใสและการตรวจสอบภาครัฐ

Open data แก้วิกฤติเชื่อมั่นรัฐไทย ประชาชนต้องมีส่วนร่วม “นโยบายสาธารณะ”

โครงการแลนด์บริดจ์กับคำถามเรื่องคอร์รัปชันสะท้อนวิกฤติความเชื่อมั่นของภาครัฐ กรุงเทพธุรกิจ x KRAC ชวนวิเคราะห์ว่า Open Data จะช่วยสร้างความโปร่งใสและฟื้นความไว้วางใจได้หรือไม่?

KRAC คัดสรร เล่างานวิจัยไทย I ในสังคมที่มีความร่วมมือหรือความไว้เนื้อเชื่อใจกันสูง รัฐจะสร้างประโยชน์จากข้อค้นพบนี้อย่างไร ?

มุมมองของประชาชนต่อหน่วยงานรัฐ หนึ่งกลุ่มจ่ายภาษี อีกกลุ่มเข้ามาทำหน้าที่พัฒนาบริการสาธารณะให้เกิดประโยชน์ แต่มีหลายครั้งที่โครงการไม่ตอบสนองความต้องการของประชาชน เช่น ศาลาสร้างทิ้งไว้ไม่มีคนใช้ จนบางครั้งประชาชนต้องลงแรงทำกันเอง

You might also like...

4 บทเรียนต้านโกงจากเวทีนานาชาติและสิ่งที่คนไทยควรรู้

4 บทเรียนจากเวทีต้านโกงนานาชาติ ชวนสำรวจเหตุใดหลายประเทศยังแก้ปัญหาไม่ได้ แม้จะมีเครื่องมือและแนวทางที่ชัดเจน พร้อมชวนคิดว่าไทยจะนำบทเรียนไปปรับใช้ได้อย่างไร

KRAC Insights I เรียนรู้กระบวนการทำงานและกรณีศึกษาการปราบปรามการทุจริตของสำนักงาน ป.ป.ช.

ทำไมการปราบปรามทุจริตจึงต้องอาศัยทั้งกฎหมาย หน่วยงานตรวจสอบ และผู้แจ้งเบาะแส? KRAC ชวนเรียนรู้บทบาท ป.ป.ช. ผ่านขั้นตอนการดำเนินคดีและกรณีศึกษาจริง

KRAC Extract | AI กับคอร์รัปชัน: โอกาส ข้อจำกัด และบทเรียนจากการใช้ปัญญาประดิษฐ์เพื่อการต่อต้านคอร์รัปชัน

AI กำลังเปลี่ยนการต่อต้านคอร์รัปชันอย่างไร? KRAC Extract ชวนสำรวจบทบาทของ AI ในการวิเคราะห์ข้อมูล คาดการณ์ความเสี่ยง และสนับสนุนการสืบสวน พร้อมบทเรียนจากหลายประเทศ