รูปแบบโครงสร้างการทุจริตคอร์รัปชันเชิงนโยบายที่มีผลต่อการกำหนดนโยบายขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น

ตัวแปรด้านกระบวนการมีอิทธิพลต่อการกำหนดนโยบายขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นมากที่สุด เพราะการทุจริตเชิงนโยบายเป็นการเอื้อผลประโยชน์ให้ตนเองและพวกพ้องผ่านช่องโหว่ทางกฎหมาย/ระเบียบ

 

การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาระดับการทุจริตคอร์รัปชันเชิงนโยบาย ปัจจัยที่มีผลต่อการทุจริตคอร์รัปชันเชิงนโยบายและการกำหนดนโยบาย และรูปแบบโครงสร้างความสัมพันธ์ระหว่างการทุจริตคอร์รัปชันเชิงนโยบาย ที่มีผลต่อการกำหนดนโยบายขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น

 

โดยใช้วิธีการศึกษาเชิงปริมาณจากการสำรวจกลุ่มตัวอย่างคือ ข้าราชการ พนักงาน และลูกจ้าง ประชาชนพื้นที่เทศบาล และ อบต. จังหวัดเพชรบูรณ์ 19 แห่ง จำนวน 500 คน โดยใช้เครื่องมือแบบสอบถาม ซึ่งมีการเลือกแบบเจาะจง และนำมาวิเคราะห์ทางสถิติ คือ การแจกแจงความถี่ ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และวิเคราะห์โมเดลลิสเรล (Lisrel Model)

ผลการศึกษา พบว่า การสำรวจความเห็นของกลุ่มตัวอย่างเกี่ยวกับระดับการทุจริตคอร์รัปชันเชิงนโยบายรวมอยู่ในระดับมาก ขณะที่องค์ประกอบที่มีผลต่อการทุจริตคอร์รัปชันเชิงนโยบายมากที่สุด คือ องค์ประกอบด้านกระบวนการ รองลงมาคือด้านบุคคล

 

และรูปแบบโครงสร้างความสัมพันธ์ระหว่างการทุจริตคอร์รัปชันเชิงนโยบายที่มีผลต่อการกำหนดนโยบายขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น พบว่า ตัวแปรที่มีอิทธิพลต่อการกำหนดนโยบายขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นมากที่สุด คือ ตัวแปรด้านกระบวนการ

 

เนื่องจากการทุจริตเชิงนโยบายเป็นการแสวงหาประโยชน์หรือการเอื้อประโยชน์ให้กับตัวเองและพวกพ้องอย่างเป็นระบบโดยอาศัยช่องโหว่ของกฎหมายหรือระเบียบ โดยตัวแปรด้านกระบวนการมีตัวแปรที่มีคะแนนเฉลี่ยระดับการปฏิบัติมากที่สุดคือ ระบบการกำกับ ติดตาม และตรวจสอบไม่สามารถตรวจสอบการทุจริตได้อย่างจริงจัง

 

ดังนั้น ควรมีการจัดระบบการกำกับ ติดตาม และตรวจสอบให้เป็นรูปแบบที่ชัดเจน และมีการชี้แจงระบบการกำกับ ติดตาม และตรวจสอบให้กับผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องเข้าใจในวิธีการปฏิบัติ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในระดับผู้บริหารจะต้องดำเนินการอย่างตรงไปตรงมา เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อทางราชการ

เอกสารอ้างอิง

รูปแบบ APA

ประดิษฐ์ ดีวัฒนกุล, ไพบูลย์ ช่างเรียน, ติน ปรัชญพฤทธิ์, ณัฐวุฒิ บุ้งจันทร์ และบรรจง โซ๊ะมณี. (2564). รูปแบบโครงสร้างการทุจริตคอร์รัปชันเชิงนโยบายที่มีผลต่อการกำหนดนโยบายขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น . วารสารรัชต์ภาคย์, 14(37), 109–125

ปีที่แต่ง (พ.ศ.)
2563
ผู้แต่ง
  • ประดิษฐ์ ดีวัฒนกุล 
  • ไพบูลย์ ช่างเรียน
  • ติน ปรัชญพฤทธิ์
  • ณัฐวุฒิ บุ้งจันทร์
  • บรรจง โซ๊ะมณี
วารสารที่ตีพิมพ์

หัวข้อ
Related Content

โมเดลภาคีเครือข่ายในการป้องกันการทุจริตเลือกตั้งท้องถิ่นในประเทศไทย

ปัจจัยที่ส่งผลต่อความสำเร็จของเครือข่ายป้องกันการทุจริตเลือกตั้งท้องถิ่น คือ ความเข้าใจเเละรู้จักท้องถิ่นของตนเอง และเข้ามามีส่วนร่วมในการดำเนินการของ อปท. อย่างต่อเนื่อง

โครงการเฝ้าระวังและป้องกันการทุจริตจากนโยบายและโครงการของรัฐ

ทำความเข้าใจรูปแบบ คุณลักษณะ และวิธีการดำเนินนโยบาย มาตรการ หรือโครงการของรัฐเพื่อหาวิธีการเฝ้าระวังและป้องกันการทุจริต

โครงการศึกษาเรื่องการแสวงหาผลประโยชน์จากการอนุญาตโดยใช้อำนาจรัฐ

ศึกษาการตรวจสอบดุลพินิจของฝ่ายปกครองในการออกใบอนุญาต และศึกษากฎหมายต่างประเทศเพื่อเสนอแนะมาตรการทางกฎหมายในการป้องกันการแสวงหาผลประโยชน์จากการอนุญาตโดยเจ้าหน้าที่ของรัฐ

You might also like...

ความสัมพันธ์เชิงสาเหตุของความพร้อมรับผิด วัฒนธรรมคุณธรรมในองค์กร คุณธรรมการทำงานในหน่วยงาน ที่ส่งผลต่อความปลอดจากการทุจริตและความโปร่งใสของ อปท. จ.อุตรดิตถ์

ความโปร่งใสเริ่มต้นจากวัฒนธรรมคุณธรรมในองค์กร ไม่ใช่แค่กฎหมายหรือบทลงโทษ งานวิจัยนี้เผยให้เห็นว่าการสร้างความรับผิดชอบร่วมกันคือกุญแจสำคัญในการลดทุจริตและยกระดับธรรมาภิบาลของท้องถิ่นอย่างยั่งยืน

ความท้าทายของผู้สอบบัญชีต่อการตรวจสอบการทุจริตในงบการเงินในยุคชีวิตวิถีใหม่

โลกยุค New Normal ทำให้การตรวจสอบการทุจริตซับซ้อนยิ่งขึ้น งานวิจัยนี้เผยความท้าทายของผู้สอบบัญชีและชี้ทางออกด้วยเทคโนโลยีใหม่ จรรยาบรรณวิชาชีพ และการตรวจสอบเชิงสืบสวนเพื่อสร้างความโปร่งใสและเชื่อมั่นทางการเงิน

การเสริมสร้างวัฒนธรรมค่านิยมสุจริตและการต่อต้านการทุจริตของเยาวชนภายใต้แนวคิด “โตไปไม่โกง”

เยาวชนคือกุญแจสำคัญในการหยุดวงจรคอร์รัปชัน งานวิจัย “โตไปไม่โกง” ชี้ว่าครอบครัว โรงเรียน ชุมชน และศาสนามีบทบาทสำคัญในการปลูกฝังค่านิยมสุจริตและสร้างภูมิคุ้มกันให้เด็กรู้จักละอายต่อการโกงตั้งแต่เล็ก