การจัดทำคู่มือการสอนวิชาต่อต้านการทุจริตควรครอบคลุมเนื้อหาสำคัญ เช่น ความหมาย ผลกระทบ กฎหมาย หลักธรรมาภิบาล และแนวทางพัฒนาจิตสำนึกพลเมืองดี พร้อมทั้งคำนึงถึงบริบทท้องถิ่น เพื่อให้สามารถใช้ในการเรียนการสอนได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ประเทศไทยยังเผชิญปัญหาการทุจริตอย่างต่อเนื่อง ส่งผลกระทบต่อความน่าเชื่อถือทางเศรษฐกิจและการพัฒนาประเทศ แนวทางหนึ่งในการป้องกันและแก้ไขอย่างยั่งยืนคือการสร้างจิตสำนึกต่อต้านการทุจริตผ่านการศึกษา สถาบันอุดมศึกษาในจังหวัดเชียงใหม่ทั้ง 12 แห่งจึงร่วมกับ ป.ป.ช. จัดทำรายวิชา “การต่อต้านการทุจริต” ระดับปริญญาตรี
งานวิจัยนี้จึงมีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาคู่มือการสอนเพื่อปลูก ปลุก ปรับเปลี่ยนฐานความคิดของนักศึกษาในการต่อต้านการทุจริต สร้างความเข้มแข็งของเครือข่ายการสอนวิชาการต่อต้านการทุจริตในมหาวิทยาลัยในเขตภาคเหนือตอนบน และสังเคราะห์และประเมินผลการพัฒนาคู่มือและสร้างเครือข่ายการสอนวิชาการต่อต้านการทุจริตในมหาวิทยาลัยในเขตภาคเหนือตอน
โดยใช้วิธีการศึกษาแบบผสานวิธี และพื้นที่วิจัย คือ มหาวิทยาลัยในเขตภาคเหนือตอนบน 12 แห่ง มีกลุ่มตัวอย่าง คือ ผู้บริหารและคณาจารย์ บุคลากร นิสิต นักศึกษาในสถาบันการศึกษาทั้ง 12 สถาบัน สถาบันละ 40 คน รวมจำนวน 480 คน ด้วยวิธีการคัดเลือกกลุ่มตัวอย่างแบบง่าย และนำข้อมูลมาวิเคราะห์ด้วยสถิติพื้นฐาน และเขียนบรรยายเชิงพรรณนา
ผลการศึกษา พบว่า คู่มือการสอนวิชาการต่อต้านการทุจริต ซึ่งใช้สอนตลอด 15 สัปดาห์ สัปดาห์ 3 ชั่วโมง ครอบคลุมประเด็นสำคัญ เช่น ความหมาย รูปแบบ ผลกระทบของการทุจริต หลักธรรมาภิบาล กฎหมายที่เกี่ยวข้อง และแนวทางพัฒนาจิตสำนึกพลเมืองดี
ในด้านเครือข่ายการสอนวิชาการต่อต้านการทุจริตของ 12 สถาบันอุดมศึกษาในจังหวัดเชียงใหม่ ได้ร่วมกันจัดทำประมวลการสอนรายวิชาที่เหมาะสมกับบริบทท้องถิ่น และสอดคล้องกับยุทธศาสตร์ชาติ เพื่อส่งเสริมให้สังคมตระหนัก ตื่นตัว และไม่ยอมรับการทุจริต โดยอาศัยความร่วมมือจากผู้บริหารและผู้ทรงคุณวุฒิจนเกิดผลสำเร็จเป็นรูปธรรม และผลการประเมินคู่มือฯ จากผู้เชี่ยวชาญ พบว่า คู่มือฯ มีความเหมาะสมในระดับมากถึงมากที่สุด และสามารถนำไปใช้ในการจัดการเรียนการสอนได้อย่างมีประสิทธิภาพ
รูปแบบ APA
ศักดิ์สายันต์ ใยสามเสน. (2562). การพัฒนาคู่มือและสร้างเครือข่ายการสอนรายวิชาการต่อต้านการทุจริต ในมหาวิทยาลัยในเขตภาคเหนือตอนบน. วารสารปัญญา, 26(2), 31–41.
ศักดิ์สายันต์ ใยสามเสน
หัวข้อ
โมเดลความสัมพันธ์เชิงสาเหตุพฤติกรรมความไม่ทนและความละอายต่อการกระทำการทุจริตของนักศึกษาวิทยาลัยเซนต์หลุยส์
บทความนี้วิเคราะห์โมเดลความสัมพันธ์เชิงสาเหตุของพฤติกรรมไม่ทนและความละอายต่อการทุจริตของนักศึกษา โดยชี้ว่าความตั้งใจมีอิทธิพลโดยตรง พร้อมเสนอบทบาทสถาบันการศึกษาในการเสริมสร้างเจตคติอย่างยั่งยืน
โครงการวิจัยและประสานงานเพื่อสังคมไทยไร้คอร์รัปชัน
เพื่อออกแบบงานวิจัยสำหรับแก้ไขปัญหาคอร์รัปชันบนฐานการมีส่วนร่วมของประชาชนและภาคส่วนต่าง ๆ รวมถึงพัฒนาระบบและเครื่องมือใหม่ในการป้องกันและลดคอร์รัปชันในระดับพื้นที่
โครงการวิจัยเพื่อสังคมไทยไร้คอร์รัปชัน ระยะที่ 2
จัดทำข้อเสนอเพื่อเสริมพลังการมีส่วนร่วมของประชาชนในการต่อต้านคอร์รัปชัน ผ่านงานวิจัยเชิงปฏิบัติการแบบมีส่วนร่วม (PAR) และกระบวนการ Design Thinking เพื่อเข้าใจปัญหาจากมุมมองประชาชนและพัฒนานวัตกรรมแก้ไขที่ใช้ได้จริง


