เข้าร่วม OECD ไทย ต้องเปิดข้อมูลครอบคลุมรอบด้าน เข้าถึงได้ง่าย

KRAC คณะเศรษฐศาสตร์ จุฬาฯ เปิดมุมมองเข้าร่วม OECD ไทยต้องเปิดข้อมูลครอบคลุม รอบด้าน เข้าถึงง่าย ไม่ใช่แค่เครื่องมือจับผิดนักการเมือง แต่เป็นโครงสร้างพื้นฐานความไว้วางใจในรัฐ

 

“กรุงเทพธุรกิจ” และ ศูนย์ความรู้เพื่อความร่วมมือในการต่อต้านคอร์รัปชันและส่งเสริมธรรมาภิบาลในระดับภูมิภาค (KRAC) คณะเศรษฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ร่วมมือนำเสนอข้อมูลเพื่อสร้างแนวทางการป้องกันปัญหาคอร์รัปชันในประเทศไทยที่เป็นกับดักของประเทศ

 

ประเทศไทยกำลังเข้าสู่กระบวนการเข้าเป็นสมาชิกองค์การเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา (OECD) โดยขณะนี้ได้ผ่านขั้นตอนการยื่นหนังสือแสดงเจตจำนงและบันทึกข้อตกลงเบื้องต้น (Initial Memorandum – IM) และมีเป้าหมายผ่านการรับรองเป็นสมาชิกในปี 2571 

 

ปัจจุบันประเทศไทยต้องปรับปรุงกระบวนการภายในก่อนที่จะเข้ารับการประเมินจาก OECD โดยประเด็นข้อมูลเปิดภาครัฐ (Open Government Data: OGD) เป็นอีกเรื่องที่ต้องให้ความสำคัญ เพื่อให้ทุกคนเข้าถึงข้อมูลและนำไปใช้ได้ ซึ่งเป็นแนวทางที่ OECD มีข้อริเริ่มการจัดทำข้อมูลเปิดภาครัฐมาตั้งแต่ปี 2556

 

รองศาสตราจารย์ ดร.ต่อภัสสร์ ยมนาค และ นายศุภวิชญ์ แก้วคูนอก ผู้จัดการศูนย์ KRAC ได้แสดงความเห็นถึงการเข้าเป็นสมาชิก OECD ของประเทศไทย โดยเฉพาะประเด็นการเปิดเผยข้อมูล

 

หากบทความก่อนหน้าชวนให้เราตั้งคำถามว่าเหตุใดบัญชีทรัพย์สินของนักการเมืองจึงยังไม่ถูกเปิดเผยให้ประชาชนตรวจสอบได้อย่างแท้จริง บทความนี้อาจต้องชวนมองให้กว้างขึ้นอีกขั้นว่า

“ปัญหานั้นไม่ได้เป็นเพียงข้อบกพร่องของระบบยื่นบัญชีทรัพย์สินเท่านั้น แต่สะท้อนโจทย์ใหญ่กว่านั้นของรัฐไทยทั้งระบบ “

นั่นคือไทยยังไม่เปลี่ยนผ่านไปสู่ระบอบ “เปิดข้อมูลโดยปริยาย” อย่างเต็มตัว ทั้งที่วันนี้ประเทศกำลังเดินหน้าเข้าสู่กระบวนการเป็นสมาชิก OECD ซึ่งไม่ได้วัดกันแค่ตัวบทกฎหมายหรือคำประกาศเชิงนโยบาย แต่จะถูกประเมินว่ารัฐมีระบบข้อมูลสาธารณะที่โปร่งใส ตรวจสอบได้ และเอื้อต่อการกำกับดูแลสมัยใหม่จริงหรือไม่

 

ในความหมายนี้ การเปิดบัญชีทรัพย์สินนักการเมืองจึงควรถูกมองเป็น “บททดสอบขั้นต่ำ” ของรัฐบาลเปิด มากกว่าจะเป็นข้อถกเถียงเฉพาะเรื่องของคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.)

“เพราะถ้าข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับผู้ใช้อำนาจสูงสุดของประเทศยังเข้าถึงได้ยาก เปิดเพียงชั่วคราว หรือเปิดเฉพาะผลสรุปแทนข้อมูลต้นทาง “

ย่อมยากที่จะเชื่อได้ว่ารัฐไทยพร้อมจะยกระดับความโปร่งใสในมิติอื่นที่ซับซ้อนกว่า เช่น งบประมาณ การจัดซื้อจัดจ้าง การออกใบอนุญาต การกำกับดูแลธุรกิจ หรือการกำหนดนโยบายสาธารณะ 

การเปิดเผยข้อมูลจึงไม่ใช่เพียงเครื่องมือจับผิดนักการเมือง แต่เป็นโครงสร้างพื้นฐานของความไว้วางใจในรัฐ และเป็นเงื่อนไขสำคัญของธรรมาภิบาลในโลกเศรษฐกิจปัจจุบันที่การตัดสินใจลงทุนพึ่งพาความคาดการณ์ได้ ความโปร่งใส และความเสมอภาคในการแข่งขันมากขึ้นเรื่อย ๆ

 

ยิ่งไปกว่านั้น ทิศทางของโลกก็ชัดเจนขึ้นมากว่า การปฏิรูปภาครัฐในศตวรรษที่ 21 ต้องเดินควบคู่กันระหว่าง OECD กับ OGP ฝั่งหนึ่ง OECD กำลังกดดันให้ไทยปรับกฎหมาย นโยบาย และแนวปฏิบัติให้สอดคล้องกับมาตรฐานสากล 

 

ขณะที่อีกฝั่งหนึ่ง ไทยก็ได้เข้าร่วม Open Government Partnership หรือ OGP อย่างเป็นทางการแล้วในเดือน ม.ค.2569

 

และตามกรอบของ OGP การเป็นสมาชิกจะมีความหมายก็ต่อเมื่อรัฐพัฒนาข้อผูกพันหรือ action plan ที่ร่วมออกแบบกับภาคประชาสังคมอย่างจริงจัง ปัจจุบันหน้าสมาชิกของไทยใน OGP ยังระบุว่า “ยังไม่มี action plan” ซึ่งยิ่งสะท้อนว่าโจทย์ต่อจากนี้

 

ถ้าไทยต้องการเปลี่ยนหลักการรัฐบาลเปิดให้เป็นรูปธรรมจริง กรอบที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ คือ International Open Data Charter ซึ่งไม่ได้มอง “ข้อมูลเปิด” แบบแคบ ๆ ว่าเป็นเพียงการอัปโหลดไฟล์ขึ้นเว็บไซต์

“แต่ย้ำหลักสำคัญหลายประการพร้อมกัน ทั้งการเปิดโดยปริยาย ความทันเวลาและความครบถ้วน การเข้าถึงและการใช้งานได้จริง ” 

ตลอดจนความสามารถในการเปรียบเทียบและเชื่อมโยงกันระหว่างฐานข้อมูล Open Data Charter จึงวางมาตรฐานไว้ว่าข้อมูลสาธารณะต้องถูกออกแบบให้ “ใช้ต่อได้” ไม่ใช่เพียง “ดูได้”

 

ความสำคัญของ open data นั้นส่งผลโดยตรงต่อการป้องกันการทุจริตเพราะการทุจริตในปัจจุบันไม่ได้เกิดขึ้นเป็นจุด ๆ แยกขาดจากกัน แต่เป็นเครือข่ายที่เชื่อมโยงคน บริษัท สัญญา งบประมาณ ทรัพย์สิน และอำนาจตัดสินใจเข้าด้วยกัน Open Data Charter จึงพัฒนาแนวทางเฉพาะด้านเพื่อต่อต้านคอร์รัปชัน 

 

โดยชี้ว่ารัฐควรเปิด “ชุดข้อมูลสำคัญ” และทำให้ข้อมูลเหล่านั้นเชื่อมโยงกันได้ เพื่อให้ภาครัฐ สื่อ ภาคธุรกิจ และประชาชนสามารถมองเห็นรูปแบบความเสี่ยงได้ตั้งแต่ต้นทาง ฉะนั้นหากไทยยังเปิดข้อมูลแบบแยกส่วน กระจัดกระจาย หรือเข้าถึงยาก ไทยก็จะยังสู้กับคอร์รัปชันแบบวิ่งไล่ตาม มากกว่าสร้างระบบป้องกันเชิงโครงสร้าง

 

วันนี้เรื่องความโปร่งใสเชื่อมโยงโดยตรงกับความสามารถในการแข่งขันของประเทศ เพราะนักลงทุนไม่ได้มองเพียงต้นทุนแรงงานหรือสิทธิประโยชน์ทางภาษีอีกต่อไป แต่ให้ความสำคัญมากขึ้นกับคุณภาพเชิงสถาบัน ความชัดเจนของกติกา ความเสี่ยงคอร์รัปชัน ความสามารถในการตรวจสอบ และคุณภาพของข้อมูลรัฐ

“ประเทศที่เปิดข้อมูลอย่างเป็นระบบจะช่วยลดความไม่แน่นอน ลดต้นทุนในการตรวจสอบสถานะทางกฎหมายและกำกับดูแล ลดโอกาสเลือกปฏิบัติ และทำให้การแข่งขันเป็นธรรมขึ้น”

ท้ายที่สุด หากไทยต้องการให้การเข้าร่วม OECD และ OGP เป็นมากกว่าสัญลักษณ์ เราจำเป็นต้องเลิกคิดเรื่องข้อมูลเปิดแบบแยกส่วนและเปลี่ยนไปสู่การปฏิรูปทั้งระบบ เริ่มจากการยอมรับว่าข้อมูลสาธารณะเป็นของประชาชน ไม่ใช่ของหน่วยงาน เปิดข้อมูลที่มีผลต่อการตรวจสอบอำนาจและการแข่งขันทางเศรษฐกิจก่อนเป็นลำดับแรก 

 

ทำให้ข้อมูลค้นหาได้ ดาวน์โหลดได้ ใช้ซ้ำได้ และเชื่อมโยงกันได้ และที่สำคัญต้องสร้างกลไกร่วมกับภาคประชาสังคมเพื่อกำหนดว่า “ข้อมูลใดควรถูกเปิดก่อน”

 

รวมถึง “เปิดอย่างไรจึงจะใช้ได้จริง” เพราะหัวใจของรัฐบาลเปิดไม่ใช่การมีเว็บไซต์มากขึ้น แต่คือการย้ายดุลอำนาจจากรัฐผู้ผูกขาดข้อมูล ไปสู่สังคมที่มีสิทธิร่วมรับรู้และร่วมกำกับดูแล

บทความ “Corruption Tracker” เป็นความร่วมมือระหว่าง “กรุงเทพธุรกิจ” และ ศูนย์ความรู้เพื่อความร่วมมือในการต่อต้านคอร์รัปชันและส่งเสริมธรรมาภิบาลในระดับภูมิภาค (KRAC) คณะเศรษฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย นำเสนอข้อมูลเพื่อสร้างแนวทางการป้องกันปัญหาคอร์รัปชันในประเทศไทยที่เป็นกับดักของประเทศ

ปีที่แต่ง (พ.ศ.)
2569
ผู้แต่ง
ศูนย์ความรู้เพื่อความร่วมมือในการต่อต้านคอร์รัปชันและส่งเสริมธรรมาภิบาลในระดับภูมิภาค (KRAC) 
หน่วยงานสนับสนุน

หัวข้อ
Related Content

เข้าร่วม OECD ไทย ต้องเปิดข้อมูลครอบคลุมรอบด้าน เข้าถึงได้ง่าย

กรุงเทพธุรกิจ x KRAC ชวนขบคิดประเด็นการเปิดเผยข้อมูลของภาครัฐไทย ซึ่งถือเป็นต้นธารสำคัญในการปฏิรูปการบริหารราชการแผ่นดินมีความโปร่งใสมากยิ่งขึ้น เพื่อตอบสนองการสมัครเข้าเป็นสมาชิก OECD

KRAC Insights I หนทางสู่สังคมไทยไร้คอร์รัปชัน: ออกแบบระบบให้โกงยาก โปร่งใส และทำดีได้ง่าย

หนทางสู่สังคมไทยไร้คอร์รัปชัน คือเปลี่ยนจาก “ไล่จับคนผิด” มาออกแบบระบบที่โกงยากตั้งแต่ต้น (Integrity by Design) และยืนบนหลักนิติธรรมที่ไม่เลือกปฏิบัติ ควบคู่กับการเปิดข้อมูลภาครัฐให้เชื่อมโยง ใช้งานง่าย และตรวจสอบย้อนหลังได้

KRAC Extract | ทรัพย์สินที่ไม่ควรอยู่ในเงามืด: เมื่อความโปร่งใสคือพันธกิจของเจ้าหน้าที่รัฐ

หลายประเทศพัฒนาระบบเปิดเผยรายได้ ผลประโยชน์ และทรัพย์สินของเจ้าหน้าที่รัฐ เพื่อให้ตรวจสอบได้ โปร่งใส และลดผลประโยชน์ทับซ้อน KRAC Extract สรุปงานวิจัย “Improving and Enforcing Income, Interest and Asset Declaration Systems” (2024) ที่ชี้แนวทางสร้างวัฒนธรรมความรับผิดชอบในภาครัฐอย่างยั่งยืน

You might also like...

KRAC Insights I เจาะลึกผลคะแนนดัชนีภาพลักษณ์คอร์รัปชัน (CPI) ของไทย ปี 2025

คะแนนทุจริตไทยตกหนัก เหลือ 33 คะแนน (อันดับ 116 ของโลก) ต่ำสุดในรอบ 20 ปี ร่วงมาอยู่อันดับ 8 ของอาเซียน แพ้ลาว ทั้งนี้ค่าเฉลี่ยทั่วโลกอยู่ที่ 42 คะแนน นั่นหมายความว่าไทยอยู่ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยนั่นเอง

KRAC Extract | ประชาธิปไตยไม่ใช่แค่ได้เลือก: บทเรียนจากความสัมพันธ์ระหว่างการเลือกตั้งและคอร์รัปชัน

KRAC Extract ชวนเจาะลึกความสัมพันธ์ระหว่าง “ความสุจริตของการเลือกตั้ง” กับ “คอร์รัปชัน” ที่ซับซ้อนกว่าที่คิด พร้อมบทเรียนสำคัญว่าทำไมการเลือกตั้งต้องมาพร้อมสถาบันเข้มแข็งและกลไกตรวจสอบที่มีประสิทธิภาพ

KRAC Insights I การต่อต้านคอร์รัปชันปี 2026: บทเรียนจากความสำเร็จ ความล้มเหลว และความท้าทายในอนาคต

ร่วมทบทวนพื้นฐานของทฤษฎีการศึกษาคอร์รัปชัน และถอดบทเรียนจากประสบการณ์การต่อต้านคอร์รัปชันของสหรัฐอเมริกา โดยศาสตราจารย์ Matthew C. Stephenson จาก Harvard Law School