การเปรียบเทียบประสิทธิภาพการตรวจจับการทุจริตด้วยการเพิ่มชื่อเสียงบนเว็บไซต์การประมูลออนไลน์ระหว่างเอนโทรปีของ Shannon และนาอีฟเบย์

งานวิจัยนี้ศึกษา “การปั่นชื่อเสียง” ในเว็บประมูลออนไลน์ โดยทดลองใช้อัลกอริทึม Shannon’s Entropy และ Naïve Bayes พบว่าทั้งสองมีความแม่นยำใกล้เคียงกัน และการผสานกันอาจช่วยตรวจจับทุจริตได้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น

 

บทความนี้ศึกษาการตรวจจับการทุจริตบนเว็บไซต์ประมูลออนไลน์ โดยเฉพาะการสร้างชื่อเสียงเกินจริง (Inflated Reputation) ซึ่งผู้ขายอาจใช้วิธีหลอกลวง เช่น ปลอมการประมูลหรือให้คะแนนกันเองเพื่อเพิ่มความน่าเชื่อถือ ปัญหานี้กระทบต่อความโปร่งใสและความยุติธรรมของระบบประมูลออนไลน์ งานวิจัยจึงมุ่งหาวิธีการที่มีประสิทธิภาพในการจำแนกผู้กระทำผิดออกจากผู้ใช้งานทั่วไป  

 

การวิจัยนี้เปรียบเทียบประสิทธิภาพของอัลกอริทึมสองแบบ ได้แก่ Shannon’s Entropy และ Naïve Bayes ในการตรวจจับพฤติกรรมการทุจริต โดยใช้ข้อมูลจากระบบประมูลออนไลน์ Ruten ที่ประกอบด้วยบัญชีผู้ใช้กว่า 900 บัญชีที่มีพฤติกรรมหลอกลวง และบัญชีปกติอีกจำนวนหนึ่ง ข้อมูลเหล่านี้ถูกนำมาวิเคราะห์ผ่านตัวชี้วัด เช่น ความหลากหลายของเพื่อนบ้าน (Neighbor Diversity) และโครงสร้างเครือข่าย เพื่อสร้างโมเดลการจำแนกผู้ทุจริต 

 

ผลการทดลอง พบว่า ทั้ง Shannon’s Entropy และ Naïve Bayes สามารถตรวจจับผู้ทุจริตได้ในระดับที่ใกล้เคียงกัน โดยมีค่าความแม่นยำ (Accuracy) ความครบถ้วน (Recall) และความแม่นยำจำเพาะ (Precision) อยู่ในเกณฑ์ดี แสดงให้เห็นว่าทั้งสองวิธีเหมาะสมในการนำมาใช้ในบริบทการประมูลออนไลน์ อย่างไรก็ตาม การเลือกใช้งานขึ้นอยู่กับเงื่อนไขของข้อมูลและทรัพยากรที่มีอยู่ งานวิจัยนี้จึงชี้ว่า การผสานแนวคิดจากทั้งสองวิธีอาจช่วยเสริมประสิทธิภาพการตรวจจับทุจริตได้ดียิ่งขึ้น

เอกสารอ้างอิง

รูปแบบ APA

ลักษมี โขมโนทัย. (2559). การเปรียบเทียบประสิทธิภาพการตรวจจับการทุจริตด้วยการเพิ่มชื่อเสียงบนเว็บไซต์การประมูลออนไลน์ระหว่างเอนโทรปีของ Shannon และนาอีฟเบย์. วารสารวารสารวิชาการ โรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้า, 14(1), 63–76.

ปีที่แต่ง (พ.ศ.)
2559
ผู้แต่ง

ลักษมี โขมโนทัย 

วารสารที่ตีพิมพ์

หัวข้อ
Related Content

โมเดลความสัมพันธ์เชิงสาเหตุพฤติกรรมความไม่ทนและความละอายต่อการกระทำการทุจริตของนักศึกษาวิทยาลัยเซนต์หลุยส์

บทความนี้วิเคราะห์โมเดลความสัมพันธ์เชิงสาเหตุของพฤติกรรมไม่ทนและความละอายต่อการทุจริตของนักศึกษา โดยชี้ว่าความตั้งใจมีอิทธิพลโดยตรง พร้อมเสนอบทบาทสถาบันการศึกษาในการเสริมสร้างเจตคติอย่างยั่งยืน

โครงการวิจัยและประสานงานเพื่อสังคมไทยไร้คอร์รัปชัน

เพื่อออกแบบงานวิจัยสำหรับแก้ไขปัญหาคอร์รัปชันบนฐานการมีส่วนร่วมของประชาชนและภาคส่วนต่าง ๆ รวมถึงพัฒนาระบบและเครื่องมือใหม่ในการป้องกันและลดคอร์รัปชันในระดับพื้นที่

โครงการวิจัยเพื่อสังคมไทยไร้คอร์รัปชัน ระยะที่ 2

จัดทำข้อเสนอเพื่อเสริมพลังการมีส่วนร่วมของประชาชนในการต่อต้านคอร์รัปชัน ผ่านงานวิจัยเชิงปฏิบัติการแบบมีส่วนร่วม (PAR) และกระบวนการ Design Thinking เพื่อเข้าใจปัญหาจากมุมมองประชาชนและพัฒนานวัตกรรมแก้ไขที่ใช้ได้จริง

You might also like...

KRAC Insights I การต่อต้านคอร์รัปชันยุคใหม่: จากข้อมูลเปิดสู่การบริหารความเสี่ยงด้วย AI

การต่อต้านคอร์รัปชันกำลังเปลี่ยนจากการจัดการเมื่อเกิดความผิด ไปสู่การประเมินและป้องกันความเสี่ยงล่วงหน้า บทความนี้ชวนดูบทเรียนสากลด้านกฎหมาย การบังคับใช้ ข้อมูลเปิด และ AI ที่ช่วยให้ระบบตรวจสอบเท่าทันความเสี่ยงรูปแบบใหม่

KRAC Extract | เปิดบัญชีทรัพย์สินแค่ไหน จึงโปร่งใสโดยไม่ล้ำเส้นความเป็นส่วนตัว

การเปิดเผยบัญชีทรัพย์สินช่วยตรวจสอบความร่ำรวยผิดปกติและผลประโยชน์ทับซ้อน แต่เมื่อข้อมูลครอบคลุมถึงคู่สมรส บุตร และคนใกล้ชิด เส้นแบ่งระหว่างความโปร่งใสกับความเป็นส่วนตัวควรอยู่ตรงไหน

KRAC Insights I กว่า 50 ปีของออสเตรเลียกับ OECD: บทเรียนสำหรับไทยบนเส้นทางสู่สมาชิก

ประสบการณ์กว่า 50 ปีของออสเตรเลียสะท้อนว่า การเข้าเป็นสมาชิก OECD ไม่ได้จบที่การผ่านเกณฑ์ แต่สามารถใช้เป็นโอกาสขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ บทความนี้ชวนดูบทเรียนสำคัญสำหรับไทย ตั้งแต่ธรรมาภิบาล การต่อต้านสินบน ไปจนถึงการประสานงานของภาครัฐ