วัฒนธรรมองค์การที่มีผลต่อประสิทธิภาพการทำงานของบุคลากร สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติประจำจังหวัด ในเขตภาคตะวันออกเฉียงเหนือ

งานวิจัยพบว่าวัฒนธรรมองค์การมีผลต่อประสิทธิภาพการทำงานของบุคลากรสำนักงาน ป.ป.ช. จังหวัด โดยค่านิยมด้านความซื่อสัตย์ ความเป็นธรรม ความเป็นมืออาชีพ และความสามัคคี ช่วยเสริมคุณภาพงานและความเชื่อมั่นในองค์กร

 

งานวิจัยนี้มุ่งศึกษาความสัมพันธ์ระหว่าง วัฒนธรรมองค์การ และ ประสิทธิภาพการทำงานของบุคลากร สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ประจำจังหวัดในเขตภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เนื่องจากปัญหาภายในองค์กร เช่น ขาดบุคลากรผู้เชี่ยวชาญ การทำงานบางขั้นตอนล่าช้า และการบูรณาการไม่ต่อเนื่อง ส่งผลให้เกิดคำถามว่าวัฒนธรรมองค์การมีบทบาทต่อคุณภาพงานและการปฏิบัติหน้าที่อย่างไร  

 

การวิจัยเชิงปริมาณนี้ใช้แบบสอบถามเก็บข้อมูลจากบุคลากร ป.ป.ช. จังหวัด จำนวน 300 คน โดยศึกษาทั้งระดับความคิดเห็นต่อวัฒนธรรมองค์การและระดับความคิดเห็นต่อประสิทธิภาพการทำงาน รวมทั้งวิเคราะห์ความสัมพันธ์ระหว่างกัน โดยใช้สถิติ t-test การหาค่าสัมประสิทธิ์สหสัมพันธ์เพียร์สัน และการถดถอยพหุคูณแบบขั้นตอน เพื่อหาปัจจัยวัฒนธรรมองค์การที่ส่งผลต่อประสิทธิภาพการทำงานได้ชัดเจนที่สุด 

 

ผลการศึกษา พบว่า บุคลากร ป.ป.ช. จังหวัด มีมุมมองว่าวัฒนธรรมองค์การโดยรวมส่งผลดีต่อการทำงาน โดยเฉพาะค่านิยมด้านความซื่อสัตย์และความเป็นธรรมที่ช่วยสร้างความเชื่อมั่นในองค์กร คุณภาพงานและการสื่อสารถือเป็นจุดแข็งสำคัญ ส่วนปริมาณงานและการใช้เทคโนโลยียังเป็นจุดที่ต้องพัฒนา ในส่วนของวัฒนธรรมที่มีบทบาทอย่างมากต่อประสิทธิภาพการทำงาน ได้แก่ วัฒนธรรมที่ชัดเจนเรื่องพันธกิจ ความเป็นมืออาชีพ ความสามัคคี และการทำงานร่วมกัน ซึ่งล้วนเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยยกระดับประสิทธิภาพและความเข้มแข็งขององค์กร

เอกสารอ้างอิง

รูปแบบ APA

พินิจตา คำกรฤาชาภณิตา สุนทรไชย และนิศารัตน์ โชติเชย(2560). วัฒนธรรมองค์การที่มีผลต่อประสิทธิภาพการทำงานของบุคลากร สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติประจำจังหวัด ในเขตภาคตะวันออกเฉียงเหนือ.วารสาร มจร. สังคมศาสตร์ปริทรรศน์, 6(4), 214224. 

ปีที่แต่ง (พ.ศ.)
2560
ผู้แต่ง
  • พินิจตา คำกรฤาชา 
  • ภณิตา สุนทรไชย 
  • นิศารัตน์ โชติเชย 
วารสารที่ตีพิมพ์

หัวข้อ
Related Content

โมเดลความสัมพันธ์เชิงสาเหตุพฤติกรรมความไม่ทนและความละอายต่อการกระทำการทุจริตของนักศึกษาวิทยาลัยเซนต์หลุยส์

บทความนี้วิเคราะห์โมเดลความสัมพันธ์เชิงสาเหตุของพฤติกรรมไม่ทนและความละอายต่อการทุจริตของนักศึกษา โดยชี้ว่าความตั้งใจมีอิทธิพลโดยตรง พร้อมเสนอบทบาทสถาบันการศึกษาในการเสริมสร้างเจตคติอย่างยั่งยืน

โครงการศึกษาพรมแดนและช่องว่างความรู้เรื่องคอร์รัปชันและธรรมาภิบาล เพื่อสนับสนุนการจัดทำแผนบูรณาการด้านวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ปี พ.ศ. 2566-2570

ศึกษาพัฒนาการของงานวิจัยที่เกี่ยวข้องกับการคอร์รัปชันและธรรมาภิบาลในประเทศไทย เพื่อจัดทำข้อเสนอแนะต่อแนวทางการสนับสนุนการพัฒนางานวิจัยในประเด็นคอร์รัปชัน และธรรมาภิบาลในอนาคต

โครงการวิจัยและประสานงานเพื่อสังคมไทยไร้คอร์รัปชัน

เพื่อออกแบบงานวิจัยสำหรับแก้ไขปัญหาคอร์รัปชันบนฐานการมีส่วนร่วมของประชาชนและภาคส่วนต่าง ๆ รวมถึงพัฒนาระบบและเครื่องมือใหม่ในการป้องกันและลดคอร์รัปชันในระดับพื้นที่

You might also like...

KRAC Insights I เรียนรู้กระบวนการทำงานและกรณีศึกษาการปราบปรามการทุจริตของสำนักงาน ป.ป.ช.

ทำไมการปราบปรามทุจริตจึงต้องอาศัยทั้งกฎหมาย หน่วยงานตรวจสอบ และผู้แจ้งเบาะแส? KRAC ชวนเรียนรู้บทบาท ป.ป.ช. ผ่านขั้นตอนการดำเนินคดีและกรณีศึกษาจริง

KRAC Extract | AI กับคอร์รัปชัน: โอกาส ข้อจำกัด และบทเรียนจากการใช้ปัญญาประดิษฐ์เพื่อการต่อต้านคอร์รัปชัน

AI กำลังเปลี่ยนการต่อต้านคอร์รัปชันอย่างไร? KRAC Extract ชวนสำรวจบทบาทของ AI ในการวิเคราะห์ข้อมูล คาดการณ์ความเสี่ยง และสนับสนุนการสืบสวน พร้อมบทเรียนจากหลายประเทศ

เปิดห้องพิจารณางบประมาณ ‘สารตั้งต้น’ สกัดการคอร์รัปชัน

ทำไมประเทศไทยต้องเปิดประชุมกรรมาธิการงบประมาณให้ประชาชนรับรู้? กรุงเทพธุรกิจ x KRAC ชวนสำรวจเหตุใดการเปิดเผยข้อมูลการประชุมกรรมาธิการฯ จึงสำคัญต่อความโปร่งใสและการตรวจสอบภาครัฐ