แผนปฏิบัติการป้องกันการทุจริต 4 ปี (พ.ศ.2561-2564) ขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นรูปแบบพิเศษ กรณีของเมืองพัทยา

การส่งเสริมด้านความรู้ความเข้าใจ และการตระหนักรู้เกี่ยวกับปัญหาการทุจริตให้กับประชาชนและบุคลากรภาครัฐ เป็นพื้นฐานสำคัญสำหรับสร้างสังคมการต่อต้านการทุจริต

 

แผนปฏิบัติการป้องกันการทุจริต 4 ปี (พ.ศ.2561-2564) ของเมืองพัทยาจัดทำขึ้นเพื่อกำหนดแนวทางในการป้องกันและปราบปรามการทุจริตของเมืองพัทยา โดยเน้นความร่วมมือจากทุกภาคส่วน และ 4 มิติหลัก คือ การสร้างสังคมที่ไม่ทนต่อการทุจริต การบริหารราชการเพื่อป้องกันการทุจริต การส่งเสริมบทบาทและการมีส่วนร่วมของภาคประชาชน และการเสริมสร้างและปรับปรุงกลไกในการตรวจสอบการทำงานขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น โดยมีวิธีการศึกษาด้วยการทบทวนวรรณกรรมที่เกี่ยวข้องและการวิเคราะห์ความเสี่ยงในการเกิดการทุจริตในเมืองพัทยาด้วยการวิเคราะห์ SWOT

 

ผลการศึกษาพบว่า การดำเนินงานด้านการต่อต้านการทุจริตของเมืองพัทยามีจุดแข็งสำคัญ ได้แก่ การมีงบประมาณสนับสนุนด้านคุณธรรม ระบบประชาสัมพันธ์ที่เข้าถึงได้ การบริหารจัดการที่มีประสิทธิภาพ รวมถึงการมีผู้เชี่ยวชาญและระเบียบป้องกันการทุจริตที่มีความทันสมัย อย่างไรก็ตาม ยังพบข้อจำกัดในด้านความรู้และประสบการณ์ของบุคลากร การประสานความร่วมมือกับหน่วยงานภายนอก และระบบการตรวจสอบภายในที่ยังไม่เข้มแข็ง

 

ในด้านปัจจัยแวดล้อม พบว่า โอกาสสำคัญมาจากการสนับสนุนนโยบายภาครัฐ การพัฒนาเทคโนโลยี และการมีส่วนร่วมของประชาชนและกระบวนการยุติธรรม ซึ่งช่วยเสริมประสิทธิภาพในการป้องกันและปราบปรามการทุจริต ขณะเดียวกัน การบังคับใช้กฎหมายใหม่ยังเอื้อต่อการดำเนินคดีให้มีประสิทธิผลมากยิ่งขึ้น

 

อย่างไรก็ตาม ยังมีอุปสรรคที่สำคัญ ได้แก่ ข้อจำกัดของนโยบายภาครัฐในการแก้ไขปัญหาการทุจริตอย่างเป็นรูปธรรม ระบบการคัดเลือกบุคลากรที่ขาดความโปร่งใส และสภาพเศรษฐกิจที่อาจเป็นแรงจูงใจให้เกิดพฤติกรรมทุจริต ดังนั้น เมืองพัทยาจึงได้จัดทำ “คู่มือป้องกันผลประโยชน์ทับซ้อน” เพื่อเสริมสร้างความรู้และความตระหนักรู้ให้แก่บุคลากรและประชาชน อันเป็นแนวทางพื้นฐานในการปฏิบัติตนและร่วมกันขับเคลื่อนสังคมสู่การต่อต้านการทุจริตตามมาตรฐานสากล

เอกสารอ้างอิง

รูปแบบ APA

นิธิโรจน์ กองแก้ว, กระจ่างจิต ณ เชียงใหม่, เอนก ณ เชียงใหม่ และศิริพร จบศรี. (2564). แผนปฏิบัติการป้องกันการทุจริต 4 ปี (พ.ศ.2561-2564) ขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นรูปแบบพิเศษ กรณีของเมืองพัทยา. วารสารรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย, 1(6), 53–62.

ปีที่แต่ง (พ.ศ.)
2564
ผู้แต่ง
  • นิธิโรจน์ กองแก้ว 
  • กระจ่างจิต ณ เชียงใหม่ 
  • เอนก ณ เชียงใหม่ 
  • ศิริพร จบศรี
วารสารที่ตีพิมพ์

หัวข้อ
Related Content

โครงการสำรวจการรับรู้และความเข้าใจด้านการขัดกันแห่งผลประโยชน์ของเจ้าหน้าที่รัฐในองค์การบริหารส่วนจังหวัดของประเทศไทย

ศึกษาและสํารวจข้อมูลระดับการรับรู้ของเจ้าหนาที่รัฐในองค์การบริหารส่วนจังหวัดที่มีต่อความรู้และความเข้าใจเกี่ยวกับความขัดแย้งแห่งผลประโยชน์ เพื่อลดพฤติกรรมความขัดแย้งแห่งผลประโยชน์ในอนาคต

โครงการศึกษาเรื่องการแสวงหาผลประโยชน์จากการอนุญาตโดยใช้อำนาจรัฐ

ศึกษาการตรวจสอบดุลพินิจของฝ่ายปกครองในการออกใบอนุญาต และศึกษากฎหมายต่างประเทศเพื่อเสนอแนะมาตรการทางกฎหมายในการป้องกันการแสวงหาผลประโยชน์จากการอนุญาตโดยเจ้าหน้าที่ของรัฐ

โครงการศึกษามาตรการแทรกแซงตลาดข้าวเพื่อป้องกันการทุจริต: การแสวงหาค่าตอบแทนส่วนเกินและเศรษฐศาสตร์การเมืองของโครงการรับจำนำข้าวเปลือก

เพื่อประมาณการต้นทุน รายรับ การขาดทุน ต้นทุนสวัสดิการสังคมของโครงการรับจํานําข้าวเปลือก และประมาณการผลตอบแทนส่วนเกินที่ตกแก่กลุ่มบุคคลต่าง ๆ เพื่อวิเคราะห์การแสวงหาค่าเช่า และศึกษาการทุจริตของผู้ที่เกี่ยวข้อง

You might also like...

KRAC Insights I เจาะลึกผลคะแนนดัชนีภาพลักษณ์คอร์รัปชัน (CPI) ของไทย ปี 2025

คะแนนทุจริตไทยตกหนัก เหลือ 33 คะแนน (อันดับ 116 ของโลก) ต่ำสุดในรอบ 20 ปี ร่วงมาอยู่อันดับ 8 ของอาเซียน แพ้ลาว ทั้งนี้ค่าเฉลี่ยทั่วโลกอยู่ที่ 42 คะแนน นั่นหมายความว่าไทยอยู่ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยนั่นเอง

KRAC Extract | ประชาธิปไตยไม่ใช่แค่ได้เลือก: บทเรียนจากความสัมพันธ์ระหว่างการเลือกตั้งและคอร์รัปชัน

KRAC Extract ชวนเจาะลึกความสัมพันธ์ระหว่าง “ความสุจริตของการเลือกตั้ง” กับ “คอร์รัปชัน” ที่ซับซ้อนกว่าที่คิด พร้อมบทเรียนสำคัญว่าทำไมการเลือกตั้งต้องมาพร้อมสถาบันเข้มแข็งและกลไกตรวจสอบที่มีประสิทธิภาพ

KRAC Insights I การต่อต้านคอร์รัปชันปี 2026: บทเรียนจากความสำเร็จ ความล้มเหลว และความท้าทายในอนาคต

ร่วมทบทวนพื้นฐานของทฤษฎีการศึกษาคอร์รัปชัน และถอดบทเรียนจากประสบการณ์การต่อต้านคอร์รัปชันของสหรัฐอเมริกา โดยศาสตราจารย์ Matthew C. Stephenson จาก Harvard Law School