การใช้สื่อโมชั่นอินโฟกราฟิกและการเลือกนำเสนอเนื้อหาเกี่ยวกับการทุจริตที่มีความสำคัญ น่าสนใจ และเกี่ยวข้องกับชีวิตประจำวันของนักเรียน จะช่วยกระตุ้นให้นักเรียนเกิดความสนใจเรียนรู้เกี่ยวกับการทุจริตได้
สถานศึกษาเป็นพื้นที่สำคัญในการปลูกฝังจิตสำนึกต่อต้านการทุจริตให้เยาวชนตั้งแต่วัยเรียน และการประยุกต์ใช้สื่อโมชั่นอินโฟกราฟิก จะช่วยถ่ายทอดข้อมูลที่ซับซ้อนให้สามารถเข้าใจได้ง่ายและกระตุ้นความคิดสร้างสรรค์ ดังนั้น การวิจัยครั้งนี้จึงมีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างและพัฒนาสื่อโมชั่นอินโฟกราฟิกสำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาตอนปลายในการปลูกฝังจิตสำนึกต่อต้านทุจริต ศึกษาการรับรู้ของนักเรียนหลังการใช้สื่อโมชั่นอินโฟกราฟิก และสร้างความพึงพอใจของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาตอนปลายหลังการใช้สื่อโมชั่นอินโฟกราฟิก
โดยใช้วิธีการศึกษาเชิงเชิงปริมาณ มีกลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการศึกษา คือ นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาตอนปลายในจังหวัดเพชรบูรณ์ จากสถานศึกษา 5 แห่ง จำนวน 50 คน ซึ่งได้รับการเลือกสุ่มแบบเจาะจง และมีเครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย คือ สื่อโมชันอินโฟกราฟิก แบบประเมินคุณภาพของชุดฝึกอบรม แบบวัดการรับรู้ของนักเรียนที่มีต่อสื่อโมชันอินโฟกราฟิก และแบบสอบถามความพึงพอใจของนักเรียนต่อสื่อโมชันอินโฟกราฟิก แล้วนำข้อมูลมาวิเคราะห์ทางสถิติ ได้แก่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน
ผลการศึกษา พบว่า คุณภาพสื่อโมชั่นอินโฟกราฟิกที่ใช้มีคุณภาพอยู่ในระดับดี ทั้งในด้านเนื้อหา ด้านภาพเคลื่อนไหวและเสียง และด้านการนำเสนอ ขณะที่การประเมินการรับรู้และความพึงพอใจของนักเรียนที่มีต่อสื่อโมชั่นอินโฟกราฟิกก็อยู่ในระดับดีเช่นเดียวกัน ซึ่งอาจเกิดจากเนื้อหาที่นำเสนอได้เลือกหัวข้อที่มีความสำคัญและน่าสนใจ เพื่อให้นักเรียนได้รับความรู้เกี่ยวกับการทุจริตตั้งแต่สาเหตุ วิธีการ และผลกระทบที่เกิดขึ้น อีกทั้งยังมีการนำเอาประสบการณ์หรือเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจริงมาใช้ในบทเรียน ทำให้ผู้เรียนเกิดความสนใจต่อบทเรียนอย่างจริงจัง และเกิดการเรียนรู้ในระยะเวลาสั้น ๆ ได้
รูปแบบ APA
พีรวัฒน์ สุขเกษม. (2563). การพัฒนาสื่อโมชั่นอินโฟกราฟิกในการเสริมสร้างจิตสำนึกเพื่อการต่อต้าน และการป้องกันต้านการทุจริตสำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาตอนปลาย ในจังหวัดเพชรบูรณ์. วารสารวิชาการคณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏเทพสตรี, 11(1), 75–88.
พีรวัฒน์ สุขเกษม
หัวข้อ
โมเดลความสัมพันธ์เชิงสาเหตุพฤติกรรมความไม่ทนและความละอายต่อการกระทำการทุจริตของนักศึกษาวิทยาลัยเซนต์หลุยส์
บทความนี้วิเคราะห์โมเดลความสัมพันธ์เชิงสาเหตุของพฤติกรรมไม่ทนและความละอายต่อการทุจริตของนักศึกษา โดยชี้ว่าความตั้งใจมีอิทธิพลโดยตรง พร้อมเสนอบทบาทสถาบันการศึกษาในการเสริมสร้างเจตคติอย่างยั่งยืน
โครงการวิจัยและประสานงานเพื่อสังคมไทยไร้คอร์รัปชัน
เพื่อออกแบบงานวิจัยสำหรับแก้ไขปัญหาคอร์รัปชันบนฐานการมีส่วนร่วมของประชาชนและภาคส่วนต่าง ๆ รวมถึงพัฒนาระบบและเครื่องมือใหม่ในการป้องกันและลดคอร์รัปชันในระดับพื้นที่
โครงการวิจัยเพื่อสังคมไทยไร้คอร์รัปชัน ระยะที่ 2
จัดทำข้อเสนอเพื่อเสริมพลังการมีส่วนร่วมของประชาชนในการต่อต้านคอร์รัปชัน ผ่านงานวิจัยเชิงปฏิบัติการแบบมีส่วนร่วม (PAR) และกระบวนการ Design Thinking เพื่อเข้าใจปัญหาจากมุมมองประชาชนและพัฒนานวัตกรรมแก้ไขที่ใช้ได้จริง


