ประสิทธิผลการป้องกันการทุจริตการสอบเข้าเป็นนักเรียนนายสิบตำรวจของตำรวจภูธรภาค 7 สำนักงานตำรวจแห่งชาติ

การวิจัยพบว่าการป้องกันทุจริตสอบเข้าเป็นนักเรียนนายสิบตำรวจ ภ.7 มีประสิทธิผล โปร่งใส และตรวจสอบได้ โดยปัจจัยสำคัญคือการยึดหลักธรรมาภิบาล การพัฒนาบุคลากร การใช้เทคโนโลยีตรวจสอบ และการมีกฎหมายทันสมัยเพื่ออุดช่องโหว่และเสริมความเป็นธรรมในระบบสอบ 

 

การศึกษาวิจัยนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อ (1) ศึกษาระดับประสิทธิผลการป้องกันการทุจริตการสอบเข้าเป็นนักเรียนนายสิบตำรวจ ตำรวจภูธรภาค 7 สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (2) ศึกษาปัจจัยที่มีประสิทธิผลต่อการป้องกันการทุจริตการสอบเข้าเป็นนักเรียนนายสิบตำรวจ ตำรวจภูธรภาค 7 สำนักงานตำรวจแห่งชาติ และ (3) ใช้เป็นกรณีศึกษาเพื่อกำหนดข้อเสนอแนะในการปรับปรุงประสิทธิผลการป้องกันการทุจริตการสอบเข้าเป็นนักเรียนนายสิบตำรวจในประเทศไทย 

 

การวิจัยนี้ใช้เทคนิคการวิจัยแบบผสมผสาน (Mixed method research) การวิจัยเชิงคุณภาพใช้การสัมภาษณ์เชิงลึกจากฝ่ายอำนวยการสอบ คณะกรรมการกองอำนวยการสอบ ผู้มีความรู้ด้านเทคโนโลยีสารสนเทศและการจัดการระบบสารสนเทศ จำนวน 10 คน การวิจัยเชิงปริมาณใช้แบบสอบถามเก็บรวบรวมข้อมูลจากกลุ่มตัวอย่างที่เกี่ยวข้องการบริหารจัดการสอบ จำนวน 250 นาย สถิติในการวิเคราะห์ข้อมูลได้แก่ ค่าร้อยละ (percentage) ค่าเฉลี่ย (mean) ค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน (standard deviation) และการวิเคราะห์ถดถอยพหุคูณ ด้วยเทคนิค Stepwise 

 

ผลการวิจัยพบว่า การดำเนินมาตรการป้องกันการทุจริตในการสอบเข้าเป็นนักเรียนนายสิบตำรวจของตำรวจภูธรภาค 7 สามารถบรรลุวัตถุประสงค์ที่กำหนดไว้ โดยภาพรวมการจัดการสอบมีความโปร่งใส ยุติธรรม และสามารถตรวจสอบได้ อีกทั้งผู้ที่เกี่ยวข้องมีระดับความพึงพอใจต่อกระบวนการดำเนินงานในระดับที่ดี สะท้อนถึงประสิทธิผลของระบบการป้องกันการทุจริตที่นำมาใช้

 

ในด้านปัจจัยที่ส่งผลต่อประสิทธิผลดังกล่าว พบว่าประกอบด้วย 4 มิติสำคัญ ได้แก่ (1) หลักธรรมาภิบาล ซึ่งเป็นฐานสำคัญในการกำกับการดำเนินงานให้เป็นไปอย่างโปร่งใสและมีความรับผิดชอบ (2) การพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ ที่ช่วยเสริมสร้างความรู้ ความเข้าใจ และจริยธรรมของผู้ปฏิบัติงาน (3) การจัดการเทคโนโลยี ซึ่งมีบทบาทในการเพิ่มความแม่นยำและลดช่องว่างของการทุจริตผ่านระบบตรวจสอบที่มีประสิทธิภาพ และ (4) กฎหมายและระเบียบข้อบังคับที่ทันสมัย ซึ่งช่วยอุดช่องโหว่และสนับสนุนการบังคับใช้มาตรการอย่างเป็นระบบ

 

ทั้งนี้ การบูรณาการปัจจัยดังกล่าวร่วมกัน โดยเฉพาะการนำเทคโนโลยีมาใช้ควบคู่กับการปรับปรุงกฎหมายให้ทันต่อสถานการณ์ และการปลูกฝังหลักธรรมาภิบาลในทุกระดับของผู้ที่เกี่ยวข้อง มีส่วนสำคัญในการยกระดับประสิทธิภาพและความน่าเชื่อถือของระบบการสอบ อันนำไปสู่ความเป็นธรรมและความโปร่งใสอย่างยั่งยืน

เอกสารอ้างอิง

รูปแบบ APA

อรุญ กันพร้อม และปรีชา หงษ์ไกรเลิศ(2561). ประสิทธิผลการป้องกันการทุจริตการสอบเข้าเป็นนักเรียนนายสิบตำรวจของตำรวจภูธรภาค สำนักงานตำรวจแห่งชาติ.วารสารดุษฎีบัณฑิตทางสังคมศาสตร์, 8(2), 4356. 

ปีที่แต่ง (พ.ศ.)
2561
ผู้แต่ง
  • อรุญ กันพร้อม 
  • ปรีชา หงษ์ไกรเลิศ 
วารสารที่ตีพิมพ์

หัวข้อ
Related Content

โครงการศึกษาพรมแดนและช่องว่างความรู้เรื่องคอร์รัปชันและธรรมาภิบาล เพื่อสนับสนุนการจัดทำแผนบูรณาการด้านวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ปี พ.ศ. 2566-2570

ศึกษาพัฒนาการของงานวิจัยที่เกี่ยวข้องกับการคอร์รัปชันและธรรมาภิบาลในประเทศไทย เพื่อจัดทำข้อเสนอแนะต่อแนวทางการสนับสนุนการพัฒนางานวิจัยในประเด็นคอร์รัปชัน และธรรมาภิบาลในอนาคต

โครงการวิจัยและประสานงานเพื่อสังคมไทยไร้คอร์รัปชัน

เพื่อออกแบบงานวิจัยสำหรับแก้ไขปัญหาคอร์รัปชันบนฐานการมีส่วนร่วมของประชาชนและภาคส่วนต่าง ๆ รวมถึงพัฒนาระบบและเครื่องมือใหม่ในการป้องกันและลดคอร์รัปชันในระดับพื้นที่

โครงการวิจัยเพื่อสังคมไทยไร้คอร์รัปชัน ระยะที่ 2

จัดทำข้อเสนอเพื่อเสริมพลังการมีส่วนร่วมของประชาชนในการต่อต้านคอร์รัปชัน ผ่านงานวิจัยเชิงปฏิบัติการแบบมีส่วนร่วม (PAR) และกระบวนการ Design Thinking เพื่อเข้าใจปัญหาจากมุมมองประชาชนและพัฒนานวัตกรรมแก้ไขที่ใช้ได้จริง

You might also like...

KRAC Extract | อ่านสถานการณ์คอร์รัปชันโลกผ่านดัชนี CPI 2025: ความเสี่ยง โอกาส และทิศทางการต่อต้านคอร์รัปชัน

KRAC Extract ชวนเจาะลึกข้อมูลจากรายงาน Corruption Perceptions Index 2025 เพื่อทำความเข้าใจแนวโน้มสำคัญของการทุจริตในระดับโลก และชี้ให้เห็นความท้าทายใหม่ ๆ ที่กำลังทดสอบความเข้มแข็งของสถาบันรัฐในหลายประเทศ

3 ข้อเสนอแนะของ KRAC ต่อ กกต. ในการสร้างความเชื่อมั่นต่อผลการเลือกตั้งปี 2569

KRAC ให้ข้อเสนอแนะต่อ กกต. ไทยว่า ควรเริ่มจากการประกาศหลักการง่าย ๆ ว่า “ทุกขั้นตอนสำคัญต้องตรวจสอบได้โดยสาธารณะ” แล้วแปลงหลักการนี้ให้เป็นการปฏิบัติจริงในสามพื้นที่ที่กระทบศรัทธาที่สุด

KRAC Insights I เจาะลึกผลคะแนนดัชนีภาพลักษณ์คอร์รัปชัน (CPI) ของไทย ปี 2025

คะแนนทุจริตไทยตกหนัก เหลือ 33 คะแนน (อันดับ 116 ของโลก) ต่ำสุดในรอบ 20 ปี ร่วงมาอยู่อันดับ 8 ของอาเซียน แพ้ลาว ทั้งนี้ค่าเฉลี่ยทั่วโลกอยู่ที่ 42 คะแนน นั่นหมายความว่าไทยอยู่ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยนั่นเอง