KRAC Recap 2025: What We Built, What Changed and Why It Matters
เดินทางมาถึงเดือนสุดท้ายของปี 2025 ในนามของทีมงานศูนย์ความรู้เพื่อความร่วมมือในการต่อต้านคอร์รัปชัน และส่งเสริมธรรมาภิบาลในระดับภูมิภาค หรือเรียกสั้น ๆ ว่า “ศูนย์ KRAC”
ยังคงมุ่งมั่นในการทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางการเรียนรู้และเผยแพร่องค์ความรู้ด้านการต่อต้านคอร์รัปชันที่ทันสมัย เพื่อสร้างการเข้าถึงองค์ความรู้ที่หลากหลายและเข้าใจง่ายขึ้น พร้อมทั้งพัฒนาเครือข่ายความร่วมมือใหม่ ๆ เชื่อมโยงสู่เวทีนานาชาติ เพื่อสนับสนุนการขับเคลื่อนงานอย่างเป็นระบบ และสร้างภาพลักษณ์เชิงบวกของประเทศไทยในเวทีสากล ภายใต้ Motto ว่า “เราจะทำให้การต่อต้านคอร์รัปชันเป็นเรื่องง่ายสำหรับคุณ”
ปี 2025 จึงถือเป็นอีกหนึ่งหมุดหมายสำคัญของศูนย์ KRAC ในการขยับบทบาทจากการเป็นแหล่งรวบรวมข้อมูลองค์ความรู้ สู่การเป็นผู้สื่อสารสาธารณะที่ผลักดันองค์ความรู้เข้าสู่กระบวนการกำหนดนโยบาย และเป็นตัวกลางสร้างการมีส่วนร่วมด้านการต่อต้านคอร์รัปชันในเครือข่ายระดับชาติและภูมิภาค
บทความนี้ จึงอยากเล่าสู่กันฟังว่าในรอบหนึ่งปีที่ผ่านมา KRAC ได้สร้างอะไร (What We Built) เปลี่ยนแปลงอะไร (What Changed) และเพราะเหตุใดสิ่งเหล่านี้จึงมีความหมายต่อการต่อต้านคอร์รัปชันของประเทศไทยในระยะยาว (Why It Matters)
KRAC Recap 2025: What We Built
KRAC ทำให้งานวิชาการต้านโกง “อ่านง่ายขึ้น” และเข้าถึงกลุ่มคนที่หลากหลายมากขึ้น
โดยไม่ได้แค่ “เก็บรวบรวมข้อมูล” แต่ “แปลงข้อมูลให้สังคมใช้ได้” ทำให้คนทั่วไปเข้าถึงและเรียนรู้เรื่องการต่อต้านคอร์รัปชันได้โดยสะดวก เช่น ผลิตสื่อความรู้ด้านคอร์รัปชันที่สอดรับกับสถานการณ์ปัจจุบันหรือประเด็นที่ได้รับความสนใจจากสังคม จำนวนกว่า 100 ชิ้น และยังเป็นต้นทางของข้อมูลที่ได้รับการอ้างอิงจากหน่วยงานรัฐ ภาควิชาการ และสื่อนานาชาติอย่างต่อเนื่อง
โดยมีผู้เข้าชมสื่อมัลติมีเดียของศูนย์กว่า 600,000 คน และมีผู้ใช้งานฐานข้อมูล www.kraccorruption.com กว่า 10,000 คน ปัจจุบันมีข้อมูลความรู้บนเว็บไซต์ จำนวน 1,800 ชุดข้อมูล ที่ถูกย่อยให้อ่านเข้าใจง่ายและจัดหมวดหมู่การศึกษาคอร์รัปชันให้เป็นไปตามมาตรฐานของฐานข้อมูลระดับโลกอย่าง U4 Anti-Corruption Resource Centre และ Transparency Knowledge Hub เพื่อให้การจัดการความรู้ของไทยมีประสิทธิภาพทัดเทียมสากล
KRAC เปลี่ยนการต่อต้านคอร์รัปชันจากเรื่องไกลตัว ให้เป็นเรื่องของทุกคน
เพราะความรู้เพียงอย่างเดียวไม่ทำให้สังคมเปลี่ยน หากไม่มีพื้นที่ให้ผู้คนได้พูดคุยและลงมือทำ KRAC จึงผลักดัน “ความรู้สู่สาธารณะ” ผ่านรูปแบบที่เหมาะกับช่วงวัยและบทบาท เช่น ชวนผู้เชี่ยวชาญในสาขาที่หลากหลายมาถ่ายทอดความรู้ในประเด็นที่สังคมให้ความสนใจใน KRAC INSIGHT LIVE และ What’s โกงing On podcast จำนวน 10 ครั้ง จัดทำ จดหมายข่าวออนไลน์ต้านโกงประจำเดือน จำนวน 12 เล่ม
และทำงานร่วมกับสื่อ เพื่อขยายพื้นที่สาธารณะของประเด็นคอร์รัปชันอย่างเช่น The Standard และ Workpoint ที่สำคัญ KRAC ยังทดลองขยับจาก “การให้ข้อมูล” ไปสู่ “การมีส่วนร่วมจริง” ผ่านแคมเปญต้านโกงที่ให้ประชาชนส่งเบาะแสการทุจริตผ่านเพจต้องแฉ ซึ่งนำไปสู่การวิเคราะห์และส่งต่อข้อมูลให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องต่อไป นี่คือการย้ำว่า การมีส่วนร่วมไม่ใช่แค่การรับรู้ แต่คือการลงมือทำร่วมกัน
KRAC สร้างเครือข่าย ไม่ใช่ทำงานลำพัง
ปี 2025 เป็นปีที่ KRAC ย้ำชัดว่า “การต่อต้านคอร์รัปชันต้องมีคนในแนวหน้า” และคนในแนวหน้านั้นไม่ใช่เพียงเจ้าหน้าที่รัฐหรือผู้เชี่ยวชาญ แต่รวมถึงพลเมือง สื่อ และคนรุ่นใหม่ โดย KRAC ทำงานร่วมกับ 34 หน่วยงาน และ 36 ผู้เชี่ยวชาญ ทั้งในประเทศและต่างประเทศ พร้อมทั้งเป็นแกนกลางของเครือข่ายต่อต้านคอร์รัปชันในระดับภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (SEA-ACN) จำนวน 3 เครือข่าย ได้แก่ เครือข่ายข้อมูลเปิดของบุคคลผู้มีสถานภาพทางการเมือง (Politically Exposed Persons) เครือข่ายการแจ้งเบาะแสระดับภูมิภาค (Whistleblowing) และเครือข่ายสื่อสืบสวนสอบสวนด้านคอร์รัปชัน (Anti-Corruption Journalists)
อีกทั้ง ยังทำหน้าที่เป็นเจ้าภาพและศูนย์กลางจัดประชุมเชิงวิชาการและปฏิบัติการระดับภูมิภาคและนานาชาติกว่า 5 ครั้ง มีผู้เข้าร่วมกว่า 2,500 คน ข้อสำคัญคือประเทศไทยไม่ได้เป็นเพียง “ผู้เข้าร่วม” แต่เป็น “แกนนำ” ในการเปิดพื้นที่และเชื่อมคน ข้อมูล และทรัพยากรจากหลากหลายประเทศให้ทำงานร่วมกัน
KRAC Recap 2025: What We Changed
KRAC เป็นฟันเฟืองที่ช่วยเปลี่ยนแปลงแนวทางการต่อต้านคอร์รัปชันของสังคมใน 3 เรื่องสำคัญตาม Motto ของศูนย์ เริ่มจาก
KRAC ทำให้องค์ความรู้ถูกนำไปใช้ประโยชน์เป็นข้อมูลอ้างอิงในการกำหนดนโยบาย
ปีนี้งานของ KRAC เริ่มขยับจากการสื่อสารสาธารณะไปสู่การมีบทบาทในเชิงนโยบายอย่างเป็นรูปธรรม เช่น ผู้อำนวยการศูนย์ได้รับเชิญเข้าร่วมเป็นคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 และองค์ความรู้ของศูนย์ถูกใช้อ้างอิงประกอบการอภิปรายในรัฐสภา
นอกจากนี้ KRAC ยังพัฒนาบทความเชิงประเด็น (Critical Issue) และการวิเคราะห์เชิงนโยบาย (Policy Brief) ที่เชื่อมโยงข่าว เหตุการณ์ และงานวิจัยเข้าด้วยกันมากกว่า 20 ชิ้น ทำให้งานวิชาการต่อยอดไปสู่ฐานข้อมูลเพื่อการตัดสินใจเชิงนโยบายได้ รวมถึงจัดทำข้อเสนอเรียกร้องให้มีการปฏิรูปการจัดทำงบประมาณต้านคอร์รัปชัน สิ่งนี้สะท้อนบทบาทของ KRAC ในการเป็นฐานความรู้เพื่อการต่อยอดเชิงนโยบายที่ได้รับการยอมรับในวงกว้างมากยิ่งขึ้น
KRAC เปลี่ยนการต่อต้านแบบต่างคนต่างทำ สู่ความร่วมมือข้ามพรมแดน
การทำงานของ KRAC ในปีนี้ มุ่งเน้นบทบาทเชิงรุกมากขึ้นในประเด็นต่อต้านคอร์รัปชันระดับภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ไม่ว่าจะเป็นเครือข่ายด้านข้อมูลเปิด (Open Data) ของบุคคลผู้มีสถานภาพทางการเมือง (PEPs) ภายใต้โครงการ PEPs Data Standard Movement and Data Driven Investigation Workshops เครือข่ายด้านการแจ้งเบาะแสในระดับภูมิภาค (Whistleblowing)) ภายใต้การดำเนินงานของ C4 Center และเครือข่าย SEA-CAN และเครือข่ายสื่อสืบสวนสอบสวนด้านคอร์รัปชันในระดับภูมิภาค (Anti-Corruption Journalists) ภายใต้โครงการสนับสนุนการทำงานสืบสวนสอบสวนประเด็นทุจริตคอร์รัปชัน
ซึ่งเครือข่ายที่เกิดขึ้นไม่ใช่เพียงกิจกรรมครั้งเดียวจบ แต่เป็นความร่วมมือระยะยาวที่ต่อยอดสู่การทำงานร่วมกันได้จริง ช่วยให้การแก้ปัญหาคอร์รัปชันขยับไปสู่มิติข้ามพรมแดน และรับมือกับความซับซ้อนของปัญหาที่เชื่อมโยงกันในระดับโลกได้อย่างเป็นรูปธรรม
KRAC หนุนพลังเยาวชนและสื่อ จากผู้รับสาร เป็นผู้ขับเคลื่อนหลัก
KRAC ร่วมกับภาคีเครือข่ายเปิดพื้นที่ให้ “ผู้เล่นใหม่” เข้ามามีบทบาท ทั้งเยาวชนจาก 3 มหาวิทยาลัยในภูมิภาคที่ร่วมออกแบบการมีส่วนร่วมกับรัฐสภาไทยผ่านการเข้าถึงข้อมูล ภายใต้โครงการ Open Parliament Workshop 2025 และนักข่าวรุ่นใหม่ที่เข้าร่วมอบรมเชิงปฏิบัติการทำสื่อสืบสวนประเด็นทุจริตคอร์รัปชัน ภายใต้โครงการ Investigative Journalism for Anti-corruption 101
หลายกิจกรรมได้รับความสนใจเกินกว่าเป้าหมายที่ตั้งไว้ จนนำไปสู่การขยายโครงการรุ่นที่ 2 และการต่อยอดเครือข่ายด้วยตัวเอง สิ่งนี้สะท้อนให้เห็นอย่างชัดเจนว่า คนรุ่นใหม่พร้อมเข้ามามีส่วนร่วม หากมีเครื่องมือและพื้นที่ที่เอื้อให้ลงมือทำอย่างจริงจัง ผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นคือการก่อรูปของพลเมืองรุ่นใหม่ที่ตระหนักถึงบทบาทของตนเองในฐานะผู้ตรวจสอบ และพร้อมร่วมขับเคลื่อนการต่อต้านคอร์รัปชันในระยะยาว
KRAC Recap 2025: Why It Matters
เพราะการต่อต้านคอร์รัปชันต้องอาศัยระบบนิเวศที่มีข้อมูลเปิดพร้อมใช้ คนที่เข้าใจปัญหา เครือข่ายความร่วมมืออย่างเป็นระบบ และพื้นที่เรียนรู้ร่วมกัน KRAC จึงเดินหน้าทำหน้าที่เป็นกลไกกลางที่เชื่อมทุกองค์ประกอบเข้าด้วยกัน เพื่อสร้างผลลัพธ์เชิงสังคมและเชิงนโยบายด้านต่อต้านคอร์รัปชันอย่างเป็นรูปธรรม
อย่างไรก็ดี ความสำเร็จดังกล่าวไม่อาจเกิดขึ้นได้ด้วย KRAC เพียงลำพัง แต่มาจากการทำงานร่วมกันระหว่าง KRAC และภาคีเครือข่ายทุกหน่วยงาน/องค์กรร่วมกันวางรากฐานของระบบนิเวศการต่อต้านคอร์รัปชันที่เชื่อมโยงความรู้ นโยบาย และการมีส่วนร่วมของสังคมอย่างแข็งขัน โดยที่ผ่านมาศูนย์ KRAC ได้รับทุนอุดหนุนการทำกิจกรรมจากสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) และการสนับสนุนจากคณะเศรษฐศาสตร์ จุฬาฯ ส่งผลให้ KRAC ผลิตผลงานเชิงประจักษ์สู่สังคมได้อย่างต่อเนื่อง
KRAC Recap 2025: What’s Next
สำหรับก้าวต่อไปของ KRAC ในปี 2026 คือการยกระดับสู่ “ศูนย์กลางการเปลี่ยนแปลงทางสังคม” (Catalyst for Social Change) บนฐานองค์ความรู้ที่ร่วมสมัยและใช้ประโยชน์ได้จริง เพื่อขับเคลื่อนนโยบายและมาตรการต่อต้านคอร์รัปชันที่วัดผลได้และเกิดผลจริงในสังคม
พร้อมเดินหน้าขยายเครือข่ายความร่วมมือในระดับภูมิภาค เพื่อรับมือกับคอร์รัปชันข้ามพรมแดน และยกระดับบทบาทของไทยบนเวทีนานาชาติ ขณะเดียวกัน KRAC จะลงทุนกับ “คน” และการทำงานร่วมกันของทุกภาคส่วน โดยเฉพาะในระดับท้องถิ่นให้มากขึ้น เพื่อส่งเสริมทักษะการตรวจสอบ ป้องกัน และลงมือแก้ปัญหาคอร์รัปชันอย่างเป็นรูปธรรม เพราะ
การต่อต้านคอร์รัปชันจะยั่งยืนได้ ก็ต่อเมื่อเป็นเรื่องที่ทั้งสังคมเรียนรู้ เข้าใจ และลงมือทำไปด้วยกัน
และนี่คือเป้าหมายที่พวกเราทีม KRAC กำลังเดินไปข้างหน้า…สวัสดีปีใหม่ผู้อ่านทุกท่านค่ะ
สุภัจจา อังค์สุวรรณ
หัวข้อ
แนวหน้าต่อต้านคอร์รัปชัน : โอกาสและความสำคัญของการกลับคืนเป็นภาคี TI Thailand
เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา กรุงเทพมหานครได้รับเกียรติให้เป็นเจ้าภาพจัดการประชุมระดับภูมิภาคของ Transparency International (TI) การเลือกประเทศไทยเป็นสถานที่จัดงานครั้งนี้มีนัยสำคัญ แม้ปัจจุบันไทยจะไม่มีภาคีประจำประเทศอย่างเป็นทางการ …
แนวหน้าต่อต้านคอร์รัปชัน : เมื่อ ‘งบก่อสร้าง’ ไม่ได้สร้างแค่ถนน แต่สร้างรายได้พิเศษให้บางคนด้วย
จากที่ผมได้รับเกียรติให้เข้าร่วมเป็นกรรมาธิการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 ในนามนักวิชาการอิสระที่ไม่สังกัดพรรคการเมืองใด ผมถือว่าหน้าที่นี้คือโอกาสสำคัญที่จะได้ตรวจสอบการใช้งบประมาณแผ่นดินให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อประชาชน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงเวลาที่เศรษฐกิจยังฟื้นตัวไม่เต็มที่ และทรัพยากรของประเทศมีอยู่อย่างจำกัด
แนวหน้าต่อต้านคอร์รัปชัน : อัปเดตประชุมวิชาการโลกเรื่องคอร์รัปชัน
เมื่อช่วงต้นเดือนกันยายนที่ผ่านมา ผศ. ดร.ต่อภัสสร์ ยมนาค Co-Founder บริษัท HAND Social Enterprise ได้รับเชิญไปบรรยายในงานประชุมทางวิชาการ Cambridge Economic Crime ที่จัดขึ้นเป็นปีที่ 40 แล้ว ซึ่งงานนี้ถือได้ว่าเป็นงานประชุมวิชาการระดับนานาชาติที่เกี่ยวข้องกับเรื่องคอร์รัปชันที่ใหญ่ที่สุดงานหนึ่ง โดยผศ. ดร.ต่อภัสสร์ ยมนาค ได้เข้าร่วมบรรยายเกี่ยวกับผลงานวิจัยเรื่องประสิทธิภาพที่แท้จริงของความโปร่งใสในการต่อต้านคอร์รัปชัน ผ่านการศึกษาผลกระทบจากโครงการความโปร่งใสในการก่อสร้างภาครัฐ (Infrastructure Transparency: CoST)


