การใช้สื่อสังคมออนไลน์เพื่อสร้างความตระหนักรู้และการมีส่วนร่วมของประชาชนในการป้องกันการทุจริตเชิงนโยบาย

การใช้สื่อสังคมออนไลน์เป็นเครื่องมือในการต่อต้านการทุจริตจะช่วยให้ประชาชนสามารถเข้าถึงข้อมูลได้ง่ายและรวดเร็วมากขึ้น อีกทั้งยังช่วยสร้างการตระหนักรู้และส่งเสริมการมีส่วนร่วมของประชาชนในการป้องกันและแก้ไขปัญหาการทุจริตได้

 

การทุจริตเชิงนโยบายมีความซับซ้อนจนทำให้ประชาชนเกิดความสับสนในการเข่าใจว่าการกระทำอย่างไรคือการทุจริต แม้หน่วยงานรัฐจะมีการเปิดเผยข้อมูลโครงการแต่ยังอาจเข้าถึงได้ยากสำหรับประชาชน อีกทั้ง บางคนยังมองปัญหาการทุจริตเป็นเรื่องไกลตัว ยุ่งยาก และเสียเวลา บทความนี้จึงต้องการเสนอแนวทางการใช้สื่อสังคมออนไลน์ในการสร้างความตระหนักรู้ กระจายข้อมูล และส่งเสริมการมีส่วนร่วมของประชาชน

 

โดยใช้วิธีการศึกษาด้วยการทบทวนงานวรรณกรรมที่เกี่ยวข้องกับการทุจริตเชิงนโยบาย แนวทางป้องการการทุจริตเชิงนโยบาย การมีส่วนร่วมของประชาชนในกระบวนการนโยบายสาธารณะ และบทบาทของสื่อสังคมออนไลน์ในการป้องกันการทุจริตเชิงนโยบาย

 

ผลการศึกษา พบว่า สื่อสังคมออนไลน์สามารถเป็นเครื่องมือสำคัญในการป้องกันการทุจริต ด้วยการเผยแพร่ข้อมูลอย่างรวดเร็วและเข้าถึงประชาชนได้ง่าย การใช้คลิปวิดีโอ อินโฟกราฟิก และโมชันอินโฟกราฟิกช่วยสร้างความตระหนักรู้เกี่ยวกับการทุจริตเชิงนโยบาย อีกทั้ง ยังสามารส่งเสริมการมีส่วนร่วมของประชาชนผ่านการติดแฮชแท็ก หรือการเรียกร้องความรับผิดชอบจากหน่วยงานรัฐ เป็นต้น ซึ่งจะช่วยผลักดันให้เกิดการตรวจสอบการทุจริต

 

แนวทางดังกล่าวยังสอดคล้องกับยุทธศาสตร์ชาติว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต ระยะที่ 3 พ.ศ. 2560-2564 ที่มุ่งเน้นการเสริมพลังการมีส่วนร่วมของชุมชน และพัฒนานวัตกรรมและเทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อลดปัญหาการทุจริต เพื่อให้ประชาชนสามารถสืบค้นข้อมูล ศึกษาความรู้ที่เกี่ยวข้องกับการป้องกันและแก้ไขปัญหาการทุจริต นำไปสู่การเข้ามามีบทบาทของประชาชนในการติดตาม ตรวจสอบ และมีส่วนร่วมในการดำเนินนโยบายสาธารณะได้อย่างมีอิสระ

เอกสารอ้างอิง

รูปแบบ APA

ทิวากร แสร์สุวรรณ. (2565). การใช้สื่อสังคมออนไลน์เพื่อสร้างความตระหนักรู้และการมีส่วนร่วมของประชาชนในการป้องกันการทุจริตเชิงนโยบาย. วารสารวิชาการวิทยาลัยบริหารศาสตร์, 5(1), 99–112.

ปีที่แต่ง (พ.ศ.)
2565
ผู้แต่ง

ทิวากร แสร์สุวรรณ

วารสารที่ตีพิมพ์

หัวข้อ
Related Content

โครงการเฝ้าระวังและป้องกันการทุจริตจากนโยบายและโครงการของรัฐ

ทำความเข้าใจรูปแบบ คุณลักษณะ และวิธีการดำเนินนโยบาย มาตรการ หรือโครงการของรัฐเพื่อหาวิธีการเฝ้าระวังและป้องกันการทุจริต

โครงการศึกษาเรื่องการแสวงหาผลประโยชน์จากการอนุญาตโดยใช้อำนาจรัฐ

ศึกษาการตรวจสอบดุลพินิจของฝ่ายปกครองในการออกใบอนุญาต และศึกษากฎหมายต่างประเทศเพื่อเสนอแนะมาตรการทางกฎหมายในการป้องกันการแสวงหาผลประโยชน์จากการอนุญาตโดยเจ้าหน้าที่ของรัฐ

โครงการศึกษามาตรการแทรกแซงตลาดข้าวเพื่อป้องกันการทุจริต: การแสวงหาค่าตอบแทนส่วนเกินและเศรษฐศาสตร์การเมืองของโครงการรับจำนำข้าวเปลือก

เพื่อประมาณการต้นทุน รายรับ การขาดทุน ต้นทุนสวัสดิการสังคมของโครงการรับจํานําข้าวเปลือก และประมาณการผลตอบแทนส่วนเกินที่ตกแก่กลุ่มบุคคลต่าง ๆ เพื่อวิเคราะห์การแสวงหาค่าเช่า และศึกษาการทุจริตของผู้ที่เกี่ยวข้อง

You might also like...

KRAC Extract | อ่านสถานการณ์คอร์รัปชันโลกผ่านดัชนี CPI 2025: ความเสี่ยง โอกาส และทิศทางการต่อต้านคอร์รัปชัน

KRAC Extract ชวนเจาะลึกข้อมูลจากรายงาน Corruption Perceptions Index 2025 เพื่อทำความเข้าใจแนวโน้มสำคัญของการทุจริตในระดับโลก และชี้ให้เห็นความท้าทายใหม่ ๆ ที่กำลังทดสอบความเข้มแข็งของสถาบันรัฐในหลายประเทศ

3 ข้อเสนอแนะของ KRAC ต่อ กกต. ในการสร้างความเชื่อมั่นต่อผลการเลือกตั้งปี 2569

KRAC ให้ข้อเสนอแนะต่อ กกต. ไทยว่า ควรเริ่มจากการประกาศหลักการง่าย ๆ ว่า “ทุกขั้นตอนสำคัญต้องตรวจสอบได้โดยสาธารณะ” แล้วแปลงหลักการนี้ให้เป็นการปฏิบัติจริงในสามพื้นที่ที่กระทบศรัทธาที่สุด

KRAC Insights I เจาะลึกผลคะแนนดัชนีภาพลักษณ์คอร์รัปชัน (CPI) ของไทย ปี 2025

คะแนนทุจริตไทยตกหนัก เหลือ 33 คะแนน (อันดับ 116 ของโลก) ต่ำสุดในรอบ 20 ปี ร่วงมาอยู่อันดับ 8 ของอาเซียน แพ้ลาว ทั้งนี้ค่าเฉลี่ยทั่วโลกอยู่ที่ 42 คะแนน นั่นหมายความว่าไทยอยู่ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยนั่นเอง