การบริหารงานของวัดตามหลักธรรมาภิบาล

การใช้หลักธรรมาภิบาลในการบริหารจัดการวัดต้องอาศัยการมีส่วนร่วมจากวัด ชุมชน และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการวางรากฐานและรักษากฎระเบียบ รวมถึงควรมีการปฏิรูปวัดเพื่อให้เกิดการบริหารที่มีประสิทธิภาพ มีความรับผิดชอบ และมีความโปร่งใสในการปฏิบัติงาน

 

วัดมีบทบาทสำคัญต่อสังคมไทยทั้งในด้านการเป็นศูนย์รวมจิตใจ การเป็นศูนย์กลางการดำเนินกิจกรรมทางสังคม และการพัฒนาชุมชน โดยเฉพาะในพื้นที่ชนบท ดังนั้น เมื่อวัดประสบปัญหาการบริหารจัดการที่ขาดประสิทธิภาพ ย่อมส่งผลกระทบต่อทั้งการกำกับดูแลพระภิกษุสามเณรภายในวัดและการดำเนินกิจกรรมของชุมชนโดยรอบ

 

บทความนี้จึงต้องการศึกษาหลักธรรมาภิบาล เพื่อเสนอแนวทางในการบริหารจัดการวัดที่ช่วยให้เกิดความเป็นระเบียบ โปร่งใส และยั่งยืนโดยใช้วิธีการเชิงคุณภาพในการทบทวนวรรณกรรมเกี่ยวกับแนวคิดและทฤษฎีของหลักการบริหารและจัดการวัด หลักธรรมาภิบาล และธรรมภิบาลเชิงพุทธ

 

ผลการศึกษา พบว่า การบริหารจัดการวัดโดยใช้หลักธรรมาภิบาลเป็นแนวทางสำคัญที่ช่วยให้วัดและชุมชนอยู่ร่วมกันได้อย่างสงบสุข เกิดความสามัคคี และนำไปสู่การพัฒนาที่ยั่งยืน การส่งเสริมธรรมาภิบาลจำเป็นต้องอาศัยความร่วมมือจากวัด ชุมชน และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการวางรากฐานและรักษากฎระเบียบ ควบคู่กับการปฏิรูปการบริหารจัดการวัดให้มีประสิทธิภาพและมีความรับผิดชอบภายใต้กรอบของกฎหมาย เพื่อให้การดำเนินงานของวัดเป็นไปอย่างถูกต้องตามหลักเหตุผลและหน้าที่ รวมถึงมีความโปร่งใสในการปฏิบัติงาน นอกจากนี้ ควรมีการบูรณาการหลักธรรมาภิบาลมาใช้ร่วมกับหลักพุทธธรรม คือ พรหมวิหาร 4 ได้แก่ เมตตา กรุณา มุทิตา และอุเบกขา เพื่อทำให้การบริหารมีความเป็นกลางมากขึ้น

เอกสารอ้างอิง

รูปแบบ APA

ปัณณธร เธียรชัยพฤกษ์. (2563). การบริหารงานของวัดตามหลักธรรมาภิบาล. วารสารนวัตกรรมการศึกษาและการวิจัย, 4(1), 63–74.

ปีที่แต่ง (พ.ศ.)
2563
ผู้แต่ง

ปัณณธร เธียรชัยพฤกษ์

วารสารที่ตีพิมพ์

หัวข้อ
Related Content

โมเดลภาคีเครือข่ายในการป้องกันการทุจริตเลือกตั้งท้องถิ่นในประเทศไทย

ปัจจัยที่ส่งผลต่อความสำเร็จของเครือข่ายป้องกันการทุจริตเลือกตั้งท้องถิ่น คือ ความเข้าใจเเละรู้จักท้องถิ่นของตนเอง และเข้ามามีส่วนร่วมในการดำเนินการของ อปท. อย่างต่อเนื่อง

โมเดลทางทฤษฏีเชื่อมโยงดัชนี ITA ในการดำเนินงานของหน่วยงานภาครัฐและความคิดที่จะออกมาแจ้งเบาะแสการทุจริตในภาครัฐ

งานวิจัยชี้ว่า 3 ปัจจัยที่มีความสำคัญต่อความคิดของบุคคลที่จะออกมาแจ้งเบาะแสในหน่วยงาน ได้เเก่ จริยธรรมขององค์กรที่มีผลต่อแรงจูงใจในการปฏิบัติงานเพื่อสาธารณะ ความสามารถในการตัดสินใจเชิงจริยธรรมของเเต่ละบุคคล และความรู้สึกปลอดภัยในการเเสดงความคิดเห็น

โมเดลความสัมพันธ์เชิงสาเหตุพฤติกรรมความไม่ทนและความละอายต่อการกระทำการทุจริตของนักศึกษาวิทยาลัยเซนต์หลุยส์

บทความนี้วิเคราะห์โมเดลความสัมพันธ์เชิงสาเหตุของพฤติกรรมไม่ทนและความละอายต่อการทุจริตของนักศึกษา โดยชี้ว่าความตั้งใจมีอิทธิพลโดยตรง พร้อมเสนอบทบาทสถาบันการศึกษาในการเสริมสร้างเจตคติอย่างยั่งยืน

You might also like...

แก้ปัญหาทุนเทาทั้งระบบ “เปิดข้อมูลสำคัญ” ลดฮั้วประมูล

เงินทุนสีเทาแทรกซึมเศรษฐกิจไทยผ่านช่องว่างกฎหมายได้อย่างไร? ชวนสำรวจบทบาทของ Open Data ในการเปิดให้ประชาชนร่วมตรวจสอบ ลดความเสี่ยงคอร์รัปชัน และมองเห็นสัญญาณฮั้วประมูลได้เร็วขึ้น

KRAC Insights I ธรรมาภิบาลดิจิทัล: เทคโนโลยีช่วยป้องกันคอร์รัปชันได้ แต่ไม่อาจแทนที่ความซื่อสัตย์ของคน

AI และข้อมูลเปิดช่วยลดคอร์รัปชันได้จริงแค่ไหน? ชวนสำรวจธรรมาภิบาลดิจิทัล ตั้งแต่การเชื่อมโยงข้อมูล ไปจนถึงบทบาทของคนและระบบที่โปร่งใส

KRAC Insights I คอร์รัปชันกับสิทธิมนุษยชน: มิติที่สังคมไทยยังพูดถึงน้อย

คอร์รัปชันไม่ได้ขโมยแค่เงินภาษี แต่ยังพรากสิทธิ โอกาส และความปลอดภัยของประชาชน ชวนสำรวจความเชื่อมโยงระหว่างคอร์รัปชันกับสิทธิมนุษยชนและบทเรียนสำหรับไทย